ป๋อง สุพรรณ เซียนพระดัง ชี้ พระเหรียญ ต้องจบที่ตัวตัด ลั่นรับซื้อ เหรียญหลวงปู่ทวดเนื้อทองคำ
ป๋อง สุพรรณ ยันพระเหรียญต้องดูตัวตัด ชี้ปี 08 มีตัวตัด 2 แบบ ลั่น ”ผมซื้อนะ” เหรียญดราม่า 5 ล้าน เรื่องนี้ไม่รู้จะแถไปกันถึงไหน เพราะทุกอย่างจะจบที่ตัวตัด ยกเครื่องตัด พิสูจน์รอยตัดเหรียญพระเครื่อง แท้ หรือ เก๊ ดราม่าเหรียญหลวงปู่ทวด
จากกรณี รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย ได้พูดคุยถึงประเด็นดราม่าร้อนแรงสุดในวงการพระเครื่อง กรณีพิพาทระหว่างเซียนพระชื่อดัง บอย ท่าพระจันทร์ และ โอ๊ต บางแพ เกี่ยวกับความแท้ของ เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 เนื้อทองคำ เป็นหนึ่งในพระเครื่องที่มีมูลค่าสูงและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
จุดเริ่มต้นของดราม่าเกิดขึ้นเมื่อ บอย ท่าพระจันทร์ เซียนพระชื่อดังของเมืองไทย เช่าซื้อเหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 เนื้อทองคำที่ระบุว่าเป็น บล็อกไม่ผ่าปาก มาในราคาสูง และนำเสนอผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเอง ยืนยันเป็นพระแท้ดูง่ายตามมาตรฐานสากลที่วงการยอมรับ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงการพระเครื่องอย่างกว้างขวาง
โอ๊ต บางแพ เซียนพระอีกรายที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมาก ออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้านผ่านไลฟ์สดและโพสต์บนโซเชียลมีเดีย โดยยืนยันว่าเหรียญหลวงปู่ทวดรุ่นดังกล่าวที่เป็นเนื้อทองคำนั้น จากข้อมูลเท่าที่เคยมีมาในวงการ จะมีเฉพาะบล็อกผ่าปากเท่านั้น ส่วนบล็อกไม่ผ่าปาก ที่เป็นเนื้อทองคำนั้นไม่มีอยู่ในสารบบการสร้างของวัดช้างให้ และไม่เคยเล่นหากันเป็นมาตรฐานสากล
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย ได้เชิญ ต้น ท่าพระจันทร์ แฟนพันธุ์แทน พระเหรียญ โทน บางแค นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และ อาจารย์รักษ์ ศรีเกตุ ผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่อง เพื่อมาอธิบายถึงหลักการที่เป็นมาตรฐานสากลในการตรวจสอบเหรียญพระเครื่อง เพื่อให้สังคมและผู้ที่สนใจได้เข้าใจถึงกระบวนการพิสูจน์ ที่ไม่ใช่อาศัยเพียงความคิดเห็นส่วนตัว แต่ต้องตั้งอยู่บนหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้
โทน บางแค และ อ.รักษ์ ศรีเกตุ ได้อธิบายหลักการสำคัญที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลของวงการพระเครื่อง นั่นคือการพิจารณาจาก “รอยตัด” ที่ขอบของเหรียญ ซึ่งเกิดจาก “ตัวตัด” หลักการนี้ถือเป็นหัวใจของการดูเหรียญชนิดปั๊ม โดยกระบวนการผลิตเหรียญในสมัยก่อน จะเริ่มจากการปั๊มกระแทกแผ่นโลหะด้วยแม่พิมพ์ (บล็อก) เพื่อให้เกิดลวดลายด้านหน้าและด้านหลังขององค์พระ จากนั้นจะนำแผ่นโลหะที่ปั๊มแล้ว มาเข้าเครื่องตัดเพื่อให้ได้รูปทรงของเหรียญตามที่ออกแบบไว้ ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ตัดนี้เรียกว่า “ตัวตัด”
