เพื่อไทย พลิกแคมเปญหาเสียง ห้ามเลือด สส.ย้ายพรรค หนียอดต่ำร้อย
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ถึงคราวที่พรรคเพื่อไทย ต้องจัดอีเวนต์ “ยกเครื่องเพื่อไทย”
นอกจากย้อนภาพในอดีตยุคอันรุ่งเรือง ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่โลโก้หัวแหลม มาเป็นเพื่อไทยโลโก้หัวกลม
แต่ละยุคสมัยสร้าง “ตำนานนโยบาย” อะไรเอาไว้ และมีเหตุการณ์ไหนที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายถูกกระทำ ฉายภาพในอนาคตถ้าเพื่อไทยจะกลับมาจะทำอะไร พร้อมเปิดตัวผู้ที่เสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ถ่ายเลือดเก่า-เติมเลือดใหม่
แทน สส.หน้าเก่า ที่เลือดไหลไปพรรคคู่แข่ง-ส่วน สส.หน้าเก่า ที่เรตติ้ง บุคลิกตกยุคล้าสมัย ถูกสะกิดให้ลุกจากพื้นที่ หาคนหน้าใหม่ เลือดใหม่ หรือส่งลูก-หลานเข้าไปแทน
แต่ปัจจัยสำคัญที่เพื่อไทยต้อง “ยกเครื่อง” เพราะ พรรคเพื่อไทย จากเดิมที่เป็นพรรคกระแส ชิงแต้มความนิยมทางการเมือง ทว่า 2 ปีที่ผ่านมา ภาพใหญ่รัฐบาลเพื่อไทยยังทำผลงานไม่เข้าเป้า เงินดิจิทัลวอลเลตที่ต้องการให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ กลายเป็นการแจกเงินที่ไม่ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบตามแผน นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ที่ต้องการสร้างรายได้ให้คนไทยปีละ 2 แสน ยังไม่ไปถึงไหน กฎหมาย THACCA ที่เป็น “เครื่องยนต์” สำคัญ ยังไม่เข้าสภาแม้แต่วาระรับหลักการ
โปรเจ็กต์ใหญ่หลายนโยบายหยุดชะงัก เช่น เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
นโยบายที่หวังเป็นเครื่องมือ “เรียกคะแนน” อย่าง โครงการบ้านเพื่อคนไทย เปิดตัวอย่างครึกโครม แต่ยังไม่ขึ้นโครง ขึ้นค่าแรง 400 บาท ยังกระจุกตัวอยู่แค่ภาคธุรกิจบางเซ็กเตอร์ นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ต้องหล่นจากอำนาจไปเสียก่อน กระแสจึงไม่มาตามเป้า
ประกอบกับ พรรคเพื่อไทย ถูกรุกพื้นที่ทางการเมืองจากพรรคที่ทรัพยากรมากกว่า และมีเครื่องไม้-เครื่องมือสนับสนุน สส.ในพื้นที่ได้มากกว่า เช่นเดียวกับ นักการเมือง สส.สอบตก ก็ไม่ได้รับการเหลียวแลเท่าที่ควรในช่วงที่ผ่านมา
กลายเป็นว่า ศัตรู-คู่แข่งทางการเมือง พรรคภูมิใจไทย หรือแม้พรรคที่เคยถูก “วางตัว” ไว้เป็นเครือข่าย อย่างพรรคกล้าธรรม วันที่อำนาจกลับหัวกลับหาง พลิกขั้ว 180 องศา อำนาจรัฐไม่ได้อยู่ในมืออีกต่อไป
จึงมีข่าวว่า สส.เพื่อไทย หลายสิบชีวิตกำลัง “ทบทวน” เส้นทาง-บทบาทตัวเอง แม้ว่าพรรคเพื่อไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มของ เดอะซัน “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แต่ก็อาจรักษาฐานที่มั่นในภาคเหนือบน เหนือตอนล่าง
ส่วนเขตภาคอีสานตอนบน กับอีสานใต้ ต้องถูกขนาบข้างด้วย พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม เว้นไว้ที่อีสานกลาง ที่พรรคเพื่อไทยยังมีโอกาส ขณะที่ภาคกลางเป็นพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย ส่วนภาคใต้ที่เคยต้องการให้พันธมิตรคือ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชาติ ช่วยเก็บแต้ม แต่นาทีนี้อาจสู้พรรคสีน้ำเงินไม่ได้
ดังนั้น การจัดอีเวนต์ “ยกเครื่องเพื่อไทย” จึงเป็นการนับจำนวนหัว สส. เช็กความมีลอยัลตี้ในแบรนด์เพื่อไทย ไปในคราวเดียวกัน
สารพัดสิ่งต้องทำต่อ
อย่างไรก็ตาม นาทีนี้ “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ยังเป็นคนเดิมคือ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศภายใต้แคมเปญ “เพื่อไทยจะกลับมา” ฉายภาพนโยบายที่อยากให้มีการทำต่อเนื่อง ประกอบด้วย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย บ้านเพื่อคนไทย ทุนสำหรับเด็กทุกระดับ (โอดอส) เดินหน้าการแข่งขัน F1 หนุนอีเวนต์ ทูมอร์โรว์แลนด์-เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
