โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สคบ. จับมือ มือสตช. – สพธอ. ยกระดับความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์

อีจัน

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 16.03 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 09.03 น. • อีจัน

วันนี้ (8 ส.ค. 68) นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการสนับสนุนและจัดการปัญหาธุรกรรมทางออนไลน์ร่วมกับ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

สำหรับการลงนามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง สคบ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการกำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัล การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และการคุ้มครองผู้บริโภค และผู้ใช้บริการเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและรองรับการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ประชาชนไทย เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตอบสนองต่อสภาพปัญหาและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วขึ้นในยุคปัจจุบัน

นายรณรงค์ กล่าวว่า โดยสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจ คือ

1. ร่วมกันพัฒนาระบบเชื่อมโยงการรับเรื่องร้องเรียนครอบคลุม เรื่องร้องเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สพธอ. เรื่องแจ้งความที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่องร้องทุกข์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ สคบ.รวมถึงการส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

2. ร่วมผลักดันกลไกเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามปัญหาธุรกรรมทางออนไลน์โดยสนับสนุน
การจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ พัฒนาศักยภาพและทักษะการรู้เท่าทันธุรกรรมออนไลน์ให้แก่ประชาชน
ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

3. ร่วมมือและสนับสนุนด้านวิชาการครอบคลุมการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเชี่ยวชาญ บุคลากร และเครื่องมือของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินงานภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจนี้ เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในธุรกรรมทางออนไลน์

“ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้แก่ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล และผลักดันให้เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายรณรงค์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...