โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชินดนัย อัครวงศ์วริศ : 22 Young Visionaries

HISOPARTY

เผยแพร่ 15 ต.ค. 2568 เวลา 10.54 น.

ทายาทนักธุรกิจผู้ผลิตพลาสติกพาเลทที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพขยายขีดความสามารถให้ตัวเอง เพื่อกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว เขาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดในทุกๆ ด้าน ทั้งวิชาการ ไปจนถึงงานเอนเตอร์เทนเมนต์ สามารถพูดได้ 4 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ จีนกลาง และ เกาหลี พร้อมขับเคลื่อนชีวิตไปสู่อนาคตตามกรอบของคนรุ่นใหม่ที่มีพลัง ซึ่งเขาเชื่อว่า ‘ต้องมีความคิด และความชอบเป็นของตัวเอง’

ชีวิตวัยเด็ก
ตอนมัธยมศึกษาผมเรียนที่ Harrow International School จากนั้นไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ King’s College London สำหรับตอนนี้ผมกำลังจะเรียนปริญญาโทที่ Imperial College London ด้าน Marketing Analytics เกี่ยวกับการตลาดสมัยใหม่ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของครอบครัว ทั้งทางฝั่งครอบครัวคุณพ่อที่ทำธุรกิจผลิตพลาสติกพาเลทบริษัท Winner Inter Plas และ ธุรกิจโรงแรมทางภาคใต้ของฝั่งครอบครัวคุณแม่ ซึ่งต้องคิดว่าในรุ่นของผมจะทำอย่างไรเพื่อต่อยอดธุรกิจในโลกปัจจุบัน เพราะความฝันของผมตรงกับสิ่งที่ครอบครัวอยากให้ทำอยู่แล้วครับ
วัยเด็กของผมหลักๆ มี 3 เรื่องที่ทำคือ ‘เรื่องเรียน’ คุณแม่ค่อนข้างจริงจังเรื่องการเรียนของผมมาตั้งแต่เด็ก ให้ผมลองเรียนทุกอย่าง ตั้งแต่ คณิตศาสต์ ศิลปะ ดนตรี กีฬา จากนั้นค่อยมาดูว่าถนัดด้านไหน ชอบอะไรมากที่สุด จึงค่อยๆ โฟกัสไปทางด้านนั้น ที่ผ่านมาผมเคยไปออดิชันที่เกาหลี ถึงแม้ผลจะออกมาดี แต่ผมก็เลือกที่จะกลับมาเรียนต่อครับ ต่อมาคือ ‘เรื่องเพื่อน’ ผมค่อนข้างมีความ Extrovert มีสังคม มีเพื่อนเยอะ เป็นความทรงจำดีๆ ในวัยเด็กของผม และสุดท้าย ‘เรื่องครอบครัว’ เราอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ ครอบครัวคนจีน มีอากง อาม่า พี่น้องสนิทกันค่อนข้างแน่นแฟ้นครับ
ช่วงซัมเมอร์ส่วนใหญ่ผมก็จะไปฝึกงานที่บริษัทคุณพ่อ ค่อนข้างท้าทาย เพราะอาจจะยังเด็กอยู่ มีประสบการณ์การทำงานน้อย และทำให้รู้ว่าการก้าวเข้าไปสู่ชีวิตการทำงานจริง มันมีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง เช่น การทำงานกับคนรอบข้าง ที่เขารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นใคร เราต้องเรียนรู้ว่าควรจะรับมือยังไง หรือแม้แต่การทำงานกับคนในครอบครัว ถ้าตัดเรื่องงานเขาคือญาติผู้ใหญ่ แต่พออยู่ในจุดของการทำงาน มันคนละมุมกัน เราต้องจัดการแบ่ง Personal Life ให้ได้ครับ
ผมมีพี่ชายที่อายุห่างกัน 2 ปี เราสองคนค่อนข้างแตกต่างกัน พี่ชายจะค่อนข้างเงียบ มีโลกส่วนตัวสูง เป็นตัวของตัวเอง เรียนคนละมหาวิทยาลัยคนละประเทศ แต่ก็ยังให้คำปรึกษาซึ่งกันและกัน ผมถนัดในส่วนของทฤษฎี เรื่องหน้าบ้าน ส่วนพี่ชายถนัดในด้านปฏิบัติการลงมือทำ เรื่องหลังบ้าน เราจะค่อนข้างรู้ว่าบางอย่างจะต้องจัดการยังไงกันครับ

แรงบันดาลใจ
ผมเกิดและเติบโตมากับการทำธุรกิจของครอบครัว เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงาน มีคุณปู่คุณย่ากับคุณตาคุณยายคอยซัพพอร์ต ด้วยความที่คลุกคลีมาตลอด มันก็เลยอาจจะเซฟความคิดของผม และเป็นแรงบันดาลใจทำให้ผมอยากเป็นเหมือนพวกท่าน ที่สามารถนำพาครอบครัวมาถึงจุดนี้ได้ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ และอยากทำให้ได้แบบนั้นบ้างครับ

ในวัย 23 ปี อะไรคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุด
ผมคิดว่าเป็นการเรียนแบบจริงจังที่สุดในชีวิตนักเรียน เพราะเราต้องออกมาทำงานในโลกธุรกิจจริงๆ เลยอยากทำให้มันออกมาดีที่สุดครับ

ความภูมิใจในตัวเอง
ผมภูมิใจเรื่องการเรียนต่อปริญญาโทครับ ผมตั้งใจมาก พยายามยื่นไป 3 ที่ ผลออกมาคือติดทุกที่ ก่อนจะตัดสินใจเลือกก็ปรึกษากับคุณแม่ อย่างที่บอกไปว่าคุณแม่เป็นคนที่จริงจังเรื่องการเรียน เข้มข้นกับเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งผมชอบนะ เพราะมันค่อนข้างผลักดันผมให้มาถึงจุดนี้ สุดท้ายผมตัดสินใจเลือกเรียนที่ Imperial College London เพราะรู้สึกว่าเป็นคอร์สเรียนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเหมาะสมกับผมที่สุด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.hisopartyofficial.com/70vYud6zKH?openExternalBrowser=1

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...