โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมืองไทยภายใต้ระบอบสฤษดิ์ (3)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 02.36 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 02.36 น.

ตุลวิภาคพจนกิจ | ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ

การเมืองไทยภายใต้ระบอบสฤษดิ์ (3)

บุคคลต่อไปในคณะเจ้าที่น่าสนใจและแปลกใจคือพระยาศรีวิศาลวาจา(เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล : 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2439 – 23 มีนาคม พ.ศ.2511)

ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นขุนนางเก่าแต่สมัยรัชกาลที่ 7 ตำแหน่งตั้งแต่ในรัฐบาลยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์คือเป็นอดีตปลัดทูลฉลองในรัชกาลที่ 7

เป็นหนึ่งในผู้ร่างกฎหมายที่จะนำมาใช้เป็นรัฐธรรมนูญถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวร่วมกับเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ และนายเรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์

หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองหมดบทบาทไประยะหนึ่งก่อนฟื้นกลับมาหลังรัฐประหาร 2490 พระยาศรีวิศาลวาจากลับเข้าไปมีบทบาทในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หลังปี 2490 จนกระทั่งก้าวมารับตำแหน่งแทนหลวงวิจิตรวาทการเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ และต่อมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงคนที่ 2 ด้วย

กระทั่งการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินหลังรัฐประหาร จอมพลสฤษดิ์ยังต้องฟังคำท้วงติงจากพระยาศรีวิศาลฯ ด้วย (อาสา คำภา, 2563)

แต่ประหลาดใจที่ท่านแทบไม่เป็นที่รู้จักกันเลย เป็นแกนนำคณะเจ้าที่มีบทบาทเงียบๆ แต่สำคัญลึกซึ้ง ข้ามยุคสมัยที่ขัดแย้งกันมาได้อย่างยาวนานอย่างไม่น่าเชื่อ

ฐานะและบทบาทของพระยาศรีวิศาลวาจายังไม่เคยมีการศึกษาและประเมินมาก่อน

ประเด็นที่ผมสนใจไม่ใช่เฉพาะเรื่องประวัติและภูมิหลังเท่านั้น หากแต่คือสายใยทางเศรษฐกิจการเมืองระหว่างชนชั้นนายทุนสยามกับการสร้างรัฐสมัยใหม่

ครอบครัวฮุนตระกูลเป็นจีนสยามที่ทำการค้าและอุตสาหกรรมในประเทศมายาวนาน

แรกนั้นทำโรงงานทำขนมปังตั้งบ้านเรือนที่เชิงสะพานพิทยเสถียร ริมคลองผดุงกรุงเกษม ทำโรงเลื่อยไม้ด้วยมือ โรงเผาปูนที่ จ.ราชบุรี

ทำเรือข้าวตกข้าวจากจังหวัดชั้นในลงมาขายในกรุงเทพฯ จนมีความคุ้นเคยกับขุนนางผู้ใหญ่ เป็นผู้จัดหาพระกระยาหารฝรั่งถวายในการพระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตานุทูต

จนเป็นผู้กำกับอาหารการพระราชทานเลี้ยงแขกต่างประเทศเนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงรัชกาลที่ห้าหลายครั้ง

รุ่นต่อมาที่รับช่วงกิจการคือนายโกศลผู้เป็นพี่คนโตของพระยาศรีวิศาลฯ เข้าศึกษาในโรงเรียนอัสสัมชัญซึ่งเพิ่งเริ่มก่อตั้งไม่กี่ปี เพื่อรู้ภาษาอังกฤษสำหรับทำการค้าต่อไป

นายโกศลเป็นนักเรียนเก่งสอบผ่านทุนเล่าเรียนหลวงเพื่อไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ พระยาพิพัฒน์โกษา รองปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศซึ่งคุ้นเคยชอบพอกับบิดาได้มาขอให้ส่งนายโกศลไปเรียนโดยทุนส่วนตัว

