โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจ หมอลำ ฟื้นจากโควิด เดินสายโกยรายได้ก่อนปิดฤดูกาล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 00.03 น.

กำลังครึกครื้นทั่วไทยสำหรับกิจกรรมการแสดงหมอลำ หนึ่งในเวทีความบันเทิงที่ฟื้นตัวกลับมาแล้วอย่างเต็มรูปแบบหลังเกิดโควิด-19 โดยเฉพาะเวทีหมอลำใหญ่ “ลำเรื่องต่อกลอน” ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากทุกเพศทุกวัย รวมยอดคนดูนับหมื่นคนต่อคืน สร้างรายได้และเงินสะพัดหลายล้านบาทต่อเดือน

“ราตรี ศรีวิไล” นายกสมาคมหมอลำจังหวัดขอนแก่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รูปแบบการแสดงหมอลำจะแบ่งเป็น

1.ลำกลอนแบบดั้งเดิมที่ใช้คนเพียง 4 คน มีหมอแคน 2 คน หมอลำ 2 คน หรือเรียกว่าลำกลอนแคนเต้าเดียวไม่มีดนตรีอื่น

2.หมอลำซิ่งหรือหมอลำกลอน ปัจจุบันจะก้ำกึ่งเรียกว่าลำกลอนประยุกต์ มีตั้งแต่ 10-20 คน แต่ไม่ถึง 100 คน

3.หมอลำวงใหญ่หรือลำเรื่องต่อกลอน มีสมาชิกวง 200-400 คน

4.ลำเพลิน รูปแบบคล้ายกันกับหมอลำลำเรื่องต่อกลอน แต่ไม่มีเรื่องโศก และได้รับความนิยมน้อยในปัจจุบัน

หมอลำเงินดีกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

เฉพาะในจังหวัดขอนแก่น 26 อำเภอ ที่เป็นเมืองหมอแคนแดนหมอลำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีวงหมอลำกระจายอยู่เกือบทุกอำเภอ ช่วงการแสดงคือออกพรรษา-ช่วงเข้าพรรษา ระยะเวลารวมประมาณ 9 เดือน หลังจากนั้นถึงจะหยุดพักงาน

โดยหมอลำกลอนแบบดั้งเดิมราคาจ้างอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท/งาน/วัน หมอลำซิ่งหรือหมอลำกลอนประยุกต์ราคาอยู่ที่ 4-6 หมื่นบาท/งาน/วัน ถัดมาเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน ซึ่งเป็นหมอลำวงใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุด ในจังหวัดมีเกือบ 20 วง ทั้งวงเล็กวงใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 2 แสนบาทขึ้นไป

คณะใหญ่ที่มีชื่อเสียงหากไม่มีคนจ้างงานก็สามารถแสดงแบบเก็บบัตรหน้างานได้ เพราะมักจะมีแฟนคลับ มีพ่อยก แม่ยก เป็นจำนวนมาก

“สำหรับหมอลำที่โด่งดังที่สุดในภาคอีสานขณะนี้ จะเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน 3 อันดับแรก คือ ระเบียบวาทะศิลป์ ปฐมบันเทิงศิลป์ และรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ราคาจ้างงานขั้นต่ำจะอยู่ที่ 2.5 แสนบาท/งาน/วัน บุคลากร 300-400 คน/วง คณะที่เหลือก็รองลงมา

ทั้งคนและราคาจ้างก็ลดหลั่นลงตามลำดับ เรียกได้ว่าในธุรกิจหมอลำสร้างเงินสะพัดได้หลายร้อยบาทต่อเดือนต่อปี แต่ประเมินค่อนข้างยากเพราะแต่ละวงมีขนาดไม่เท่ากัน อัตราการจ้างงานก็ต่างกัน ความถี่การรับงานหรือการแสดงก็เฉลี่ยไม่ได้”

