การเมืองไทยภายใต้ระบอบสฤษดิ์ (3)
ตุลวิภาคพจนกิจ | ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
การเมืองไทยภายใต้ระบอบสฤษดิ์ (3)
บุคคลต่อไปในคณะเจ้าที่น่าสนใจและแปลกใจคือพระยาศรีวิศาลวาจา(เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล : 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2439 – 23 มีนาคม พ.ศ.2511)
ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นขุนนางเก่าแต่สมัยรัชกาลที่ 7 ตำแหน่งตั้งแต่ในรัฐบาลยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์คือเป็นอดีตปลัดทูลฉลองในรัชกาลที่ 7
เป็นหนึ่งในผู้ร่างกฎหมายที่จะนำมาใช้เป็นรัฐธรรมนูญถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวร่วมกับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ และนายเรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองหมดบทบาทไประยะหนึ่งก่อนฟื้นกลับมาหลังรัฐประหาร 2490 พระยาศรีวิศาลวาจากลับเข้าไปมีบทบาทในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หลังปี 2490 จนกระทั่งก้าวมารับตำแหน่งแทนหลวงวิจิตรวาทการเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ และต่อมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงคนที่ 2 ด้วย
กระทั่งการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินหลังรัฐประหาร จอมพลสฤษดิ์ยังต้องฟังคำท้วงติงจากพระยาศรีวิศาลฯ ด้วย (อาสา คำภา, 2563)
แต่ประหลาดใจที่ท่านแทบไม่เป็นที่รู้จักกันเลย เป็นแกนนำคณะเจ้าที่มีบทบาทเงียบๆ แต่สำคัญลึกซึ้ง ข้ามยุคสมัยที่ขัดแย้งกันมาได้อย่างยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ
ฐานะและบทบาทของพระยาศรีวิศาลวาจายังไม่เคยมีการศึกษาและประเมินมาก่อน
ประเด็นที่ผมสนใจไม่ใช่เฉพาะเรื่องประวัติและภูมิหลังเท่านั้น หากแต่คือสายใยทางเศรษฐกิจการเมืองระหว่างชนชั้นนายทุนสยามกับการสร้างรัฐสมัยใหม่
ครอบครัวฮุนตระกูลเป็นจีนสยามที่ทำการค้าและอุตสาหกรรมในประเทศมายาวนาน
แรกนั้นทำโรงงานทำขนมปังตั้งบ้านเรือนที่เชิงสะพานพิทยเสถียร ริมคลองผดุงกรุงเกษม ทำโรงเลื่อยไม้ด้วยมือ โรงเผาปูนที่ จ.ราชบุรี
ทำเรือข้าวตกข้าวจากจังหวัดชั้นในลงมาขายในกรุงเทพฯ จนมีความคุ้นเคยกับขุนนางผู้ใหญ่ เป็นผู้จัดหาพระกระยาหารฝรั่งถวายในการพระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตานุทูต
จนเป็นผู้กำกับอาหารการพระราชทานเลี้ยงแขกต่างประเทศเนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงรัชกาลที่ห้าหลายครั้ง
รุ่นต่อมาที่รับช่วงกิจการคือนายโกศลผู้เป็นพี่คนโตของพระยาศรีวิศาลฯ เข้าศึกษาในโรงเรียนอัสสัมชัญซึ่งเพิ่งเริ่มก่อตั้งไม่กี่ปี เพื่อรู้ภาษาอังกฤษสำหรับทำการค้าต่อไป
นายโกศลเป็นนักเรียนเก่งสอบผ่านทุนเล่าเรียนหลวงเพื่อไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ พระยาพิพัฒน์โกษา รองปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศซึ่งคุ้นเคยชอบพอกับบิดาได้มาขอให้ส่งนายโกศลไปเรียนโดยทุนส่วนตัว
แต่บิดาตอบว่านายโกศลเป็นบุตรหัวปีต้องรับผิดชอบกิจการค้าและครอบครัวทั้งหมด จึงไม่อาจส่งไปได้
อย่างไรก็ตาม หลังจากนายโกศลรับช่วงกิจการมาจากบิดา ได้ขยายกิจการค้าและอุตสาหกรรมออกไปอย่างมาก ได้รับความสำเร็จในการงานและความมั่งคั่ง จนสามารถส่งน้องชายทั้งสามไปเรียนต่อต่างประเทศได้หมด
รวมทั้งพระยาศรีวิศาลฯ ที่ได้ไปเรียนต่ออังกฤษในที่สุด
พิจารณาประวัติการลงทุนและดำเนินกิจการค้าและอุตสาหกรรมแล้ว ผมคิดว่านายโกศลนับได้ว่าเป็นนายทุนอุตสาหกรรมคนแรกๆ ของสยามก็ว่าได้ ตั้งแต่การเริ่มทำโรงเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมที่ต่อมารู้จักกันว่า “น้ำมะเน็ดโซดา” โดยเครื่องหมุนด้วยมือ จากนั้นค้นคว้าปรุงน้ำเชื้อจำหน่าย ส่งไปประกวดในยุโรปจนได้รับรางวัล จนนำไปขายในกรุงลอนดอนได้
จากนั้นขยายกิจการไปทำห้างขายยาฮุยซุยโห สั่งยาสำเร็จรูปเข้ามาและปรุงยาในประเทศจากตัวยานอก ศึกษาเองจากตำรับยาเภสัชกรรมบริติชฟามาโคเปีย
ต่อไปจัดตั้งบริษัทเรือเมล์จีนสยาม ทุนจำกัด บรรทุกสินค้าจากฮ่องกง ซัวเถา ไฮเค้ามากรุงเทพฯ เมื่อระบบทุนเติบใหญ่จึงตัดสินใจตั้งบริษัทบางกอกซิตี้แบงก์ ทุนจำกัดขึ้น (ปี 2452) เป็นหนึ่งในเจ็ดธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมการเงินในสยามขณะนั้น
ต่อมาขยายทุนและกิจการเป็นบริษัทแบงก์จีนสยาม ทุนจำกัด ยังตั้งโรงน้ำแข็งอีก เมื่อเปิดโรงงานน้ำแข็งในหัวหิน ในหลวงรัชกาลที่ 7 เสด็จเปิดโรงงานให้ด้วย
ที่คิดไม่ถึงคือนายโกศลยังร่วมตั้งบริษัทนานาชาติคือ Singapore Oil Syndicate Ltd. ร่วมทุนกับต่างชาติทำการเช่าช่วงสัมปทานการขุดน้ำมันในเกาะบอร์เนียวเหนือจาก British Borneo Petroleum Syndicate Ltd. เป็นการลงทุนใหญ่มากและยากลำบาก นายโกศลเดินทางไปควบคุมการขุดเจาะ ติดไข้ป่ากลับมา
การลงทุนในกิจการขุดน้ำมันซึ่งล้ำหน้ามากในขณะนั้นโดยนายทุนไทย ในที่สุดไม่ประสบความสำเร็จ มีผลทำให้กระเทือนกิจการอื่นๆ ของเขาในกรุงเทพฯ อย่างมากซึ่งกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกด้วย (โกศล ฮุนตระกูล, 2502)
ข้อมูลและประสบการณ์ในการลงทุนของนายโกศลทำให้ผมเปลี่ยนใจ จากที่เคยเชื่อว่าทุนไทยไม่มีทางคิดและทำแบบทุนอุตสาหกรรมที่สนใจในการผลิตและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตและผลผลิตนั้น ไม่เป็นความจริงทั้งหมด
อาจจริงเป็นส่วนมาก แต่หากสภาพแวดล้อมและโครงสร้างสังคมอำนวย ทุนไทยก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนและหันเข้าหาการทำอุตสาหกรรมจริงๆ ได้เหมือนกัน ดังเช่นกรณีนายโกศลข้างต้นนี้
บุตรคนหนึ่งของนายโกศลถูกส่งไปเรียนต่อในญี่ปุ่น ต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีการคลังในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เขาคือนายสมหมาย ฮุนตระกูล ซึ่งผลักดันและสร้างนโยบายการสร้างอุตสาหกรรมในรัฐไทยขึ้นมาเป็นผลในที่สุด
