โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Mad Unicorn ก้าวใหม่ ‘คมสันต์ ลี’ วางเป้า 10 ปี ปั้น 100 แบรนด์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2568 เวลา 05.22 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 05.22 น.
คมสันต์ ลี

หลัง “คมสันต์ แซ่ลี” คีย์แมนคนสำคัญของ “แฟลช เอ็กซ์เพรส” (Flash Express) ปลุกปั้นบริษัทจนเติบโต และกลายเป็นผู้เล่นหลักในธุรกิจส่งด่วนของไทยมากว่า 8 ปี ปีนี้ 2568 เขาก็ตัดสินใจพาตนเองไปสู่น่านน้ำ
ธุรกิจใหม่ ๆ โดยมี “บิ๊กมูฟ” ที่น่าสนใจเกิดขึ้นหลายอย่าง

ลงขันตั้งบริษัทใหม่

ย้อนกลับไปวันที่ 18 มิ.ย. 2568 มีบิ๊กเซอร์ไพรส์เขย่าวงการธุรกิจ F&B (Food & Beverage) เมื่อ บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “มาม่า” ตัดสินใจจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ ชื่อ “บริษัท ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ จำกัด” โดยดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทภายในเดือน ก.ค. มีทุนจดทะเบียนที่ 145 ล้านบาท

บริษัทใหม่นี้มีสัดส่วนการถือหุ้น ประกอบด้วย บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ 55% “คมสันต์ แซ่ลี” แห่ง Flash Express 25% และ“ชานนท์ เรืองกฤตยา” ซีอีโออนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ 20%

ส่วนโครงสร้างกรรมการ ประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด 3 คน ได้แก่ 1.พันธ์ พะเนียงเวทย์ 2.ศิรวิทย์ พะเนียงเวทย์ และ 3.คมสันต์ แซ่ลี

เข้าถือหุ้น “ชาจี” 51%

ท่ามกลางความสนใจของหลายฝ่ายว่าบริษัทนี้จะมีแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างไร “ไทยเพรซิเดนท์ เบเวอร์เรจ” ไม่ต้องให้รอนาน เดินเกมต่อหลังจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จเมื่อ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาในวันถัดไปทันที โดยการประกาศเข้าลงทุนในบริษัท ชาจี (ไทยแลนด์) จำกัด เจ้าของร้านชาชื่อดังจากจีน“ชาจี” (CHAGEE) มูลค่ากว่า 142 ล้านบาท ทำให้ “ไทยเพรซิเดนท์เบเวอร์เรจ” กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีสัดส่วนการถือหุ้น 51% ร่วมกับบริษัท ชาเอ็กซ์พลอเรอร์ จำกัด ที่ถืออยู่ 49%

อย่างไรก็ตาม การเข้าไปลงทุนของไทยเพรซิเดนท์ เบเวอร์เรจในครั้งนี้ ทำให้ “พันธ์ พะเนียงเวทย์” และ “คมสันต์ แซ่ลี” เข้ามานั่งเป็นกรรมการในบริษัท ชาจี (ไทยแลนด์) ร่วมกับตัวแทนของชา เอ็กซ์พลอเรอร์ อีก 3 คนด้วย

โปรเจ็กต์ใหม่ “แมด ยูนิคอร์น”

นอกจากการลงขันร่วมทุนตั้งบริษัทใหม่กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ “มาม่า” แล้ว “คมสันต์” ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาได้เริ่มโปรเจ็กต์ใหม่ไปพร้อมกัน โดยเปิดตัวพุทรากรอบแบรนด์ “จูจุ๊ฟป๊อป” ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท “แมด ยูนิคอร์น” (Mad Unicorn) และเปิดเกมทำการตลาดอย่างหนักบนโลกออนไลน์ตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา

จากการค้นข้อมูลบน Creden Data เพิ่มเติม พบว่า บริษัท แมด ยูนิคอร์น จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา เพื่อประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าเพื่อจัดจำหน่าย ประเภทสินค้าอุปโภคบริโภค มีทุนจดทะเบียนปัจจุบันอยู่ที่ 1 ล้านบาท

