โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์เปิดช่องกองทุนเกษียณ 401(k) ลงทุนทางเลือกใน 'คริปโท' ได้

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 10.15 น.

ชาวอเมริกันหลายล้านคนที่ออมเงินในแผนการลงทุนเพื่อการเกษียณ หรือแผน 401(k) กำลังจะมีทางเลือกใหม่ในการนำเงินเกษียณไปลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกได้มากขึ้นแล้ว

ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา เปิดทางให้ กองทุนแผนเกษียณ 401(k) สามารถลงทุนใน "สินทรัพย์ทางเลือก" ได้มากขึ้น เช่น บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น (private equity) อสังหาริมทรัพย์, คริปโทเคอร์เรนซี และสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกเหล่านี้เข้าถึงเงินออมเพื่อเกษียณของชาวอเมริกันที่มีมูลค่ารวมกันมหาศาล "หลายล้านล้านดอลลาร์"

ทำเนียบขาวระบุว่า การกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไปและความเสี่ยงด้านการฟ้องร้อง เป็นอุปสรรคที่ทำให้ผู้เกษียณไม่ได้รับประโยชน์จากโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิพากษณ์วิจารณ์เตือนว่าสินทรัพย์ทางเลือกมีความเสี่ยงมากกว่า เปิดเผยข้อมูลน้อยกว่า และมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าการลงทุนแบบดั้งเดิม

"รัฐบาลของผมจะลดภาระด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงจากการฟ้องร้อง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อบัญชีเกษียณอายุของชาวอเมริกันในการได้รับผลตอบแทนที่แข่งขันได้ และการกระจายการลงทุน เพื่อให้เกษียณอายุได้อย่างภาคภูมิใจและสะดวกสบาย" คำสั่งประธานาธิบดีระบุ

คำสั่งนี้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อเอื้อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกได้ง่ายขึ้นใน แผนเกษียณแบบกำหนดเงินสมทบ (defined contribution: DC) แม้ไม่ได้กำหนดให้เพิ่มการคุ้มครองทางกฎหมายโดยตรง แต่ก็ได้สั่งการให้พิจารณาชี้แจงหรือปรับแก้ไขกฎระเบียบ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟ้องร้องอุตสาหกรรม

ภายหลังมีคำสั่งนี้ออกมา บรรดาผู้จัดการสินทรัพย์ต่างแสดงความยินดีกับข่าวดังกล่าว โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงระบบการออมเพื่อเกษียณให้ทันสมัย

“การขยายโอกาสเข้าถึงการลงทุนที่เคยเกินเอื้อม จะช่วยให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มการออมและตอบโจทย์การทำงานของผู้ดูแลแผน DC” ไจเม มากีรา หัวหน้าฝ่ายเกษียณของบริษัท BlackRock ระบุในแถลงการณ์

รอยเตอร์สระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจเป็นผลดีต่อผู้จัดการสินทรัพย์ทางเลือกขนาดใหญ่อย่าง Blackstone, KKR และApollo Global Management ด้วยการเปิดตลาดสินทรัพย์ในแผนเกษียณแบบกำหนดเงินสะสม หรือ DC ซึ่งมีมูลค่ามากถึงราว 12 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 390 ล้านล้านบาท) และเป็นแผนที่นิยมมากที่สุดใน 401(k) โดยบริษัทข้างต้นบางแห่งได้ลงนามความร่วมมือกับผู้จัดการสินทรัพย์ที่ดำเนินการแผนเหล่านี้แล้ว

BlackRock ซึ่งเคยผลักดันให้รัฐบาลทรัมป์ขยายประเภทสินทรัพย์ในแผนเกษียณ เตรียมเปิดตัวกองทุนเพื่อการเกษียณรุ่นใหม่ในปีหน้า ที่ผสานการลงทุนใน "private equity" และ "private credit" เข้ากับสินทรัพย์อื่น ๆ

ฝ่ายที่ผู้สนับสนุนแนวทางนี้ระบุว่า นักลงทุนวัยหนุ่มสาวสามารถได้ประโยชน์จากโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการลงทุนเสี่ยงกว่า ผ่านกองทุนที่จะค่อยๆ ทยอยปรับลดความเสี่ยงเมื่อใกล้ถึงวัยเกษียณ

“ในมุมของผู้จัดการสินทรัพย์ มันคือโอกาสครั้งใหญ่ในตลาดเกษียณมูลค่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ที่พวกเขาไม่เคยเข้าถึงมาก่อน” เจสัน เคฟพาร์ต นักวิเคราะห์จาก Morningstar กล่าว “แต่ในมุมของนักลงทุนรายบุคคล ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจนหลังหักค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ความซับซ้อน และความโปร่งใสที่น้อยลง”

โดยตัวเลือกการลงทุนใหม่นี้มีข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลน้อยกว่า และโดยทั่วไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ยากกว่าหุ้นและพันธบัตรที่ซื้อขายในตลาด ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของกองทุนเกษียณส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมักจะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...