โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘โรม’ ติงหน่วยข่าวกรองไทย ควรรู้ให้เร็วกว่านี้ หลังสื่อนอกตีข่าว ‘จีน’ ส่งอาวุธให้ ‘กัมพูชา’

The Reporters

อัพเดต 02 ต.ค. 2568 เวลา 08.51 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 08.51 น.

'โรม' ติงหน่วยข่าวกรองไทย ควรรู้ให้เร็วกว่านี้ หลังสื่อนอกตีข่าว 'จีน' ส่งอาวุธให้ 'กัมพูชา' เตรียมรบกับไทย ชี้ควรสร้างกำแพงเสริมเทคโนโลยี เพราะรั้วอย่างเดียวคงไม่พอ

วันนี้ (2 ต.ค. 68)นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีกระแสข่าวว่าจีนส่งอาวุธให้กัมพูชาเพื่อมาต่อสู้กับประเทศไทย ว่า เป็นข้อมูลที่ได้ยินกันมาโดยตลอดเพียงแต่รอบนี้ถูกคอนเฟิร์มโดยสำนักข่าวที่ความน่าเชื่อถือ จึงมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะจุดยืนของจีนต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาที่มีความขัดแย้งนั้นเป็นอย่างไร และต้องไปดูในรายละเอียดว่าการที่ประเทศจีนส่งอาวุธมาให้นั้นเป็นในความสัมพันธ์แบบไหน เป็นความสัมพันธ์ให้เปล่าโดยที่จีนรู้อยู่แล้วว่าการทำแบบนั้นจะนำไปสู่การที่กัมพูชาจะรบกับไทย หรือเป็นการจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า

แต่ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ถูกกำหนดเอาไว้นานแล้ว ซึ่งตนเองไม่รู้ในรายละเอียดส่วนนี้แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งที่ต้องคิดเสมอคือ หากกัมพูชาซื้ออาวุธ ก็พอจะคาดหมายได้ว่าอาวุธเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในการเล่นงานใคร คงไม่ใช่เวียดนามหรือลาว ซึ่งอาจเป็นประเทศไทยก็ได้โดยต้องรอทางฝ่ายจีนชี้แจงว่าจะชี้แจงอย่างไร แต่ตนเองมองข้อกล่าวหาที่สำนักข่าวดังออกมาพูดนั้นเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยที่มองต่อประเทศจีน

เมื่อถามว่าเรื่องนี้ประเทศไทยต้องเตรียมแผนรับมืออย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงก็ต้องเตรียมการเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การปะทะระหว่างสองชาติแต่อาจมีชาติมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซง เพราะตนเองทราบดีว่าฝ่ายความมั่นคงน่าจะรู้เรื่องนี้ เพียงแต่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะวันนี้เรื่องชายแดนก็ต้องมีการเตรียมการหลายอย่างไม่ใช่การจัดซื้ออาวุธอย่างเดียว แต่ต้องมีการลงทุนในเรื่องหน่วยงานข่าว ตนเองอยากให้ประเทศไทยพัฒนาในเรื่องของงานข่าวที่ดีกว่านี้ และคงจะช่วยให้หลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ใช่แค่คลี่คลายแต่จะได้เตรียมการล่วงหน้าในการแก้ปัญหาเรื่องนี้

หากดูในรายละเอียดของสำนักข่าวดังจะเห็นว่ากัมพูชามีการเสริมกำลังที่เตรียมความพร้อมมากกว่าไทย ซึ่งอาจหมายความว่าเรามีความพร้อมน้อยกว่าแต่มีเครื่องบินรบที่มีอนุภาพมากกว่า แต่ก็ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วงานข่าวที่เกิดขึ้นทำไมเราถึงปล่อยให้กัมพูชามีการเตรียมความพร้อมได้มากกว่าที่เรามี เราคิดว่าทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นกองทัพหน่วยงานข่าวกรองนั้นก็ต้องทบทวนเรื่องนี้

ส่วนกรณีที่มีการระดมเงินทุนในการสร้างกำแพงกั้นชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงทางโฆษกกองทัพบกก็ออกมาเผยว่าหากทำจริง ๆ ก็อาจจะทำในจุดที่สามารถทำได้ก่อนนั้นมองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า หากต้องสร้างกำแพงนั้น กำแพงอย่างเดียวคงไม่พอต้องมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อยากให้นึกถึงการสร้างกำแพงล้อมบ้านที่ต้องมีกล้องวงจรปิด เพราะรั้วอย่างเดียวก็สามารถข้ามได้หรืออ้อมได้

ถ้าหากสร้างในบางจุดก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่าบางจุดที่ว่านั้นจะกันได้มากแค่ไหน ซึ่งโจทก์คือไม่ได้สร้างอย่างเดียวแต่ต้องมีการเสริมในเรื่องของกล้องวงจรปิด ซึ่งตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพราะเห็นว่ากองทัพไทยพยามทำในสิ่งที่พูดมาโดยตลอดซึ่งก็มีความก้าวหน้าไปบ้าง แต่อยากให้ความสำคัญกับเรื่องกล้องวงจรปิดเป็นหลักในการเก็บข้อมูล เพราะหากรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่าจะลักลอบผ่านแดนเราสามารถสั่งการจากส่วนกลางไปยังหน่วยหน้าเพื่อเข้าไปดำเนินการจัดการกับผู้ที่กระทำความผิดได้ทันที คิดว่าเป็นประโยชน์มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...