โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ราคาที่ดินกรุงเทพฯพุ่งสวนเศรษฐกิจ ‘วิทยุ’ แซงหลังสวนทะลุวาละ 4 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2568 เวลา 23.45 น.

ส่องราคาที่ดินทำเลไพรมของเมืองกรุง แลนด์ลอร์ด No สน No แคร์เศรษฐกิจตกต่ำ “ถนนวิทยุ” ไล่ราคาแพงสุดทะลุตารางวาละ 4 ล้านบาท ทำเลท็อป 10 โขกราคาขายวาละ 1.8-4 ล้าน สวนทางสถิติแบงก์ชาติมูลค่าซื้อขายที่ดินปี 2568 ช่วง 7 เดือนแรกเหลือ 4 แสนล้านบาท ลดลง 41% ต่ำสุดรอบ 16 ปี เผยปีนี้ไม่ตัดใจซื้อ เทรนด์ราคาปี 2569 แพงกว่านี้อีก

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2568 แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ สงครามรบและสงครามการค้า แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ การเมืองภายในประเทศ แต่ในด้านราคาที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้มีการลดราคาลงแต่อย่างใด

แนวโน้มที่เห็นชัดเจนมากที่สุดพบว่า ที่ดินบนทำเลใจกลางเมืองยังคงเป็นซัพพลายที่ค่อนข้างจำกัด และยังคงมีราคาเสนอขายที่ค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องในปี 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่หลายฝ่ายต่างพากันจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับภาพรวมของราคาที่ดินในไทย หนึ่งในความหวังก็คือเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่องยาวนานอาจกดดันให้ราคาที่ดินในกรุงเทพฯปรับตัวลดลง

แต่ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่า ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะโซนกรุงเทพฯชั้นใน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเรียกได้ว่าขึ้นแล้วขึ้นเลย เนื่องจากเจ้าของที่ดินหรือแลนด์ลอร์ดส่วนใหญ่มองว่าที่ดินในมือเป็นสิ่งที่มีค่าและมีราคา จึงไม่พบภาพของการปรับลดราคาแต่อย่างใด

ทำเลถนนวิทยุราคานิวไฮ 4 ล้าน

ปัจจัยส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาพของการซื้อขายที่ดินในพื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่โดยรอบ ได้รับความสนใจจากดีเวลอปเปอร์ทั้งรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และรายเล็ก ๆ แข่งกันซื้ออย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2568 (ดูกราฟิกประกอบ) ราคาที่ดินในพื้นที่ใจกลางเมืองบางแปลงตั้งราคาขายสูงกว่าตารางวาละ 4 ล้านบาท ประเด็นอยู่ที่แม้จะแพงแสนแพงแต่ถือว่าค่อนข้างได้รับความสนใจจากผู้ซื้อที่ต้องการที่ดินใจกลางเมือง

ก่อนหน้านี้มีดีลการซื้อขายที่ดินราคาแพงสุดที่สร้างความฮือฮามาแล้ว เช่น บมจ.แสนสิริ ที่ได้เข้าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนถนนสารสิน ขนาด 400 ตารางวา หรือ 1 ไร่พอดิบพอดี ในตอนนั้นถือเป็นดีลการซื้อขายที่ดินที่แพงสุดในประวัติศาสตร์ อยู่ที่ 3.9 ล้านบาท/ตารางวา

รวมทั้งดีลซื้อขายที่ดินราคาแพงสุดบนถนนรัชดาภิเษก เป็นดีลของบริษัท เอไอเอ ประเทศไทย หรือ AIA เข้าซื้อที่ดิน 8 ไร่ วงเงิน 3,500 ล้านบาท เฉลี่ยราคาตารางวาละ 1.1 ล้านบาท โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา

อัพเดต ณ สิ้นปี 2567 พบว่า ยังที่ดินอีกหลายแปลงมีการซื้อขายที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินบางแปลงบนทำเลย่านชิดลม ปิดดีลการซื้อขาย 3 ล้านบาท/ตารางวา นั่นหมายความว่าแม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่ราคาที่ดินยังมีปรากฏการณ์ซื้อขายนิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง เพราะผู้ซื้อหรือดีเวลอปเปอร์หรือนักพัฒนาที่ดินมองว่าคุ้มค่า เนื่องจากสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

พิษเศรษฐกิจซื้อขายลดลง -41%

นายภัทรชัยกล่าวว่า จากข้อมูลมูลค่าการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งประเทศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วง 7 เดือนแรก (มกราคม-กรกฎาคม 2568) มีมูลค่ารวม 403,923.26 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 41.40% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 689,330.19 ล้านบาท