ระเบียบวาทะศิลป์

“ราตรี” บอกว่า อาชีพหมอลำหากมีชื่อเสียงจะหาเงินได้มากกว่าเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำ อาจได้มากถึง 2-3 หมื่นบาท/เดือน ระดับแดนเซอร์เฉลี่ยขั้นต่ำ 500 บาท/คืน ยิ่งช่วงเทศกาลจะได้มากเป็นพิเศษ

โดยคณะหมอลำใหญ่ที่มีชื่อเสียงเมื่อหักค่าใช้จ่ายหลังการแสดงและแบ่งค่าแรงในวงแล้ว จะได้กำไรไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/วัน แต่อาชีพนี้มีความเสี่ยงคือความไม่แน่นอน เพราะไม่ใช่งานประจำที่มีเงินเดือนตลอด เป็นอาชีพที่กอบโกยได้เฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น

“อย่างไรก็อยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนหมอลำพื้นถิ่นในพื้นที่มากขึ้น มากกว่าวงคอนเสิร์ตสตริงหรือเพื่อชีวิต และอยากให้เข้ามาพัฒนาหมอลำรุ่นใหม่เพื่อเชื่อมโยงศิลปะและวัฒธรรมมากขึ้น เพราะหมอลำยุคใหม่หลายคนไม่มีความรู้และวิ่งตามสื่อ วิ่งตามกระแสมากเกินไป จนขาดความเป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าแท้จริง”

ระเบียบฯจับมือกับเวทีอินเตอร์

“สุมิตรศักดิ์ พลล้ำ” ผู้บริหารทายาทรุ่นที่ 2 หัวหน้าคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพของธุรกิจหมอลำปัจจุบันถือว่ากำลังไปได้ดี ฟื้นตัวมาได้กว่า 90% แล้ว หลังจากร้างการแสดงมานานกว่า 3 ปีนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 มีหลายงานที่ถูกเลื่อนมาจัดในปี 2566 ทั้งหมด

และการตอบรับของผู้ชมคึกคักมาก สำหรับระเบียบวาทะศิลป์ก็ได้เวทีมิสแกรนด์และเวที Big Mountain มาช่วยให้ฟื้นตัวขึ้นมามากพอสมควร จนมีงานตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2565 ยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2566 ในปีนี้

ทั้งนี้ การจับมือกับเวทีมิสแกรนด์เริ่มจากคอนเทนต์ของหนึ่งในมิสแกรนด์ที่รู้จักกับสมาชิกในวง กระทั่ง “คุณณวัฒน์” เจ้าของเวทีมิสแกรนด์เห็นและสนใจผนึกกำลังจัดการแสดง ทำให้แฟนคลับเวทีนางงามกับแฟนคลับหมอลำดันกระแสขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ส่วนเวที Big Mountain ที่กลับมาจัดคอนเสิร์ตในรอบปีหลังเกิดโควิด-19 ก็ได้ “ป๋าเต็ด” จ้างไปแสดงอีก กระแสตอบรับถือว่าดีมากและเป็นการยกระดับหมอลำขึ้นมาจนเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ผู้ชมจากภาคใต้และภาคเหนือที่ไม่เคยดูหมอลำก็อยากดู เพราะหมอลำมีความหลากหลายในการแสดง

ปัจจุบัน ระเบียบวาทะศิลป์ มีสมาชิกเฉลี่ยอยู่ประมาณ 300 กว่าคน ราคาจ้างเริ่มต้นที่ 3 แสนบาท/งาน/วัน คิดระยะทางที่จะเดินทางไม่เกิน 150 กม. หากระยะทางมากกว่านั้นราคาจะสูงขึ้นตามลำดับ หากเป็นภาคเหนือหรือในกรุงเทพมหานครราคาจะขยับเพิ่มอีก สูงสุดที่ 7.5 แสนบาท/งาน/วัน และที่ถูกเสนอจ้างด้วยราคามากที่สุด แต่ไม่ตอบรับคือการแสดงในภาคใต้ 1 ล้านบาท/งาน/วัน