ที่สามารถสร้างระบบเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าแมนเมดเดสติเนชั่น จะเป็นการกระตุ้นทำให้ประเทศเราใหม่ขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีสิ่งที่น่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ จะมากี่ทีก็สามารถหาความสนุกได้ทุก ๆ ที่ในประเทศไทย
เดินหน้า THACCA พัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในทุกระดับ ความปลอดภัยจากสแกมเมอร์ ปราบปรามยาเสพติด-วันสต็อปเซอร์วิส “ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลจะดันสิ่งนี้ต่อแน่นอน”
อิ๊งค์ดูแลพรรคให้เข้มแข็ง
ขณะที่ “สรวงศ์ เทียนทอง” อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ฉายภาพการยกเครื่องเพื่อไทย ใน 4 เดือน ที่เป็นรูปธรรมว่า การที่นายกฯ แพทองธาร เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคก็เป็นได้ไม่นาน ต้องผันตัวเป็นนายกฯ เพราะจริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ในแพลน เพราะต้องการให้ นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ 4 ปี และ แพทองธาร ก็จะมาดูแลพรรค
เมื่อต้องผันตัวเป็นนายกฯ การดูแลพรรคเพื่อไทยไม่ได้อย่างที่ตัวเองคาดหวังไว้ พอเป็นหัวหน้าพรรคเต็มตัว ก็จะกลับมาดูแลพรรค ดูแลบ้านให้เข้มแข็ง
สาเหตุที่ต้องกลับมาดูแลบ้านให้เข้มแข็ง “สรวงศ์” ตอบว่า “ไม่มีอะไรครับ คือ พรรคการเมือง โดยเฉพาะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ เอาแค่ สส.อย่างเดียวก็ร้อยกว่าคน ยังไม่รวมกับทีมงาน ผู้สมัคร องคาพยพเยอะมาก และการดูแลคนทั้งหมดไม่ได้ใจทุกคนแน่นอน เอาใจคนทุกคนไม่ได้ พอเรากลับมาดูพรรค หัวหน้าพรรคก็ปวารณาตัวแล้วว่าจะทำให้ดีที่สุด”
รื้อนโยบาย-ห้ามเลือด สส.
แต่หลายคำทำนายทางการเมืองทั้งจากนักวิชาการ นักวิเคราะห์การเมือง คาดการณ์ว่า เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะต่ำร้อย ทำอย่างไรไม่ให้ต่ำร้อย “สรวงศ์” กล่าวว่า ขึ้นกับพี่น้อง แต่ละคนที่ออกมาเป็นนักวิชาการ ไม่ใช่นักเลือกตั้ง อ่านทุกอย่างจากตัวเลข แต่ผมคนที่อยู่ในพื้นที่ อยู่กับประชาชน สส.ทุกคนทราบดีว่าประชาชนมีความรู้สึกอย่างไร ซึ่งเรายังมีเวลาทำความเข้าใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาสู่พรรคเพื่อไทยให้ได้
แต่อะไรจะเป็นสิ่งที่ Sexy ทำให้คนกลับมาเชื่อมั่น และเลือกพรรคเพื่อไทย “พ่อบ้านพรรคเพื่อไทย” กล่าวว่า นโยบายที่เราได้รับการเลือกตั้งและได้รับความนิยมสม่ำเสมอ ประชาชนที่เลือกมาเป็นความหวังให้เรามาแก้เรื่องปากท้อง แต่ต้องยอมรับว่าเราหาเสียงปี’66 เราหวังเป็นพรรคอันดับ 1 สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยที่ไม่ใช่รัฐบาลผสมแบบนี้ แต่เมื่อผลไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาด แน่นอนในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราอยากให้ทำในสิ่งที่เราหาเสียง แต่หลายอย่างทำไม่ได้ เราก็ต้องกลับมาดูว่า
ถ้าอนาคตเราจะออกนโยบาย เราต้องออกนโยบายให้ทำได้จริง ไม่ว่าเป็นรัฐบาลพรรคเดียว พรรคใหญ่ หรือรัฐบาลผสม เราต้องทำให้ได้
ต้องทำความเข้าใจ ไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เป็นความจริงว่าหลาย ๆ สิ่ง หลายอย่างทำไม่ได้เพราะติดอะไร ประชาชนถ้าย้อนกลับไปดูจะเห็น เช่น ดิจิทัลวอลเลต ถูกรั้ง ถูกขวาง ถูกห้าม จนออกไม่ได้ ต้องออกมาเป็นเงินสด และออกไม่ครบ ผมคิดว่าประชาชนเข้าใจได้อยู่
“ส่วนการห้ามเลือด สส.ไม่ให้ย้ายพรรคนั้น ผม สส. ผู้สมัครทุกท่านรู้ดี เป็นอนาคตของตัวเอง พรรคการเมืองต่าง ๆ เสนอนู่น นี่มาให้ แต่โดยระยะยาว การเมืองเป็นมากกว่าสิ่งที่เสนอ เป็นสิ่งที่นักการเมืองคำนึงถึง ทั้งตัวฐานเสียง คะแนนนิยมในอนาคต มันต้องชั่งใจหลาย ๆ อย่าง แต่เราทำทุกวิถีทางทำให้ดีที่สุด รั้งคนของเราไว้ ไม่ว่าทั้งเรื่องอุดมการณ์และคะแนนนิยม” สรวงศ์กล่าว
4 เดือน ยกเครื่องเพื่อไทย ไม่ให้คำทำนาย “ต่ำร้อย” เป็นจริง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เพื่อไทย พลิกแคมเปญหาเสียง ห้ามเลือด สส.ย้ายพรรค หนียอดต่ำร้อย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net