สถิติของ 7 เดือนแรกปี 2568 ถือว่านิวโลว์ หรือต่ำสุดในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น ภาพของการซื้อขายที่ดินในปีนี้ มีความคึกคักเป็นเพียงบางจุด โฟกัสบนทำเลรอบใจกลางเมือง กับแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเป็นส่วนใหญ่ เหตุผลเพราะเทรนด์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของดีเวลอปเปอร์ในปีนี้ หันมาเน้นการพัฒนาโครงการบ้านแนวราบ หรือคอนโดมิเนียมในระดับราคาไม่สูงมากเป็นส่วนใหญ่ หรือลูกค้ากำลังซื้อ Affordable

ควบคู่กับวิกฤตเศรษฐกิจต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขันซื้อที่ดินไปตกอยู่ในมือบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ที่ยังคงมีการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อ กับผู้ขายหรือแลนด์ลอร์ด ทำให้การปิดดีลซื้อขายใช้เวลายาวนานขึ้น และมีการไล่ราคาจนกระทั่งที่ดินบางแปลงในพื้นที่ย่าน CBD หรือย่านเศรษฐกิจสำคัญ ทางแลนด์ลอร์ดตั้งราคาขายแบบไม่เกรงใจเศรษฐกิจฝืด สูงกว่าตารางวาละ 4 ล้านบาทแล้วในปัจจุบัน

“ถนนสุขุมวิท” ร้อนแรงทั้งเส้น

สำหรับทำเล CBD อย่าง “หลังสวน สีลม สาทร สุขุมวิทตอนต้น” แลนด์ลอร์ดที่ถือครองที่ดินในพื้นที่เหล่านี้ บางรายนำที่ดินออกมาเสนอขายหรือเช่าในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง สถิติของโซนสาทร ภายหลังจากมีการปิดดีลการซื้อขายสถานทูตออสเตรเลียเฉลี่ย 1.45 ล้านบาท/ตารางวา โดยผู้ซื้อคือ บมจ.ศุภาลัย ถัดมาในช่วงปลายปี 2565 มีการปิดดีลที่ดินบางแปลงสูงกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา

โซนร้อนแรงแห่งยุคยังคงเป็นเส้นถนนสุขุมวิท มีการซื้อขายสูงกว่าตารางวาละ 2 ล้านบาท แทบทุกพื้นที่ หรือเฉลี่ยปรับราคามากถึง 10% ต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านทองหล่อ บางแปลงทำสถิติใหม่ 2.86 ล้านบาท/ตารางวา เป็นปัจจัยกดดันให้ปัจจุบันมีราคาตั้งขายสูงกว่า 2.5-2.9 ล้านบาท แทบทุกแปลง

ย่านสีลม-สาทร ถ้าเป็นที่ดินที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นตึกสูงได้ แลนด์ลอร์ดพร้อมใจกันตั้งราคาขายมากกว่า 2-2.5 ล้านบาท/ตารางวา ถือว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเป็นอย่างมาก ดีเวลอปเปอร์ต้องดีดลูกคิดอย่างหนักเพราะต้นทุนที่ดินซื้อมาแพง จำเป็นต้องพัฒนาสินค้าราคาแพง และอาจจะสูงเกินเอื้อมสำหรับผู้บริโภคอสังหาริมทรัพย์ในตอนนี้

2569 แพงต่อเนื่อง-ให้เช่ามากขึ้น

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในยุคที่ดินตั้งขายในราคาดาวค้างฟ้า มีปรากฏการณ์ใหม่สำหรับที่ดินไพรมแอเรียจริง ๆ แลนด์ลอร์ดเริ่มลังเลในการขายกรรมสิทธิ์ เพราะมองเห็นดีมานด์สนใจซื้อจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ ส่งผลให้เกิดโมเดลใหม่ในการสร้างรายได้ทดแทนการขาย

โดยมีออปชั่นหลัก คือ เปลี่ยนจากการขายกรรมสิทธิ์ หรือฟรีโฮลด์ (Freehold) มาเป็นโมเดลการเช่า หรือลีสโฮลด์ (Leasehold) หรือร่วมลงทุน (JV-Joint Venture) แทน

“แนวโน้มราคาที่ดินในปี 2569 แลนด์ลอร์ดยังคงมีการตั้งราคาขายในพื้นที่ CBD ของกรุงเทพฯ ที่ยังคงเป็นเส้นกราฟขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะพฤติกรรมเจ้าของที่ดินเห็นตัวอย่างแล้วว่า ราคาที่ดินใจกลางเมือง หากมีการปรับแล้วจะปรับขึ้นแบบยกแผง จะไม่พบว่ามีการปรับลดราคาลงมาแต่อย่างใด” นายภัทรชัยกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาที่ดินกรุงเทพฯพุ่งสวนเศรษฐกิจ ‘วิทยุ’ แซงหลังสวนทะลุวาละ 4 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...