ธุรกิจ หมอลำ ฟื้นจากโควิด เดินสายโกยรายได้ก่อนปิดฤดูกาล
กำลังครึกครื้นทั่วไทยสำหรับกิจกรรมการแสดงหมอลำ หนึ่งในเวทีความบันเทิงที่ฟื้นตัวกลับมาแล้วอย่างเต็มรูปแบบหลังเกิดโควิด-19 โดยเฉพาะเวทีหมอลำใหญ่ “ลำเรื่องต่อกลอน” ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากทุกเพศทุกวัย รวมยอดคนดูนับหมื่นคนต่อคืน สร้างรายได้และเงินสะพัดหลายล้านบาทต่อเดือน
“ราตรี ศรีวิไล” นายกสมาคมหมอลำจังหวัดขอนแก่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า รูปแบบการแสดงหมอลำจะแบ่งเป็น
1.ลำกลอนแบบดั้งเดิมที่ใช้คนเพียง 4 คน มีหมอแคน 2 คน หมอลำ 2 คน หรือเรียกว่าลำกลอนแคนเต้าเดียวไม่มีดนตรีอื่น
2.หมอลำซิ่งหรือหมอลำกลอน ปัจจุบันจะก้ำกึ่งเรียกว่าลำกลอนประยุกต์ มีตั้งแต่ 10-20 คน แต่ไม่ถึง 100 คน
3.หมอลำวงใหญ่หรือลำเรื่องต่อกลอน มีสมาชิกวง 200-400 คน
4.ลำเพลิน รูปแบบคล้ายกันกับหมอลำลำเรื่องต่อกลอน แต่ไม่มีเรื่องโศก และได้รับความนิยมน้อยในปัจจุบัน
หมอลำเงินดีกว่าค่าแรงขั้นต่ำ
เฉพาะในจังหวัดขอนแก่น 26 อำเภอ ที่เป็นเมืองหมอแคนแดนหมอลำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ มีวงหมอลำกระจายอยู่เกือบทุกอำเภอ ช่วงการแสดงคือออกพรรษา-ช่วงเข้าพรรษา ระยะเวลารวมประมาณ 9 เดือน หลังจากนั้นถึงจะหยุดพักงาน
โดยหมอลำกลอนแบบดั้งเดิมราคาจ้างอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท/งาน/วัน หมอลำซิ่งหรือหมอลำกลอนประยุกต์ราคาอยู่ที่ 4-6 หมื่นบาท/งาน/วัน ถัดมาเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน ซึ่งเป็นหมอลำวงใหญ่และได้รับความนิยมมากที่สุด ในจังหวัดมีเกือบ 20 วง ทั้งวงเล็กวงใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 2 แสนบาทขึ้นไป
คณะใหญ่ที่มีชื่อเสียงหากไม่มีคนจ้างงานก็สามารถแสดงแบบเก็บบัตรหน้างานได้ เพราะมักจะมีแฟนคลับ มีพ่อยก แม่ยก เป็นจำนวนมาก
“สำหรับหมอลำที่โด่งดังที่สุดในภาคอีสานขณะนี้ จะเป็นหมอลำเรื่องต่อกลอน 3 อันดับแรก คือ ระเบียบวาทะศิลป์ ปฐมบันเทิงศิลป์ และรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ราคาจ้างงานขั้นต่ำจะอยู่ที่ 2.5 แสนบาท/งาน/วัน บุคลากร 300-400 คน/วง คณะที่เหลือก็รองลงมา
ทั้งคนและราคาจ้างก็ลดหลั่นลงตามลำดับ เรียกได้ว่าในธุรกิจหมอลำสร้างเงินสะพัดได้หลายร้อยบาทต่อเดือนต่อปี แต่ประเมินค่อนข้างยากเพราะแต่ละวงมีขนาดไม่เท่ากัน อัตราการจ้างงานก็ต่างกัน ความถี่การรับงานหรือการแสดงก็เฉลี่ยไม่ได้”
“ราตรี” บอกว่า อาชีพหมอลำหากมีชื่อเสียงจะหาเงินได้มากกว่าเงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำ อาจได้มากถึง 2-3 หมื่นบาท/เดือน ระดับแดนเซอร์เฉลี่ยขั้นต่ำ 500 บาท/คืน ยิ่งช่วงเทศกาลจะได้มากเป็นพิเศษ