ตัวตัดนี้ทำจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งมาก และในขั้นตอนการผลิตตัวตัดเองก็จะมีตำหนิหรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวเกิดขึ้น อาจเป็นรอยบิ่น รอยเส้น หรือความไม่เรียบเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งตำหนิเหล่านี้จะเปรียบเสมือน “ลายนิ้วมือ” ของตัวตัด เมื่อนำตัวตัดนี้ไปใช้ตัดขอบเหรียญพระเครื่องซึ่งทำจากโลหะที่อ่อนกว่า เช่น ทองแดง ทองคำ หรือเงิน แรงกดมหาศาลจะทำให้ตำหนิที่เป็นเอกลักษณ์บนตัวตัด
ถูกถ่ายทอดไปยังขอบของเหรียญทุกเหรียญที่ถูกตัดด้วยตัวตัดตัวเดียวกัน ดังนั้น เหรียญแท้ที่ผลิตจากบล็อกเดียวกันและใช้ตัวตัดเดียวกันทั้งหมด จะต้องมีร่องรอยตำหนิที่ขอบเหรียญเหมือนกันทุกประการในตำแหน่งเดียวกัน สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ทั้งหมด
นี่จึงเป็นหลักการสากลที่ใช้ในการชี้ขาด เพราะหากเป็นเหรียญปลอมที่ทำขึ้นมาทีหลังโดยการถอดพิมพ์หรือใช้ตัวตัดที่ทำขึ้นมาใหม่ รอยตัดที่ขอบเหรียญจะไม่มีทางเหมือนกับเหรียญแท้ดั้งเดิมได้อย่างแน่นอน
เพื่อทำให้ผู้ชมเห็นภาพและเข้าใจหลักการดังกล่าวอย่างชัดเจน ในรายการได้มีการสาธิตสดๆ โดยนำเครื่องตัดเหรียญมาทดลองตัดให้ดู เริ่มจากการนำแผ่นโลหะตะกั่ว ซึ่งเป็นโลหะเนื้ออ่อน มาเข้าเครื่องตัด เมื่อตัดออกมาแล้วก็ได้นำมาส่องกล้องให้ดูรอยตัดที่ขอบ จากนั้นได้นำแผ่นทองคำมาตัดด้วยเครื่องตัดและตัวตัดตัวเดียวกัน ผลปรากฏว่าเมื่อนำเหรียญที่ตัดทั้งสองมาส่องดูขอบ รอยตำหนิต่างๆ ที่ปรากฏบนขอบของเหรียญตะกั่วและเหรียญทองคำนั้น มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าเนื้อโลหะของเหรียญจะแตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้าถูกตัดด้วย “ตัวตัด” ตัวเดียวกันแล้ว “รอยตัด” ที่ขอบเหรียญจะออกมาเป็นแบบเดียวกันเสมอ
โทน บางแค และ อ.รักษ์ ศรีเกตุ สรุปว่า การจะยุติข้อถกเถียงกรณีเหรียญหลวงปู่ทวด ปี 08 เนื้อทองคำที่เป็นประเด็นอยู่นั้น สามารถทำได้โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์นี้ คือการนำเหรียญทองคำองค์ที่ถกเถียงกันอยู่ มาเปรียบเทียบรอยตัดที่ขอบกับเหรียญรุ่นเดียวกันที่เป็นเนื้อมาตรฐานซึ่งวงการยอมรับว่าเป็นพระแท้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง เช่น เนื้อทองแดง
หากรอยตัดของเหรียญทองคำตรงกับรอยตัดของเหรียญทองแดงที่ได้รับการยอมรับ ก็สามารถสรุปได้ว่าเหรียญทองคำนั้นถูกตัดด้วยตัวตัดเดียวกันกับเหรียญแท้ในยุคนั้น และถือเป็นพระแท้ตามมาตรฐานสากล การพิสูจน์ด้วยวิธีนี้จะทำให้ข้อสรุปที่ได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถตรวจสอบและยืนยันได้
ทั้งนี้รายการโหนกระแส ยังได้โฟนอินพูดกับ ป๋อง สุพรรณ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย
โดย ป๋อง สุพรรณ เปิดใจว่า เรื่องนี้เห็นเถียงกันเรื่องความหนาของพระ ซึ่งเหรียญการปั๊มของโรงงานสมัยก่อน เป็นการปั๊มแบบเหวี่ยงและแกะเหรียญแบบตื้น แต่สมัยนี้เป็นการปั๊มแบบเครื่องเขาควาย และต้องแกะลึกๆ แบบเด้งๆ ส่วนความหนาทุกโรงงานจะไม่มีแผ่นทองแดงหรือแผ่นเนื้ออัลปาก้า ต้องไปสั่งโรงหล่อมา ขนาดก็ของเนื้ออัลปาก้าก็จะเท่ากันหมด แต่ทองคำจะไม่ได้สั่งโรงงาน ที่โรงงานปั๊มจะต้องหลอม แต่ผู้สร้างพระจะบอกว่าต้องการพระน้ำหนักเท่านั้น โดยปัจจุบันเราจะทำน้ำหนัก 2 บาท แต่ในอดีตจะทำน้ำหนักพระทองคำ 1 บาท
การทำทองคำก็จะรีดและทำที่โรงงานเลย โดยมีการไปสั่งตัวตัดมา ซึ่งตัวตัดจะจบที่ตัวตัดเดียวกันและในโรงงานเดียวกัน ซึ่งการสร้างพระจะใช้โรงงานปั๊มก็จะปั๊มพระอย่างเดียว เช่นเดียวกับโรงงานโลหะก็จะทำโลหะอย่างเดียว เพราะฉะนั้นความหนาของแต่ละเนื้อของพระสามารถแยกได้เลย เพราะทำมากันคนละที่
ส่วนเรื่องของตัวตัดตั้งแต่ปี 2500 เรายังเล่นกันที่ตัวตัดกันเลย ต้องจบที่ตัวตัด ถ้าไม่ดูที่ตัวตัดโอกาสจะโดนของเก๊เยอะมาก เพราะการดูเหรียญต้องดูตัวตัดเท่านั้น โดยตั้งแต่ปี 2500 ขึ้นมาจะเป็นเครื่องปั๊มแบบเหวี่ยง และปัจจุบันจะเป็นเครื่องปั๊มแบบเขาควาย
ตัวตัดพระจะคมมาก แล้วรายละเอียดของเนื้อทองคำตั้งแต่ปี 2508 จนถึงปัจจุบันคนละสีกัน บางทีต้องยอมรับความจริง วันนี้ผมจะได้ดูเหรียญทองคำเหรียญนี้ที่ดราม่า โดยเด่น อยุธยาอยากให้ดู อีกทั้งเรื่องนี้คนซื้อเหรียญพระไปก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย เรื่องนี้ไม่รู้จะแถไปกันถึงไหน เพราะทุกอย่างจะจบที่ตัวตัด คนเล่นพระในวงการนี้ ถ้าไม่จบที่ตัวตัดเล่นไม่ได้
การที่บอกว่าตัวตัดปี 2508 มีตัวเดียวก็ไม่ใช่อีก เพราะตัวตัดเหรียญผ่าปากปี 2508 มีตัวตัด 2 ตัว เพราะตัวตัดของโรงงานบางทีบล็อกอาจแตก โดยเหรียญปี 2508 เนื้ออัลปาก้าคนสั่งเยอะ ตัวตัดหยาบจะมีปัญหาหรือแตก จึงทำตัวตัดละเอียดขึ้นมาอีกตัวหนึ่ง จึงใช้ตัวตัด 2 ตัว เพราะฉะนั้นตัวตัดปี 2508 มี 2 ตัว คือแบบหยาบและละเอียด แล้วไม่มาชี้วัดกันที่ความหนาของทองคำและเนื้ออัลปาก้า มันเลอะเทอะ เพราะอยู่ที่คนสั่งต้องการน้ำหนักทองเท่านั้น
เมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามว่าเหรียญนี้จะเอาไว้เองไหม ราคา 5 ล้าน ป๋อง สุพรรณ บอกว่า “ผมซื้อนะเหรียญนี้”
สำหรับประวัติของเหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 สร้างขึ้นโดยวัดช้างให้ จ.ปัตตานี ในวาระที่พระครูวิสัยโศภณ (ทิม ธมฺมธโร) เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ในขณะนั้น ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท ฝ่ายวิปัสสนา เหรียญรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสม เนื่องจากมีความเชื่อว่ามีพุทธคุณโดดเด่นในด้านเมตตามหานิยม ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง
เหรียญรุ่นนี้มีการจัดสร้างหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อทองแดงรมดำ และเนื้ออัลปาก้า โดยเฉพาะเนื้อทองคำนั้นระบุว่าสร้างในจำนวนที่น้อยมาก ไม่เกิน 20 เหรียญ ทำให้เป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูงอย่างมหาศาล ประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันคือ บล็อก หรือแม่พิมพ์ ที่ใช้ในการปั๊มเหรียญ ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน และเป็นที่มาของข้อพิพาทในครั้งนี้
https://www.youtube.com/live/sGjWB_zDCdU?si=7O3cbQ7gSrWOdMBi
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ป๋อง สุพรรณ เซียนพระดัง ชี้ พระเหรียญ ต้องจบที่ตัวตัด ลั่นรับซื้อ เหรียญหลวงปู่ทวดเนื้อทองคำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th