โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับกุมเศรษฐีลาว หลอกคนไทยร่วมลงทุนสูญเงินกว่า 500 ล้านบาท

Khaosod

อัพเดต 29 ส.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2568 เวลา 08.00 น.

สืบสวน ภ.4 ตามรวบจับกุมเศรษฐีลาว หลอกคนไทยร่วมลงทุนสูญเงินกว่า 500 ล้านบาท คาร้านไก่ย่าง หลังหนีมา 9 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับลำดับที่ 139

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2568 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ถึงการจับกุม นายอโนสิด โคละวง (Anousit Koulavong) สัญชาติลาว อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตาก ที่ 52/2560 ลงวันที่ 1 ส.ค.68 โดยกล่าวหาว่า "ร่วมกันฉ้อโกง" และเป็นผู้ต้องหาตามปฏิทินหมายจับประกาศสืบจับของ ตร. ประจำปี พ.ศ.2568 ลำดับที่ 139 จับกุมตัวได้ที่ ร้านขายไก่ย่าง ริมถนนมิตรภาพ ม.10 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น

ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (28 ส.ค.) พ.ต.อ.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผบก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สส.1 และพ.ต.ต.เขมวัฒน์ พฤกษติกุล สว.กก.สส.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันจับกุม นายอโนสิด หลังหลบหนีการจับกุมมาแล้ว 9 ปี

สืบเนื่องจากในช่วงต้นปี59 มีกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งเป็นประชาชนพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา ถูกบริษัท จำกัด (มหาชน) แห่งหนึ่ง ที่มี นายยุสรี ประธานบริหาร และนายอโนสิด หนึ่งในผู้บริหาร ชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าประกอบธุรกิจหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า น้ำมันพืช ธุรกิจพลังงาน และทองคำ

โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงถึง 54% ต่อเดือน หรือ 648% ต่อปี เช่น ร่วมลงทุน หุ้นละ 3,000 บาท จะได้ค่าตอบแทน 400 บาทต่อสัปดาห์ ต่อ 1 หุ้น ต่อมาประชาชนที่เป็นผู้เสียหายเกือบ 500 คน รู้ว่าถูกหลอกร่วมลงทุน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 500 ล้านบาท จึงได้นำหลักฐานการโอนเงิน เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยะลา

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนในพื้นที่ จ.ตาก กว่า 10 ราย ที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองตาก ซึ่งทั้งสองพื้นที่นั้น ศาลได้ออกหมายจับกุมผู้บริหารบริษัทและนายอโนสิด ก็เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย มาดำเนินคดีตามกฏหมาย

จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.4 สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ เป็นคนรวยระดับเศรษฐีของลาว ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ แล้วยังได้รับการประมูลช่องทีวีในลาว มีพรรคพวกทั้งที่ประเทศลาว และในประเทศไทย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆอีก และระวังตัวเป็นอย่างมาก เปลี่ยนที่พักและเส้นทางการเดินทางอยู่เสมอ เดินทางเข้าออกประเทศเพื่อนบ้านอยู่บ่อยครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงเลขหนังสือเดินทางอยู่ตลอด ทำให้การสืบสวนติดตามเป็นไปด้วยความยากลำบาก

จนกระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ ได้คนไทยเป็นภรรยาอยู่ที่ อ.บ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จึงได้เกาะติดดูความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา และคนในบ้านหลังดังกล่าว จนพบว่ารถยนต์ ยี่ห้อเกียร์ รุ่น carnival ทะเบียน กำแพงนคร ไม่อยู่ในบ้าน แต่ก็สืบสวนสวนจนทราบว่า คนในครอบครัวได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปกรุงเทพฯ ซึ่งเชื่อได้ว่าน่าจะไปรับตัวผู้ต้องหาที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 28 ส.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พบรถคันดังกล่าว ขับมาจากจังหวัดนครราชสีมา มุ่งหน้าเข้าพื้นที่จังหวัดขอนแก่น คาดว่าผู้ต้องหาจะนั่งอยู่ในรถ เมื่อถึงอำเภอเขาสวนกวาง รถยนต์จอดแวะกินไก่ย่างส้มตำ ที่ร้านขายไก่ย่างเขาสวนกวาง ริมถนนมิตรภาพ แล้วชายที่นั่งมาในรถก็ลงจากรถมานั่งกินไก่ย่างด้วย

เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจ จนเป็นที่ชัดเจนว่าชายที่นั่งรับประทานไก่ย่าง เป็นผู้ต้องหาตามประกาศสืบจับสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า เป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ และยินยอมให้จับกุมแต่โดยดี

ในเบื้องต้นให้การเพียงว่า เคยร่วมลงทุนกับบริษัทวันดังกล่าว และถูกแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของบริษัทฯ เคยขึ้นเวทีปราศรัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกลวงประชาชน ไม่ได้เอาเงินของประชาชน และก็ไม่ยอมให้การใดๆในชั้นจับกุมอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.4 จะได้นำตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.ตาก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับกุมเศรษฐีลาว หลอกคนไทยร่วมลงทุนสูญเงินกว่า 500 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...