โดยคณะหมอลำใหญ่ที่มีชื่อเสียงเมื่อหักค่าใช้จ่ายหลังการแสดงและแบ่งค่าแรงในวงแล้ว จะได้กำไรไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาท/วัน แต่อาชีพนี้มีความเสี่ยงคือความไม่แน่นอน เพราะไม่ใช่งานประจำที่มีเงินเดือนตลอด เป็นอาชีพที่กอบโกยได้เฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น
“อย่างไรก็อยากฝากถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนหมอลำพื้นถิ่นในพื้นที่มากขึ้น มากกว่าวงคอนเสิร์ตสตริงหรือเพื่อชีวิต และอยากให้เข้ามาพัฒนาหมอลำรุ่นใหม่เพื่อเชื่อมโยงศิลปะและวัฒธรรมมากขึ้น เพราะหมอลำยุคใหม่หลายคนไม่มีความรู้และวิ่งตามสื่อ วิ่งตามกระแสมากเกินไป จนขาดความเป็นศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าแท้จริง”
ระเบียบฯจับมือกับเวทีอินเตอร์
“สุมิตรศักดิ์ พลล้ำ” ผู้บริหารทายาทรุ่นที่ 2 หัวหน้าคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพของธุรกิจหมอลำปัจจุบันถือว่ากำลังไปได้ดี ฟื้นตัวมาได้กว่า 90% แล้ว หลังจากร้างการแสดงมานานกว่า 3 ปีนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 มีหลายงานที่ถูกเลื่อนมาจัดในปี 2566 ทั้งหมด
และการตอบรับของผู้ชมคึกคักมาก สำหรับระเบียบวาทะศิลป์ก็ได้เวทีมิสแกรนด์และเวที Big Mountain มาช่วยให้ฟื้นตัวขึ้นมามากพอสมควร จนมีงานตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2565 ยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2566 ในปีนี้
ทั้งนี้ การจับมือกับเวทีมิสแกรนด์เริ่มจากคอนเทนต์ของหนึ่งในมิสแกรนด์ที่รู้จักกับสมาชิกในวง กระทั่ง “คุณณวัฒน์” เจ้าของเวทีมิสแกรนด์เห็นและสนใจผนึกกำลังจัดการแสดง ทำให้แฟนคลับเวทีนางงามกับแฟนคลับหมอลำดันกระแสขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ส่วนเวที Big Mountain ที่กลับมาจัดคอนเสิร์ตในรอบปีหลังเกิดโควิด-19 ก็ได้ “ป๋าเต็ด” จ้างไปแสดงอีก กระแสตอบรับถือว่าดีมากและเป็นการยกระดับหมอลำขึ้นมาจนเริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ผู้ชมจากภาคใต้และภาคเหนือที่ไม่เคยดูหมอลำก็อยากดู เพราะหมอลำมีความหลากหลายในการแสดง
ปัจจุบัน ระเบียบวาทะศิลป์ มีสมาชิกเฉลี่ยอยู่ประมาณ 300 กว่าคน ราคาจ้างเริ่มต้นที่ 3 แสนบาท/งาน/วัน คิดระยะทางที่จะเดินทางไม่เกิน 150 กม. หากระยะทางมากกว่านั้นราคาจะสูงขึ้นตามลำดับ หากเป็นภาคเหนือหรือในกรุงเทพมหานครราคาจะขยับเพิ่มอีก สูงสุดที่ 7.5 แสนบาท/งาน/วัน และที่ถูกเสนอจ้างด้วยราคามากที่สุด แต่ไม่ตอบรับคือการแสดงในภาคใต้ 1 ล้านบาท/งาน/วัน
