ร้อยเวร แฉ ขั้นตอน อายัดบัญชี สุดบ้งตั้งแต่ทำงานมา 5 ปี โยนไปมา สร้างภาระ คนสุจริต ถูกแช่แข็งเงิน
ร้อยเวร แฉ ขั้นตอนอายัดบัญชี มั่ว-ซ้ำซ้อน สุดบ้ง ตั้งแต่ทำงานมา 5 ปี โยนกันไปมา สร้างภาระ-คนสุจริตก็เสี่ยงถูกแช่แข็งเงิน กลายเป็นประเด็นร้อนขยายเป็นวงกว้าง กระทบประชาชน เมื่อหลายคนถูก “อายัดบัญชี” กลายเป็นบัญชีต้องสงสัยกระทำผิด-เอี่ยวบัญชีม้า อีกทั้งการปลดอายัดล่าช้า ทำให้เกิดเหตุการณ์แห่ถอนเป็น “เงินสด” พกติดตัว ต่อมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องออกมาบอกว่าอยู่ในระหว่างเร่งแก้ไขปรับปรุง ให้แจ้ง 1441 ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊กTon Thanapon โพสต์ข้อความระบุว่า จากท็อปคอมเมนต์โพสต์หนึ่ง เอามาแบ่งปันครับ ประเด็น “ร้อยเวรอายัดบัญชี” อยากให้เข้าใจ
ผมเป็นร้อยเวรเหมือนกัน บอกเลยว่าเป็นมาตรการที่บ้งที่สุดตั้งแต่ทำงานมา 5 ปี ผมขอมาอธิบายแล้วให้ทุกๆ ท่านลองอ่านดูแล้วคิดว่ามันสมเหตุ สมผลไหม? โปรเซสการทำงานของระบบนี้คือ เมื่อสายหนึ่งโทรเข้า 1441 บอกว่า บัญชีนี้โกง แค่ตรวจสอบว่ามีรายการโอนจริง ธนาคารก็อายัดเลย 3 วัน โดยใช้อำนาจ พ.ร.ก.อาชญากรรมเทคโน ปี 66 ต่อมา 1441 จะลงข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ของตำรวจ ผมขอเรียกว่า TPO นะครับ ในส่วนของคดี ตัวระบบจะเร่งรัดให้มีการแจกคดีให้กับร้อยเวรตามโรงพัก ว่าตำรวจคนไหนจะได้คดีนี้ไปรับผิดชอบต่อ และก็จะปรากฏชื่อของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในระบบ TPO ต่อมาจะมี sms บอกผู้เสียหายให้มาแจ้งความกับร้อยเวรที่เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ที่ สน. โดยเอกสารอะไรก็ให้มายื่นที่ สน.หมด
แต่ต่อมาทางกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จะเอาข้อมูลที่อยู่ใน TPO ที่ได้จากแค่การโทรตรงนั้น ไม่มีแชต ไม่มีหลักฐาน ไม่มีอะไรอื่นๆ เพราะหลักฐานในคดี ผู้เสียหายจะนำมาให้ร้อยเวรที่โรงพัก ไปทำหมายอายัดบัญชี หรือที่ตำรวจเรียกว่า หมาย H ส่งทางระบบออนไลน์ ไปที่ธนาคารของผู้เสียหาย โดยยืนยันว่ามีคดีอาชญากรรมเทคโนเกิดขึ้นจริง 100% แน่นอน (ทั้งๆ ที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยซักอย่างตามที่บอกไปข้างต้น และไม่เคยติดต่อมาขอข้อมูลจากโรงพักก่อนไปทำหมาย H) กับทางธนาคาร เพื่อให้ธนาคารผู้เสียหายไล่เส้นเงินมาให้ พร้อมทั้งทำอายัดไปด้วย ซึ่งทาง บช.สอท.จะทำทุกคดีที่โผล่เข้ามาในระบบรับแจ้งความออนไลน์ แปลง่ายๆ คือเด้งปุ๊บทำปั๊บ มี 100 คดีก็ทำ 100 คดี
