เริ่มแล้ว!! บัตรทอง 7 กลุ่มเสี่ยง รับบริการ "วัคซีนไข้หวัดใหญ่" ชนิด 3 สายพันธุ์ ฟรี ถึง 31 ส.ค.66
เริ่มแล้ว!! บัตรทอง 7 กลุ่มเสี่ยง รับบริการ “วัคซีนไข้หวัดใหญ่” ชนิด 3 สายพันธุ์ ฟรี ถึง 31 ส.ค.66
วันนี้ (1 พฤษภาคม 2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นวันแรกของการเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประจำปีงบประมาณ 2566 ภายใต้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท ซึ่งเป็นการดำเนินการความร่วมมือระหว่างสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รวมถึงหน่วยบริการ/สถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายดูแลประชาชนที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคไข้หวัดใหญ่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) การระบาดจะเกิดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว คนทั่วไปจะมีอาการไม่มาก เช่น มีไข้สูง มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ ส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หากรับเชื้ออาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ เช่น ปอดอักเสบหรือปอดบวม สมองอักเสบ ดังนั้น การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงนี้ นอกจากนั้น ยังลดความสับสนการตรวจวินิจฉัยโรคโควิด-19 ที่มีรายงานพบผู้ป่วยต่อเนื่อง และลดความรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ได้
เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่นำมาให้บริการกับประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ในปีนี้ยังเป็นวัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกใต้ ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่ครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ (an A/Victoria/2570/2019 (H1N1) pdm09-like virus, an A/Darwin/9/2021 (H3N2)-like virus; และ a B/Austria/1359417/2021 (B/Victoria lineage)-like virus.) มีประสิทธิผลในการป้องกันและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้
“สปสช. ขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยงไปรับฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยไม่เสียค่าใช่จ่าย สามารถรับบริการได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด ขอย้ำว่า ปีนี้วัคซีนมีจำนวนจำกัด ดังนั้น ใครที่รู้ว่าตนเองเป็นสิทธิบัตรทองที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือมีคนในครอบครัวที่มีสิทธิบัตรทองและอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ให้รีบมารับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่โดยเร็ว” นพ.จเด็จ กล่าว และว่า ขณะนี้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นบริการเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทอง 30 บาท ส่วนสิทธิการรักษาอื่นขอรอประกาศอีกครั้ง
นอกจากนี้ นพ.จเด็จ กล่าวว่า สำหรับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ที่ได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 4.บุคคลที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 5.โรคธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่มีอาการ 6.โรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กิโลกรัม หรือ BMI > 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) และ 7.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ทั้งนี้ กรณีหญิงตั้งครรภ์มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้บริการตลอดทั้งปี
“ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง สามารถติดต่อขอรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ที่หน่วยบริการหรือสถานพยาบาลในระบบบัตรทองได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐ ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ หรือสถานพยาบาลตามสิทธิที่ท่านไปรักษาเป็นประจำ โดยดูรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมได้ที่แอพพลิเคชัน เป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค” นพ.จเด็จ กล่าวและว่า เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับบริการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สปสช. ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด เปิดให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองจองสิทธิการฉีดวัคซีนฯ ล่วงหน้าผ่าน “กระเป๋าสุขภาพ” บนแอพพ์ เป๋าตัง ได้ โดยเข้าสู่ระบบเพื่อจองสิทธิฉัดวัคซีนฯ ได้แล้วตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด ส่วนผู้ที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่สะดวกจองผ่านแอพพ์เป๋าตัง ให้โทร.สายด่วน สปสช. 1330 กด 8 เพื่อจองคิวฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้
เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สำหรับผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัดนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่สามารถจองผ่านแอพพ์เป๋าตังได้ แต่สามารถโทรนัดรับบริการล่วงหน้า เพื่อลดความแออัดในการเข้ารับบริการวัคซีนได้เช่นกัน ทั้งนี้ การจองนัดหมายเข้ารับบริการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละหน่วยบริการ กรุณาติดต่อสอบถามการเข้ารับบริการกับหน่วยบริการได้โดยตรง และว่า ขณะนี้ สธ.อยู่ในช่วงการรณรงค์ให้ประชาชนไทยรับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ประจำปีด้วยเช่นกัน ซึ่งประชาชนทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยง ก็สามารถรับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยฉีดที่ต้นแขนคนละข้าง แต่หากไม่ได้ฉีดพร้อมกัน สามารถฉีดเมื่อไรก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระยะห่าง