เพราะค่อนข้างกินเวลาเดินทางนานข้ามวัน การแสดงในแต่ละงานยอดคนดูแล้วแต่พื้นที่ตั้งเวที เริ่มตั้งแต่ 2,800-50,000 คน/งาน/วัน การเก็บบัตรเข้าชมแล้วแต่เจ้าภาพหรือผู้จ้างงาน ขึ้นอยู่กับว่าเป็นการจ้างแสดงเพื่อการกุศล หรือจ้างแสดงเพื่อเก็บเงินผู้เข้าชม
ราคาที่คณะหมอลำต้องจ่าย
ด้านรายได้ “สุมิตรศักดิ์” บอกว่า รายได้ของหมอลำเยอะพอสมควร แต่เมื่อหักรายจ่ายทั้งหมดแทบเสมอตัวหรือบางครั้งขาดทุน จากราคาจ้างต่องานต่อคืน 100% จะมีค่าตัวสมาชิกเฉลี่ย 2.6 แสนบาท เริ่มที่ 500, 700, 1000, 1,500 บาท/คน แล้วแต่หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และเหมารวมราคา 5,000 บาท/หน้าที่ เช่น คนทำเครื่องเสียงและไฟ ตัดเป็นค่าน้ำมันอีก 20% ที่เหลือคือค่าเสื่อมสภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ ขั้นต่ำ 20,000 บาท/วัน
และค่าอาหารของสมาชิกในวง ไม่สามารถคำนวณได้ว่าจะเหลือมากน้อยแค่ไหน ยิ่งปัจจุบันราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงกว่าอดีตก็ต้องจ่ายเพิ่มด้วยตัวเอง เอาเงินที่มัดจำมาหมุน จ่ายเองมากกว่าเงินค่าจ้างที่รับปากตกลงกับเจ้าภาพไว้
สำหรับระเบียบวาทะศิลป์ออกงานทุกวันต่อเนื่องมาหลายสิบปี เดินทาง 100-300 กม./วัน โดยรับงานในระยะทางเฉลี่ยที่ไปไหว และต้องพูดคุยกับเจ้าภาพถึงเรื่องระยะเวลาการแสดงในแต่ละงานให้ชัดเจน เพราะปกติจะทำการแสดง 3 ทุ่มยันสว่าง
หรือตามที่ตกลงกัน ทำงานหนักรวม 8 เดือน คือเดือนตุลาคม-มิถุนายน ก่อนจะพัก 4 เดือนในช่วงเข้าพรรษา และช่วงฤดูฝนที่ไม่สามารถเล่นลานกลางแจ้งได้ ซึ่งเป็นช่วงที่หยุดพักเพื่อปรับเปลี่ยนผลงานการแสดงเพื่อให้ตอบโจทย์เจ้าภาพในช่วงฤดูกาลหน้า
นอกจากนี้ยังมีปัญหาอีกมากที่คนทำอาชีพหมอลำต้องจ่าย ยกตัวอย่างการเดินทางไปเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องจ่ายเงินค่าน้ำมันให้รถกว่า 20 คัน และต้องผ่านด่านชั่งน้ำหนัก ต้องเซฟความปลอดภัย โดนปรับ และยังมีค่าน้ำมันเครื่องปั่นไปเองอีก 10,000 บาท/วัน และยังต้องให้เจ้าหน้าที่เป็นค่ารักษาความปลอดภัย หรือต้องจ่ายค่าสถานที่ให้หลายหน่วยงานรวมนับแสนบาท
“ประเด็นนี้เคยพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ตอนประชุมกับวัฒนธรรมจังหวัดขอนแก่นแล้ว อยากขอความกรุณาขอให้กระทรวงมหาดไทยคุยกับกระทรวงวัฒนธรรมด้วยว่า ขอออกกฎระเบียบสั่งการมาให้ปฏิบัติตามโดยตรง อย่าโยนให้หลายฝ่ายซึ่งต่างก็อ้างกฎหมายหลายที่ เพราะหมอลำไม่ใช่ศิลปินดังตามบริษัทหรือค่ายเพลงที่รับงานนอนโรงแรมแล้วรับเงินก้อน 7-8 หมื่นบาทจบ แต่เราเป็นหมอลำที่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย”