รายงานใหม่ชี้ชัด โลกรวน ทำให้แหลมแอฟริกา แห้งแล้ง ฝนไม่ตกเกือบ 3 ปี
รายงานใหม่ชี้ชัด เพราะโลกรวนและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทำให้เกิดภัยแล้งรุนแรงที่ประเทศในแหลมแอฟริกา ซึ่งฆ่าคนไปแล้วอย่างน้อย 43,000 คน แและสัตว์อีกกว่า 8 ล้านตัว จากฝนไม่ตกนาน 3 ปี เป็นภัยแล้งที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 40 ปี
ทีมนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศระหว่างประเทศในโครงการ World Weather Attribution (WWA) ได้ทำการจำลองการสังเกตอากาศ ว่าหากโลกเย็นลงกว่านี้ 1.2 องศาเซลเซียส หรือก็คือโลกที่ยังไม่ร้อนเท่านี้ จะนำไปสู่สภาพอากาศแบบใดได้บ้างในภูมิภาคนี้
พวกเขาพบว่าการรวมกันของปริมาณน้ำฝนและการระเหยเป็นไอของความชื้น “จะไม่ทำให้เกิดภัยแล้งเลย” Joyce Kimutai นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาของเคนยากล่าว “การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทำให้ภัยแล้งนี้ไม่ธรรมดา”
พร้อมเสริมว่า โลกที่ร้อนขึ้นทำให้ฝนมีโอกาสตกน้อยลง 2 เท่าในฤดูกาลปกติ และมันก็ถูกซ้ำเติมโดยปรากฎการณ์ลานีญา ซึ่งทำให้ปริมาณฝนในแอฟริกาตะวันออกน้อยลงไปอีก นอกจากฝนจะตกน้อยลงแล้ว มันยังหมายถึงน้ำระเหยจากดินและจากพืชมากขึ้น จนเป็นภัยแล้งรุนแรงอย่างที่เราเห็น
“นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องที่ทำลายล้างภูมิภาคนี้” Chris Funk นักภูมิอากาศวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว
ส่งผลให้เอธิโอเปีย เคนยา และโซมาเลียประสบกับปัญหาฝนไม่ตกติดต่อกัน 5 ครั้งตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ทำให้ประชาชนราว 4.35 ล้านคนกำลังเสี่ยงชีวิต รายงานจากสหประชาชาติประเมินก่อนหน้านี้ว่ามีคนประมาณ 43,000 คนเสียชีวิตแล้วจากภัยแล้งนี้ ครึ่งหนึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
ผู้คนอีกว่า 20 ล้านคนกำลังเสี่ยงต่อความอดยาก เนื่องจากสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อเป็นอาหารตายไปกว่า 8 ล้านตัว และคนอีก 1.7 ล้านคนในเอธิโอเปียต้องไร้บ้าน
ปัจจุบันแอฟริกากำลังเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งเริ่มได้รับน้ำฝนบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่พอที่จะทำให้ผู้คนมีชีวิตรอดต่อไป และมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะเจอกับอากาศแห้งแล้งมากขึ้นในอนาคต
ที่มา
Reuters : Horn of Africa drought not possible without climate change - study
The Guardian : Human-driven climate crisis fuelling Horn of Africa drought – study
CNN : Catastrophic drought that’s pushed millions into crisis made 100 times more likely by climate change, analysis finds
Photo : UNICEF/UN0607653/Rich