ภูมิหลังครอบครัวทำให้เข้าใจบทบาทของพระยาศรีวิศาลวาจามากขึ้น ไม่ใช่ทางด้านมโนทัศน์แบบหลวงวิจิตรฯ หากแต่หนักไปทางการจัดการปกครอง โดยกลายเป็นผู้แทนของพระมหากษัตริย์ในการติดต่อสื่อสารกับทางรัฐบาลและกลุ่มผู้นำทหารว่านโยบายและการกระทำทั้งหลายนั้นได้รับความเห็นชอบหรือไม่ จึงมักได้รับตำแหน่งสูงในคณะรัฐบาล เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นองคมนตรีสมัยรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม
เป็นผู้แทนส่วนพระองค์ไปเจรจาติดต่อกับประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์แห่งสหรัฐ
เคยแสดงปาฐกถาเรื่อง “พระมหากษัตริย์ในประเทศไทย” ณ สมาคมชาวอเมริกันในกรุงเทพฯ ชี้ให้เห็นถึงลักษณะสำคัญของพระมหากษัตริย์ในสังคมไทยว่า “เป็นเหมือนหนึ่งศูนย์รวมของคุณธรรมทั้งปวงอันเป็นที่เคารพนับถือกันอยู่แล้วทั่วไปในประเทศไทย” นำไปสู่การสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในที่สุด
(ณัฐพล ใจจริง, 2556, 323)
อีกปัจจัยที่ช่วยสถาปนาระบอบสฤษดิ์ให้ดำรงอยู่อย่างมีความหมายที่มากกว่าการยึดอำนาจด้วยกำลังนอกระบบ คือการเปลี่ยนแปลงสัมพันธภาพระหว่างชาติกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีฐานะเป็นประมุขเหนือชาติ
ในแง่หนึ่งก็ทำให้ “ชาติ” กับ “สถาบันพระมหากษัตริย์” มีความสัมพันธ์พิเศษเหนือความเข้าใจแบบเป็นเหตุเป็นผล หลังจากที่เคยแยกออกจากกันมาแล้วภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475 หรือในระหว่างปี พ.ศ.2475-2500 ที่ทำให้ความสำคัญของชาติย่อมอยู่ควบคู่กับการจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเหตุผลของลัทธิชาตินิยมที่วางอยู่บนอำนาจของประชาชน
ความเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับ “ชาติ” ในแบบเดิม และการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ให้ขึ้นมาควบคู่และอยู่เหนือชาติในสมัยจอมพลสฤษดิ์นี้ ส่งผลโดยตรงให้ราษฎรหรือประชาชนที่เคยเป็นเจ้าของ “ชาติ” หรือเจ้าของ “รัฐ” ภายหลัง พ.ศ.2475 เปลี่ยนสถานะในทางความคิดและหลักการ
โดยกลายมาเป็นเพียงผู้ถูกปกครอง ที่มีภาระหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาชาติ รับใช้ชาติภายใต้ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น
บรรณานุกรม
ณัฐพล ใจจริง, 2563. ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี การเมืองไทยภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา 2491-2500 กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน.
อนุสรณ์นายโกศล ฮุนตระกูล 2502. บรรณาการที่ระลึกในพิธีฝังศพนายโกศล ฮุนตระกูล ณ สุสานฮุนตระกูล ถนนสีลม
อาสา คำภา, 2563. กว่าจะครองอำนาจนำ : การคลี่คลายขยายตัวของเครือข่ายในหลวงภายใต้ปฏิสัมพันธ์ชนชั้นนำไทย ทศวรรษ 2490-2530. กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเมืองไทยภายใต้ระบอบสฤษดิ์ (3)
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly