โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท. ปรับเกณฑ์ปลดล็อกบัญชี ช้าสุดไม่เกิน 4 ชม.แจ้งก่อนทุ่มต้องเสร็จสิ้นในวัน

JS100

อัพเดต 15 ก.ย 2568 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 10.27 น. • JS100:จส.100
ธปท. ปรับเกณฑ์ปลดล็อกบัญชี ช้าสุดไม่เกิน 4 ชม.แจ้งก่อนทุ่มต้องเสร็จสิ้นในวัน

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผย ความคืบหน้ามาตรการจัดการบัญชีม้า เนื่องจาก ธปท.ตระหนักถึงผลกระทบของมาตรการจัดการบัญชีม้า โดยได้หารือกับหน่วยงานต่างๆ และเร่งแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ โดยได้มีการระงับธุรกรรมทางการเงินของบัญชีในเส้นเงินที่ต้องสงสัย ทำให้มีการกวาดบัญชีผู้สุจริตเข้ามาเป็นผู้ต้องสงสัยด้วย ซึ่งจากการหารือร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และธนาคารพาณิชย์แล้ว ได้เห็นชอบร่วมกันในการปรับแนวทางการระงับธุรกรรมและกระบวนการปลดการระงับ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงการกวาดบัญชีตามเส้นเงินต่างๆ จะต้องดึงผู้สุจริตเข้ามาให้น้อยที่สุด ซึ่งจะกำหนดเงื่อนไขใหม่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

สำหรับแนวทางการแก้ไขระงับธุรกรรมในเส้นเงิน และกระบวนการปลดระงับ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์โดยเร็ว ขณะนี้ ธปท.ได้ให้ธนาคารพาณิชย์ลดระยะเวลาการปลดการระงับให้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอให้ถึง 72 ชั่วโมง หรือ 7 วันแล้ว แต่กรณี ตามที่กำหนดใน พ.ร.ก. โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ได้รับผลกระทบที่ได้รับจาก ศปอท.โดยเร็วที่สุดไม่เกินกว่า 2 ชั่วโมง (วันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น. 15.00 น. และ 19.00 น.) ซึ่งจะใช้เวลานานสุดไม่เกิน 4 ชั่วโมง และหากส่งคำร้องเรียนมาก่อน 19.00 น. จะพยายามดำเนินการให้เสร็จสิ้นในวัน เพื่อส่งกลับให้ศปอท. ประมวลผล และส่งกลับมาแจ้งธนาคารพาณิชย์ เพื่อปลดการระงับธุรกรรม เร่งปรับการแจ้งผู้ถูกระงับธุรกรรมให้มีความชัดเจน ถึงลักษณะการถูกระงับ และสิ่งที่ผู้ได้รับผลกระทบนั้นต้องทำต่อ และให้เป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น

ระยะเวลาที่ผู้เสียหายจะรู้ตัวว่าถูกหลอก และขอความช่วยเหลือหรือแจ้งความ ใช้เวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมง ทำให้มิจฉาชีพมีเวลาใช้บัญชีที่ทำผิดไปซื้อของหรือทำธุรกรรมการเงินเพิ่มเติมได้ จึงอาจต้องกวาดบัญชีที่มีความเกี่ยวข้องกับเส้นเงินไว้เยอะพอสมควร เพื่อให้นำเงินมาคืนเหยื่อให้ได้มากที่สุด ซึ่งการคัดแยกผู้สุจริตและมิจฉาชีพ จากการกวาดเข้ามาจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบกับผู้บริสุทธิ์บ้าง แต่อยากให้เชื่อว่า ธปท.พยายามหาจุดสมดุลตรงนี้อยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีกระแสข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้น เราตระหนักดี จึงหาวิธีแก้ไขเร่งปลดระงับให้เร็วที่สุด และชี้ตัวมิจฉาชีพให้ได้

ขอยืนยันว่า การถูกอายัดบัญชีในกรณีการกระทำทุจริตทางการเงิน จะต้องเป็นผู้ที่มีหมายอายัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ปปง.ได้พิสูจน์ความผิดแล้ว โดยการปลดอายัดในกรณีนี้จะมีกระบวนการที่ต่างออกไปจากการถูกระงับธุรกรรม หรือยึดวงเงินที่สงสัยว่าถูกโอนเข้ามาแบบผิดปกติไว้ แต่ไม่ได้ระงับวงเงินทั้งหมดในบัญชี เงินส่วนต่างที่มียังสามารถใช้ได้ปกติ และกรณีการถูกอายัดจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการสอบสวนถึงความผิดแล้ว ขณะที่ความกังวลจากกรณีที่เกิดขึ้นจนมีการถอนเงินฝากออกมานั้น จากข้อมูลไม่ได้พบความผิดปกติในการทำธุรกรรมของธนาคารพาณิชย์เกิดขึ้น ทั้งนี้ การทำธุรกรรมโอนเงินไม่ได้จำกัดที่ต้องต่ำกว่า 3,000 บาทจึงจะไม่ถูกตามเส้นเงิน แต่จะพิจารณาจากจำนวนเงินในการทำธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติหรือไม่แทน

จากแนวคิดของมาตรการแก้ปัญหาบัญชีม้า ที่ต้องมีการตามอายัดหรือระงับธุรกรรมทุจริต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมดต้องรักษาสมดุล ระหว่างการช่วยเหลือเหยื่อให้สูญเสียน้อยที่สุด กับความสะดวกในการใช้บริการแอพพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งของประชาชนทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาจากมาตรการที่ ธปท.มีออกมาทำให้เห็นแอพพลิเคชั่นดูดเงินจากโทรศัพท์ออกไปเหลือ เป็นศูนย์ต่อเนื่อง แต่ยังมีกรณีคนถูกหลอกให้โอนเงินด้วยตัวเอง เกิดขึ้นอีกจำนวนมาก ธปท.จึงต้องเข้าไปดูว่ามีข้อใดที่สามารถดูแลให้เข้มข้น เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดหรือจำกัดความเสียหายให้ได้มากที่สุด

#ปลดล็อกบัญชี

#บัญชีม้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...