โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แฟนใหม่ของแฟนเก่า แฟนเก่าของแฟนเรา’ เราเทียบตัวเองกับ ‘เขาคนนั้น’ เพื่ออะไร?

The Momentum

อัพเดต 05 มี.ค. 2566 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2566 เวลา 09.00 น. • พิมพ์ชนก โรจนันท์

คิดว่าคนเรามักเปรียบเทียบตัวเองกับ ‘เขาคนนั้น’ ของคนรัก เพื่ออะไร?

หากไม่นับคนดัง หนึ่งในความสัมพันธ์ที่ทำให้เราสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของใครอีกคน ไปจนถึงเสพติดการติดตามชีวิตของเขาได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องรู้จักกันมาก่อน คงหนีไม่พ้น ‘แฟนใหม่ของแฟนเก่า’ รวมถึง ‘แฟนเก่าของแฟนเรา’ ที่ถือเป็นบุคคลต้องห้ามเช่นกันสำหรับคู่รักบางคู่

ภายใต้ความสัมพันธ์แบบงุนงงนี้ เกิดจากจุดร่วมเพียงอย่างเดียวคือการเคยคบหากับคนคนหนึ่งเหมือนกัน น่าแปลกคือบางคนอาจเกลียดอีกฝ่ายได้ง่ายๆ เพียงแค่อยู่ในสถานะดังกล่าวเท่านั้น

การมีคนรักร่วมกันในช่วงเวลาที่ต่างกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงได้เป็นเรื่องรบกวนจิตใจหลายคน ทั้งการเกิดข้อสงสัยในความสัมพันธ์ เช่น ระหว่างเขากับเรา แฟนจะรักใครมากกว่ากัน? ไปจนถึงคำถามว่าฉันดีกว่าเขาไหม? ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบซึ่งต้องตัดสินคุณค่าและตัวตนของอีกฝ่าย และที่อันตรายคือมันเป็นการตัดสินคุณค่าให้ตัวเราเองด้วย

วันหนึ่งคุณอาจจะเจอรูปคู่สุดหวานแหววของแฟน แต่ว่าคนข้างๆ ไม่ใช่คุณ (ซึ่งเป็นภาพตั้งแต่ต้นปี 2013 โน่น) ด้วยความบังเอิญ หรืออาจถึงกับสวมบทบาทยอดนักสืบโดยการลงทุนขุดคุ้ยข้อมูลด้วยตัวเองเพราะเกิดสงสัย ยิ่งมีโซเชียลมีเดียก็เหมือนว่าทุกอย่างจะยิ่งง่ายขึ้น จากเคยรู้แค่ชื่อกับหน้า กลับกลายเป็นว่าศึกษาไปถึงแง่มุมอื่นๆ สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็พัฒนาเป็นการเสพติดชีวิตเขาซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกับคุณเลย และกลายเป็นกิจวัตรโดยไม่ทันรู้ตัว

‘เห็นแชร์เพลงเศร้าแบบนี้ พวกเขาคงไม่ได้มีความสุขกันนักหรอก’

‘เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ใหม่เหรอ ดูแล้วก็ไม่ได้สวยกว่าเราสักเท่าไร’

‘ทำงานอะไรถึงได้มีเงินไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ นะ ชีวิตดีจัง’

“ปกติแล้วคนเราก็ทำการเปรียบเทียบตัวเองกับสังคมอยู่ตลอด มันเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ ที่โชคร้ายคือคนจำนวนมากพยายามที่จะหาความนับถือในตัวเอง (Self-esteem) โดยการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น”

คริสตี้ โลเปซ (Cristy Lopes) นักจิตวิทยา ได้ให้มุมมองในเรื่องนี้โดยเชื่อมโยงกับทฤษฎีการเปรียบเทียบทางสังคม (Social Comparison) โดยแนวคิดดังกล่าวเป็นแนวคิดที่เสนอว่ามนุษย์ล้วนแล้วแต่มีความต้องการในการประเมินตัวเอง ซึ่งจะสามารถทำได้ผ่านการเปรียบเทียบกับคนอื่น

ในกรณีของการเปรียบเทียบตัวเองกับแฟนใหม่ (หรือแฟนเก่า) ของแฟนนั้น เธอมองว่าในการเปรียบเทียบ สุดท้ายแม้เราจะดีกว่าหรือแย่กว่าเขา ทว่าการเอาแต่คิดจะเปรียบเทียบตัวเองย่อมไม่เป็นผลดี