เพราะค่อนข้างกินเวลาเดินทางนานข้ามวัน การแสดงในแต่ละงานยอดคนดูแล้วแต่พื้นที่ตั้งเวที เริ่มตั้งแต่ 2,800-50,000 คน/งาน/วัน การเก็บบัตรเข้าชมแล้วแต่เจ้าภาพหรือผู้จ้างงาน ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการจ้างแสดงเพื่อการกุศล หรือจ้างแสดงเพื่อเก็บเงินผู้เข้าชม

ระเบียบวาทะศิลป์

ราคาที่คณะหมอลำต้องจ่าย

ด้านรายได้ “สุมิตรศักดิ์” บอกว่า รายได้ของหมอลำเยอะพอสมควร แต่เมื่อหักรายจ่ายทั้งหมดแทบเสมอตัวหรือบางครั้งขาดทุน จากราคาจ้างต่องานต่อคืน 100% จะมีค่าตัวสมาชิกเฉลี่ย 2.6 แสนบาท เริ่มที่ 500, 700, 1000, 1,500 บาท/คน แล้วแต่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และเหมารวมราคา 5,000 บาท/หน้าที่ เช่น คนทำเครื่องเสียงและไฟ ตัดเป็นค่าน้ำมันอีก 20% ที่เหลือคือค่าเสื่อมสภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ ขั้นต่ำ 20,000 บาท/วัน

และค่าอาหารของสมาชิกในวง ไม่สามารถคำนวณได้ว่าจะเหลือมากน้อยแค่ไหน ยิ่งปัจจุบันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงกว่าอดีตก็ต้องจ่ายเพิ่มด้วยตัวเอง เอาเงินที่มัดจำมาหมุน จ่ายเองมากกว่าเงินค่าจ้างที่รับปากตกลงกับเจ้าภาพไว้

สำหรับระเบียบวาทะศิลป์ออกงานทุกวันต่อเนื่องมาหลายสิบปี เดินทาง 100-300 กม./วัน โดยรับงานในระยะทางเฉลี่ยที่ไปไหว และต้องพูดคุยกับเจ้าภาพถึงเรื่องระยะเวลาการแสดงในแต่ละงานให้ชัดเจน เพราะปกติจะทำการแสดง 3 ทุ่มยันสว่าง

ระเบียบวาทะศิลป์

หรือตามที่ตกลงกัน ทำงานหนักรวม 8 เดือน คือเดือนตุลาคม-มิถุนายน ก่อนจะพัก 4 เดือนในช่วงเข้าพรรษา และช่วงฤดูฝนที่ไม่สามารถเล่นลานกลางแจ้งได้ ซึ่งเป็นช่วงที่หยุดพักเพื่อปรับเปลี่ยนผลงานการแสดงเพื่อให้ตอบโจทย์เจ้าภาพในช่วงฤดูกาลหน้า

นอกจากนี้ยังมีปัญหาอีกมากที่คนทำอาชีพหมอลำต้องจ่าย ยกตัวอย่างการเดินทางไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมันให้รถกว่า 20 คัน และต้องผ่านด่านชั่งน้ำหนัก ต้องเซฟความปลอดภัย โดนปรับ และยังมีค่าน้ำมันเครื่องปั่นไปเองอีก 10,000 บาท/วัน และยังต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นค่ารักษาความปลอดภัย หรือต้องจ่ายค่าสถานที่ให้หลายหน่วยงานรวมนับแสนบาท

“ประเด็นนี้เคยพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ตอนประชุมกับวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่นแล้ว อยากขอความกรุณาขอให้กระทรวงมหาดไทยคุยกับกระทรวงวัฒนธรรมด้วยว่า ขอออกกฎระเบียบสั่งการมาให้ปฏิบัติตามโดยตรง อย่าโยนให้หลายฝ่ายซึ่งต่างก็อ้างกฎหมายหลายที่ เพราะหมอลำไม่ใช่ศิลปินดังตามบริษัทหรือค่ายเพลงที่รับงานนอนโรงแรมแล้วรับเงินก้อน 7-8 หมื่นบาทจบ แต่เราเป็นหมอลำที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...