“หุ้นเทคจีน” ในฮ่องกง พุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี แรงหนุน AI สัมพันธ์จีน–สหรัฐผ่อนคลาย
ดัชนี Hang Seng Tech Index พุ่ง 3.5% นำโดย Baidu บวก 16% ขณะเดียวกัน JD.com, Meituan และ Alibaba ก็ปรับตัวขึ้นตาม นักวิเคราะห์ชี้การเร่งลงทุนด้าน AI และความสัมพันธ์จีน–สหรัฐที่ดีขึ้น หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน
วันที่ 17 กันยายน 2658 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี เมื่อวันพุธ (17 ก.ย.) จากแรงซื้อที่ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
ดัชนี Hang Seng Tech Index เพิ่มขึ้นมากถึง 3.5% แตะระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 ตามข้อมูลที่บลูมเบิร์กรวบรวม โดยหุ้นของ Baidu Inc. พุ่งขึ้นถึง 16% นำตลาด ขณะที่หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ เช่น JD.com, Meituan และ Alibaba Group Holding Ltd. ต่างก็ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้า
ดัชนีดังกล่าวกำลังจะบันทึกการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศการผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างจีน–สหรัฐ และความคาดหวังว่าการลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีใน AI จะเริ่มเห็นผลเชิงพาณิชย์
ชารู ชานานา ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์การลงทุนของ Saxo Markets กล่าวว่า “ผู้นำเทคโนโลยีจีนกำลังเร่งลงทุนและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้าน AI อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นโมเดล, รถยนต์ไร้คนขับ (robotaxis), หรือชิปที่พัฒนาขึ้นเอง และยังพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาสามารถสร้างรายได้จาก AI ได้เร็วกว่าที่คาดไว้ …ด้วยมูลค่าหุ้นที่ยังตามหลังสหรัฐ นักลงทุนจึงเริ่มกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง”
อย่างไรก็ตามหุ้นเทคโนโลยีจีนยังคงซื้อขายต่ำกว่าหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐเมื่อเทียบในแง่อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) โดยดัชนี Hang Seng Tech ซื้อขายที่ระดับ 20.5 เท่าของกำไรล่วงหน้า ต่ำกว่าดัชนี Nasdaq 100 ของสหรัฐที่อยู่ที่ 27 เท่า ตามข้อมูลของบลูมเบิร์ก
บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนกำลังอยู่ในช่วงทุ่มลงทุนด้าน AI ครั้งใหญ่ แข่งขันกันเองและกับบริษัทสหรัฐเพื่อครองตลาดที่ถูกคาดว่าจะพลิกโฉมวิถีชีวิตและการทำงานในอนาคต
รายงานของ Bloomberg Intelligence คาดว่าเงินลงทุนรวม (Capex) ของบริษัทอินเทอร์เน็ตจีนรายใหญ่ เช่น Alibaba, Tencent Holdings, Baidu และ JD.com จะพุ่งขึ้นแตะ 32,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 13,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2566
ความต้องการเงินทุนนี้ยังช่วยกระตุ้นการระดมทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ เช่น Alibaba เพิ่งออกหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Tencent ก็หันมาระดมทุนในตลาดพันธบัตรเงินหยวน (Dim Sum Bond) มูลค่า 9,000 ล้านหยวน หรือราว 1.27 พันล้านดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร ถือเป็นการขายพันธบัตรครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ข่าวล่าสุดที่หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนมาจากรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติเมื่อคืนวันอังคารว่า ศูนย์ข้อมูล Sanjiangyuan ของ China Unicom ได้ลงนามสัญญาเพื่อใช้ชิป AI จากบริษัทจีนรวมถึง T-Head หน่วยพัฒนาชิปของ Alibaba โดยข้อมูลดังกล่าวถูกนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ระหว่างการเยือนมณฑลชิงไห่ในสัปดาห์นี้ ตามรายงานของ CCTV
ปัจจัยบวกอีกด้านคือสัญญาณเชิงบวกในความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า จะพูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันศุกร์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนก็ได้บรรลุกรอบข้อตกลงเพื่อให้แอป TikTok ดำเนินธุรกิจต่อในสหรัฐได้
อ้างอิง : bloomberg.com