ปั้น 100 แบรนด์ใน 10 ปี

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ในงาน SCALE FAST-Business Accelerator Summit & Expo 2025 “คมสันต์” เล่าถึงโปรเจ็กต์ “แมด ยูนิคอร์น” ด้วยว่านอกจากตนจะเป็นผู้ก่อตั้งแล้ว ยังมีคุณเซียง (ธนาวดี เชี่ยวชาญโชคชัย) ผู้บริหารที่คร่ำหวอดในแวดวงเทคสตาร์ตอัพ นั่งเป็นซีอีโอคอยบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ

คมสันต์บอกว่า ความตั้งใจของ “แมด ยูนิคอร์น” คือการเป็นสะพานเชื่อมธุรกิจไทยกับจีน นำสินค้าจีนมาขายที่ไทย และหาโอกาสขยายตลาดของสินค้าไทยไปที่จีน รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งเป้าที่จะทำให้พอร์ตของแมด ยูนิคอร์น มีครบ 100 แบรนด์ ภายในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งไม่ใช่เป็นการนำแบรนด์จีนเข้ามาทั้งหมด แต่จะส่งเสริม IP ของคนไทย พร้อมทั้งผลักดันการวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ผ่านการเรียนรู้โนว์ฮาวของแบรนด์จีนควบคู่ไปด้วยกัน

“บรรดา 100 แบรนด์ที่วางไว้ อาจมี 50 แบรนด์ที่เจ๊งก็ได้ หรือ 40 แบรนด์ที่รอด แต่ไม่โต สำหรับผมขอมีแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จสัก 10 แบรนด์ ก็ถือว่าเป้าหมายที่วางไว้สำเร็จแล้ว”

หวังวางโครงสร้างให้ B2B

ปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการ B2B ยังไม่มี “โครงสร้างพื้นฐาน” หรือระบบที่ช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดสรรระวางรถส่งสินค้าที่มักจะขาไปเต็ม แต่ขากลับต้องตีรถเปล่ากลับมา จึงใช้ทรัพยากรได้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร ตนจึงต้องการเป็น “ผู้สนับสนุน” เรื่องการบริหารจัดการหลังบ้านทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง ห้องเย็น และคลังสินค้า โดยเจ้าของแบรนด์มีหน้าที่ในการ R&D ผลิตภัณฑ์และบริการอย่างเดียว

“ธุรกิจ B2C สามารถจัดการต้นทุนได้อย่างเต็มที่ เพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีแล้ว แต่ธุรกิจ B2B ยังไม่ถึงจุดนั้น ผมเอาไอเดียนี้ไปคุยกับใคร ก็ยังไม่มีใครซื้อ จึงคิดว่าต้องพิสูจน์ผ่านแบรนด์ของตนเอง ผมวางเป้าว่า 3 ปี จะเปิดชาจีให้ได้ 400 สาขา และใช้โครงสร้างที่ผมวางไว้ในการซัพพลายของ ถ้าทำสำเร็จก็จะพิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมคิดถูกต้องแล้ว”

เหตุผลที่ร่วมทุน “มาม่า”

“คมสันต์” พูดถึงเหตุผลที่ตัดสินใจตั้งบริษัทร่วมทุนกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ “มาม่า” ด้วยว่า มาม่าและเครือสหพัฒน์ เป็น “ปลาใหญ่” ที่ทำงานกับทุกคนได้ เพราะ Core Value ในการทำธุรกิจกับคนอื่นของเขาชัดมาก ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และมีแต่จะพาพาร์ตเนอร์ให้โตไปด้วยกัน

“การเลือกพาร์ตเนอร์ทำธุรกิจ หรือนักลงทุน อย่าเลือกแค่เพราะว่าเขามีเงิน แต่ให้เลือกเพราะว่าเขาเชื่อในสิ่งที่เราทำ เวลาเกิดอะไรขึ้นมา เขาจะไม่ถอนทุนทิ้งเราไปไหน และจะประคับประคองให้ธุรกิจอยู่รอดไปด้วยกัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Mad Unicorn ก้าวใหม่ ‘คมสันต์ ลี’ วางเป้า 10 ปี ปั้น 100 แบรนด์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...