แต่บิดาตอบว่านายโกศลเป็นบุตรหัวปีต้องรับผิดชอบกิจการค้าและครอบครัวทั้งหมด จึงไม่อาจส่งไปได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากนายโกศลรับช่วงกิจการมาจากบิดา ได้ขยายกิจการค้าและอุตสาหกรรมออกไปอย่างมาก ได้รับความสำเร็จในการงานและความมั่งคั่ง จนสามารถส่งน้องชายทั้งสามไปเรียนต่อต่างประเทศได้หมด

รวมทั้งพระยาศรีวิศาลฯ ที่ได้ไปเรียนต่ออังกฤษในที่สุด

พิจารณาประวัติการลงทุนและดำเนินกิจการค้าและอุตสาหกรรมแล้ว ผมคิดว่านายโกศลนับได้ว่าเป็นนายทุนอุตสาหกรรมคนแรกๆ ของสยามก็ว่าได้ ตั้งแต่การเริ่มทำโรงเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมที่ต่อมารู้จักกันว่า “น้ำมะเน็ดโซดา” โดยเครื่องหมุนด้วยมือ จากนั้นค้นคว้าปรุงน้ำเชื้อจำหน่าย ส่งไปประกวดในยุโรปจนได้รับรางวัล จนนำไปขายในกรุงลอนดอนได้

จากนั้นขยายกิจการไปทำห้างขายยาฮุยซุยโห สั่งยาสำเร็จรูปเข้ามาและปรุงยาในประเทศจากตัวยานอก ศึกษาเองจากตำรับยาเภสัชกรรมบริติชฟามาโคเปีย

ต่อไปจัดตั้งบริษัทเรือเมล์จีนสยาม ทุนจำกัด บรรทุกสินค้าจากฮ่องกง ซัวเถา ไฮเค้ามากรุงเทพฯ เมื่อระบบทุนเติบใหญ่จึงตัดสินใจตั้งบริษัทบางกอกซิตี้แบงก์ ทุนจำกัดขึ้น (ปี 2452) เป็นหนึ่งในเจ็ดธนาคารพาณิชย์ที่ทำธุรกรรมการเงินในสยามขณะนั้น

ต่อมาขยายทุนและกิจการเป็นบริษัทแบงก์จีนสยาม ทุนจำกัด ยังตั้งโรงน้ำแข็งอีก เมื่อเปิดโรงงานน้ำแข็งในหัวหิน ในหลวงรัชกาลที่ 7 เสด็จเปิดโรงงานให้ด้วย

ที่คิดไม่ถึงคือนายโกศลยังร่วมตั้งบริษัทนานาชาติคือ Singapore Oil Syndicate Ltd. ร่วมทุนกับต่างชาติทำการเช่าช่วงสัมปทานการขุดน้ำมันในเกาะบอร์เนียวเหนือจาก British Borneo Petroleum Syndicate Ltd. เป็นการลงทุนใหญ่มากและยากลำบาก นายโกศลเดินทางไปควบคุมการขุดเจาะ ติดไข้ป่ากลับมา

การลงทุนในกิจการขุดน้ำมันซึ่งล้ำหน้ามากในขณะนั้นโดยนายทุนไทย ในที่สุดไม่ประสบความสำเร็จ มีผลทำให้กระเทือนกิจการอื่นๆ ของเขาในกรุงเทพฯ อย่างมากซึ่งกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกด้วย (โกศล ฮุนตระกูล, 2502)

ข้อมูลและประสบการณ์ในการลงทุนของนายโกศลทำให้ผมเปลี่ยนใจ จากที่เคยเชื่อว่าทุนไทยไม่มีทางคิดและทำแบบทุนอุตสาหกรรมที่สนใจในการผลิตและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตและผลผลิตนั้น ไม่เป็นความจริงทั้งหมด

อาจจริงเป็นส่วนมาก แต่หากสภาพแวดล้อมและโครงสร้างสังคมอำนวย ทุนไทยก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนและหันเข้าหาการทำอุตสาหกรรมจริงๆ ได้เหมือนกัน ดังเช่นกรณีนายโกศลข้างต้นนี้

บุตรคนหนึ่งของนายโกศลถูกส่งไปเรียนต่อในญี่ปุ่น ต่อมาได้เป็นรัฐมนตรีการคลังในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เขาคือนายสมหมาย ฮุนตระกูล ซึ่งผลักดันและสร้างนโยบายการสร้างอุตสาหกรรมในรัฐไทยขึ้นมาเป็นผลในที่สุด

ภูมิหลังครอบครัวทำให้เข้าใจบทบาทของพระยาศรีวิศาลวาจามากขึ้น ไม่ใช่ทางด้านมโนทัศน์แบบหลวงวิจิตรฯ หากแต่หนักไปทางการจัดการปกครอง โดยกลายเป็นผู้แทนของพระมหากษัตริย์ในการติดต่อสื่อสารกับทางรัฐบาลและกลุ่มผู้นำทหารว่านโยบายและการกระทำทั้งหลายนั้นได้รับความเห็นชอบหรือไม่ จึงมักได้รับตำแหน่งสูงในคณะรัฐบาล เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีคลังสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เป็นองคมนตรีสมัยรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม

เป็นผู้แทนส่วนพระองค์ไปเจรจาติดต่อกับประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์แห่งสหรัฐ

เคยแสดงปาฐกถาเรื่อง “พระมหากษัตริย์ในประเทศไทย” ณ สมาคมชาวอเมริกันในกรุงเทพฯ ชี้ให้เห็นถึงลักษณะสำคัญของพระมหากษัตริย์ในสังคมไทยว่า “เป็นเหมือนหนึ่งศูนย์รวมของคุณธรรมทั้งปวงอันเป็นที่เคารพนับถือกันอยู่แล้วทั่วไปในประเทศไทย” นำไปสู่การสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในที่สุด

(ณัฐพล ใจจริง, 2556, 323)

อีกปัจจัยที่ช่วยสถาปนาระบอบสฤษดิ์ให้ดำรงอยู่อย่างมีความหมายที่มากกว่าการยึดอำนาจด้วยกำลังนอกระบบ คือการเปลี่ยนแปลงสัมพันธภาพระหว่างชาติกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีฐานะเป็นประมุขเหนือชาติ

ในแง่หนึ่งก็ทำให้ “ชาติ” กับ “สถาบันพระมหากษัตริย์” มีความสัมพันธ์พิเศษเหนือความเข้าใจแบบเป็นเหตุเป็นผล หลังจากที่เคยแยกออกจากกันมาแล้วภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475 หรือในระหว่างปี พ.ศ.2475-2500 ที่ทำให้ความสำคัญของชาติย่อมอยู่ควบคู่กับการจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเหตุผลของลัทธิชาตินิยมที่วางอยู่บนอำนาจของประชาชน

ความเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับ “ชาติ” ในแบบเดิม และการฟื้นฟูสถาบันกษัตริย์ให้ขึ้นมาควบคู่และอยู่เหนือชาติในสมัยจอมพลสฤษดิ์นี้ ส่งผลโดยตรงให้ราษฎรหรือประชาชนที่เคยเป็นเจ้าของ “ชาติ” หรือเจ้าของ “รัฐ” ภายหลัง พ.ศ.2475 เปลี่ยนสถานะในทางความคิดและหลักการ

โดยกลายมาเป็นเพียงผู้ถูกปกครอง ที่มีภาระหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาชาติ รับใช้ชาติภายใต้ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น

บรรณานุกรม

ณัฐพล ใจจริง, 2563. ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี การเมืองไทยภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา 2491-2500 กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน.

อนุสรณ์นายโกศล ฮุนตระกูล 2502. บรรณาการที่ระลึกในพิธีฝังศพนายโกศล ฮุนตระกูล ณ สุสานฮุนตระกูล ถนนสีลม

อาสา คำภา, 2563. กว่าจะครองอำนาจนำ : การคลี่คลายขยายตัวของเครือข่ายในหลวงภายใต้ปฏิสัมพันธ์ชนชั้นนำไทย ทศวรรษ 2490-2530. กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเมืองไทยภายใต้ระบอบสฤษดิ์ (3)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...