ทีนี้ความวายป่วงก็จะเริ่มต้นจากหมาย H นี่ละครับ ถ้าใครที่เป็นบัญชีรับเงินแถวแรก แล้วคดีนั้นมีหมาย H คุณมีโอกาสจะโดนนำชื่อไปเสนอเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หรือ HR03 หรือเป็นม้าดำ คุณจะโดนอายัดทุกบัญชีที่เปิดด้วยบัตรประชาชนของท่าน หรือไม่ก็เป็นม้าเทาเข้ม ซึ่งเหมือนกับม้าดำนั่นแหละ โดนอายัดหมดเหมือนกัน แค่ขั้นตอนขอปลดอายัด ไม่ต้องเสนอไปถึงสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อปลดอายัด เสนอแค่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็แจ้งธนาคารขอปลดได้ และยังมีม้าเทาอ่อนอีก อันนี้คือบัญชีแถวสอง แถวสาม ที่อาจจะเป็นบัญชีม้าหรือไม่ก็ได้ แค่ธนาคารไล่เส้นทางการเงินตามหมาย H แล้วไปแตะๆ ก็อาจจะโดนอายัดได้ และโดนทุกบัญชีเหมือนกัน
ทีนี้มาถึงขั้นตอนการปลดอายัด ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกระเบียบในเรื่องของการปลดอายัด โดยผมจะสรุปเป็นภาษาชาวบ้านคือ ให้ บช.สอท.ทำหมาย H เพื่ออายัด (อย่างเดียว) แต่เรื่องการขอปลด ให้ร้อยเวรตามโรงพักที่ 1441 แจกคดีให้ เป็นคนทำเรื่องเสนอไปให้ บช.สอท.อ่านก่อน ว่าจะปลดให้ หรือไม่ให้ ผลที่ได้ก็คือ คนทำอายัดก็ทำไป ทำผิดทำมั่ว ก็บอกว่า อ้อ ต้องให้โรงพักทำเสนอขึ้นมาครับ…
ผมเคยได้ยินเสียงจากโทรศัพท์ที่เจ้าของบัญชีคนหนึ่งที่โดนอายัดโทรไปหา 1441 แล้ว 1441 บอกว่า “ทางเรามีหน้าที่รับแจ้งและส่งเรื่องต่อให้ บช.สอท.ทำอายัดครับ ส่วนเรื่องของการปลดอายัดบัญชี เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน (ร้อยเวรโรงพัก) ต้องมาตามแก้ปัญหาตรงนี้ให้” หลักฐานผมมี กล้องหลังโต๊ะทำงานผมบันทึกไว้หมด เขาพูดแบบนี้จริงๆ ครับ
ทีนี้กรรมมันก็มาตกอยู่ที่ตำรวจโรงพัก ผู้เสียหายก็มาตามคดีส่วนเจ้าของบัญชีก็มาตามเรื่องถอนอายัด ที่ตัวเองไม่ได้ทำอายัด ปกติแล้วร้อยเวรโรงพักหน้าที่หลักๆ คือทำคดีครับ ส่งสำนวนให้อัยการฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ซึ่งต่อให้ไม่ใช่คดีออนไลน์ก็ต้องทำ รถชน ไฟไหม้ เช็คเด้ง ข้างบ้านตีกัน ด่าพ่อล้อแม่ โพสต์ประจานหมิ่นประมาท ฯลฯ
ซึ่งต่างจาก บช.สอท. ที่หน่วยงานภายในที่รับผิดชอบเรื่องทำหมาย H นั้น ไม่ต้องมาทำงานจับฉ่ายแบบนี้ และทุกอย่างเป็นไฟล์ส่งผ่านระบบกันทั้งหมด คลิกๆ ไม่กี่ปุ่ม คุณก็โดนอายัดได้แล้ว และที่สำคัญคือ เรื่องทำถอนอายัดตอนนี้ มันไม่เกี่ยวกับคดีครับ คอมมอนเซนส์ง่ายๆ ไปอายัดบัญชีที่ไม่เกี่ยวกับคดี มันจะเกี่ยวกับการทำคดีได้ยังไง
อ้อ…และขอเพิ่มเติมว่าการทำถอนอายัดนั้น ต้องสอบปากคำทั้งเจ้าของบัญชี ทั้งผู้เสียหายลงในกระดาษ ให้ลงลายมือชื่อ ร่างหนังสือราชการเสนอผู้บังคับบัญชาลงนาม และเอาที่เป็นกระดาษนี้ สแกนเป็น PDF และส่งเข้าระบบไปอีกที ไม่มีมาคลิกๆ กดๆ ง่าย เหมือนหน่วยที่ทำอายัดครับ มันเลยกลายเป็นงานเอกสารที่เพิ่มเข้ามาให้ร้อยเวรทำเพิ่ม และแน่นอนว่าคนทำมันมีอยู่คนเดียว มันก็ไปเบียดบังเวลาทำคดีของคนอื่นอีก เป็นเหตุให้ทุกที่เลยเป็นเหมือนกันหมด คืองานมันมาติดคอขวดที่ร้อยเวรโรงพัก เกิดความล่าช้า
ณ วันนี้ ไม่มีวิธีอื่นนอกจากต้องรอร้อยเวรเจ้าของคดีที่ผู้เสียหายโทรไปแจ้ง 1441 เขาทำเรื่องเสนอไป บช.สอท.ต่อ แต่ผมอยากให้สังคมตั้งคำถามกันว่าขั้นตอนวิธีการแบบนี้ เหมาะสมไหม? การไปร้องเรียน ไปออกสื่อ ก็แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่ระบบที่คุณแค่นั่งอยู่บ้านเฉยๆ ทำงานสุจริต ก็สามารถโดนอายัดได้แบบงงๆ ก็จะคงอยู่ต่อไป โดยที่ทุกคน (รวมถึงผมเองก็ด้วย) มีโอกาสจะโดนกันอย่างเท่าเทียม แค่ไม่รู้ว่าจะโดนกันวันไหนแค่นั้น ถ้าใครมีพาวเวอร์ แล้วอยากทำเพื่อประชาชนจริงๆ น่าเอาเรื่องนี้เข้าศาลปกครอง ไม่ก็เอาเข้าสภาไปเลยครับจะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ
ทีนี้มีหลายๆ คนที่โดนอายัดบัญชีจะพูดเหมือนกันว่า ธนาคารโยนกันไปโยนกันมากับตำรวจ สาเหตุมันมาจากตรงนี้ครับในการไล่เส้นทางการเงินจากหมาย H นั้น คนที่เลือกบัญชีไหนจะอยู่ในเส้นเงินบ้าง คือ ธนาคารเป็นคนเลือกเอง ไม่ใช่ตำรวจ แต่เมื่อมีเจ้าของบัญชีโดนอายัด โทรไปถามธนาคาร ธนาคารจะบอกว่า ตำรวจสั่งให้อายัดจากหมาย H (ก็ถูกที่ตำรวจ บช.สอท.ออกหมาย H นะ แต่ทำไมไม่กล้าบอกชาวบ้านไปล่ะว่า ฉันนี่แหละเลือกอายัดเอง กลัวโดนด่าหรืออย่างไร) และแนะนำให้โทร 1441 ซึ่งเมื่อโทรหา 1441 1441 จะไม่ไปถาม บช.สอท.นะ แต่จะค้นชื่อพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในระบบ TPO ว่าใครเป็นร้อยเวรรับผิดชอบ และก็จะเอาเบอร์ของร้อยเวรคนนั้นให้เจ้าของบัญชีโทรมาสอบถามกับร้อยเวรอีกที พอร้อยเวรรับสายก็จะงง ว่าใครโทรมา เพราะ
-บช.สอท.ออกหมาย H
-ธนาคารเลือกบัญชีอายัด
-แต่ให้มาถามกับร้อยเวร ว่าเขาโดนอายัดเพราะอะไร
-ร้อยเวรก็เลยบอกให้ไปถามธนาคารอีกทีว่าอายัดเพราะมาตรการอะไร
มันเลยกลายเป็นวงจรอุ… ที่โยนกันไปโยนกันมาแบบที่ทุกท่านได้พบเห็น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้อยเวร แฉ ขั้นตอน อายัดบัญชี สุดบ้งตั้งแต่ทำงานมา 5 ปี โยนไปมา สร้างภาระ คนสุจริต ถูกแช่แข็งเงิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th