โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ฐิติมา’ สับนโยบายเกษตรฯ รัฐบาลอนุทิน ชี้ 2 ปี กล้าธรรมคุมกระทรวงไม่ทำ 4 เดือนจะทำอะไรได้?

VoiceTV

อัพเดต 29 ก.ย 2568 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2568 เวลา 15.29 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นางฐิติมา ฉายแสง ร่วมอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ถึงนโยบายด้านการเกษตรซึ่งแทบจะไม่ได้พูดถึง ปรากฏคำว่า “เกษตร” นับคำได้ ทั้งที่เกษตรอยู่คู่คนไทย 67 ล้านคน มีเกษตรกรมากกว่า 30 ล้านคน ซึ่งนั้นหมายความว่า รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรเท่าที่ควรทั้งที่เป็นรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ

การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้รัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม ต้องถามว่าที่ผ่านมาเคยมีผลงานอะไรชัดเจนบ้าง ราคาข้าวไม่ได้รับการดูแล เกษตรกรต้องลำบาก ขาดทุน เป็นหนี้สินท่วมหัว

ผลผลิตข้าวต่อไร่ก็ยังต่ำ ไม่มีการพัฒนาความรู้ ต้นทุนปุ๋ย ค่าน้ำมัน ค่าแรงงานก็สูงขึ้นทุกปี ซึ่งนี่คือบทเรียนที่สะท้อนว่า เมื่อรัฐบาลอนุทินพูดว่าจะมาช่วยยกระดับเกษตรภายใน 4 เดือน เราจึงต้องถามว่า — จะทำได้จริงหรือ?

เมื่อปี 2553 เกษตรกรขายข้าวได้ตันละ 9,520 บาท แต่วันนี้ 2568 ราคาข้าวเฉลี่ย 9,500-10,000 บาท และที่น่าเจ็บปวดกว่านั้น ราคาข้าวนาปรังในหลายพื้นที่เหลือเพียง 5,000 กว่าบาทต่อเกวียนต่ำกว่าราคาเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ถามว่าเกษตรกรจะอยู่อย่างไร

นางฐิติมากล่าวต่อว่าวันนี้นโยบายเกษตรกร อยู่ในความดูแลของพรรคกล้าธรรม เขียนว่าจะมาช่วยยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มทักษะ แต่ถามจริงว่า แล้ว 2 ปีที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมก็ดูแลกระทรวงเกษตรมาแล้วทำไมไม่ทำ 2 ปียังทำไม่ได้ นี่ 4 เดือนจะทำอะไรได้

นอกจากนี้ นางฐิติมา ได้กล่าวถึงข้อเสนอว่าในช่วง 4 เดือนนี้รัฐบาลคงไม่สามารถทำเรื่องใหญ่อะไรได้เช่นจะมาทำระบบชลประทาน ปลดหนี้เกษตรกรคิดว่าคงทำไม่ได้ แต่ขอเสนอเรื่องใกล้ตัว ในรอบนาปรังปี 67-68 มีเกษตรกรถูกตัดสิทธิเงินช่วยเหลือไร่ละ 1000 บาทไม่เกิน 10 ไร่รวม 10000 บาท เงินหมื่นบาทมีความสำคัญกับชีวิตของเขาท่ามกลางราคาเกษตรตกต่ำ เกษตรกรเหล่านี้ ถูกตัดสิทธิเพราะเขาปลูกข้าวนาปรังที่เร็วกว่าช่วงระยะเวลาที่รัฐกำหนดเช่น เขากำหนดให้ 1 พ.ย.-31 มี.ค. ถ้าปลูกช่วงนี้จะได้รับเงินช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าวิถีชีวิตชาวนาเขาเริ่มหว่านข้าวก่อน 1 พ.ย. ซึ่งจะหว่านเดือน ก.ย. หรือ ต.ค. ปรากฏว่าเกษตรกรนี้ไม่ได้เงิน จึงมีคำถามว่า เขาหว่านข้าวก่อนและลงทะเบียนเกษตรกรเหมือนกันแต่กลับไม่ได้เงิน ทั้งที่ผลผลิตเขางอกเงยช่วงเวลาที่รัฐกำหนด ดังนั้น ชาวนาที่เขาปลูกข้าวนาปรังเหล่านี้ จะไปพึ่งใครได้

“ดิฉันไม่ได้มาพูดเพื่อเอาชนะทางการเมือง แต่ดิฉันพูดแทนประชาชน ว่ารัฐบาลอนุทินจะเลือกปล่อยให้ 4 เดือนสุดท้ายสูญเปล่า หรือจะทำสักเรื่องหนึ่งให้สำเร็จ เพื่อพิสูจน์ว่ายังยืนอยู่เคียงข้างประชาชนจริง ๆ” นางฐิติมา กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...