“หนึ่งในวิธีเพิ่ม Self-Esteem ของคนเราคือรูปร่างหน้าตา ถ้าไม่ได้จะไปทำความรู้จักอีกฝ่ายแบบเจอตัวจริง รูปร่างหน้าตาก็แทบจะเป็นสิ่งเดียวที่คุณหาได้ในโซเชียลมีเดีย เพราะว่ามันง่าย

“จริงๆ ถึงสาวคนใหม่ของแฟนเก่าจะสวยหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้คุณกับแฟนเก่าเลิกกันอยู่ดีนี่”

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น (Western University) ในแคนาดาเมื่อปี 2015 พบว่ามีผู้คนอายุระหว่าง 18-35 ปี ราว 88% ที่ยังคงคอยตามส่องโซเชียลมีเดียของแฟนเก่า และอีกกว่า 80% ยังได้ติดตามไปถึงแฟนใหม่ของพวกเขา แน่นอนว่ามันไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเลย และที่สำคัญคือพฤติกรรมเช่นนี้ยังทำให้พวกเขาเกิดความเครียดมากขึ้นอีกด้วย

การที่เราอยากรับรู้เรื่องราวของใครคนหนึ่งว่ามีดีตรงไหนหรือใช้ชีวิตอย่างไร จนถึงกับต้องคอยติดตามอยู่เป็นประจำ ถ้าไม่ใช่เพราะชื่นชอบจนกลายเป็นแฟนคลับไปแล้ว อาจแปลว่าเรารู้สึกไม่มั่นคงกับทั้งในเรื่องของความสัมพันธ์ และมีความไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ลึกๆ

ในแง่หนึ่ง ผู้เขียนเห็นว่ามันอาจเกิดจากการที่คุณมองตัวเองในฐานะผู้ครอบครองคนรัก และมองว่าเขาคนนั้นคือผู้ได้ครอบครองเหมือนกัน คล้ายว่าคุณและเขาเป็นผู้เข้าแข่งขัน 2 คน จนทำให้ต้องเปรียบเทียบว่าอีกฝ่ายแย่กว่าเราอย่างไรหรือดีกว่าเราตรงไหน

การเปรียบเทียบเช่นนี้ต่อให้ทำเป็นปีๆ ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขาเลย น่าเศร้าตรงที่ว่าทางนั้นอาจไม่แม้แต่รับรู้ถึงการมีอยู่ของคุณด้วยซ้ำ อีกเรื่องที่สำคัญคือการต้องทำความเข้าใจว่าคนรักของคุณไม่ใช่สิ่งของที่จะต้องโดนคุณหรือใครครอบครองทั้งสิ้น

บางคนเกิดความรู้สึกเกลียดอีกฝ่ายได้ง่ายๆ ระดับนั่งฟังเพลง Kill Billของ SZA (ซิสซา) ได้แบบอินๆ หรือแม้แต่ไปคุกคามทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้ ในกรณีที่คุณเป็นคนปัจจุบันแต่ยังชอบที่จะไปขุดคุ้ยอดีต เช่นนี้คิดว่าคนรักของคุณจะมีความสุขไหมกับการต้องคอยตอบคำถามเรื่องรักครั้งเก่าให้ต้องทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ

หากพบว่าเป็นปัญหา ทางออกที่ได้ผลที่สุดก็คงเป็นการต้องเลิกติดตาม เลิกสงสัยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนคนนั้นให้ได้ เพราะถ้าติดตามยังไงก็เกิดการเปรียบเทียบอย่างแน่นอน แม้มันจะยากเพราะอาจเสพติดการติดตามชีวิตเขาเป็นปกติแล้ว แต่ต้องตระหนักไว้เสมอว่าการรับรู้และเปรียบเทียบตัวเองกับเขาไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ซ้ำร้ายยังทำให้ตัวเราเองแย่ลง

‘Hotter than your ex, better than your next’ (ฉันฮอตกว่าแฟนเก่าคุณ และแน่นอนว่าดีกว่าแฟนคนต่อไปของคุณ)

ความมั่นใจเป็นเรื่องดี แต่เพราะความสัมพันธ์ไม่ควรเป็นเรื่องของการแข่งขัน การเปรียบเทียบโดยใช้ตัวตนของอีกฝ่ายเป็นมาตรวัด ทั้งรูปร่างหน้าตา การศึกษา หรือหน้าที่การงาน ต่อให้คิดว่ามั่นใจและให้เพื่อนกี่คนมาย้ำว่าเราดีกว่าเขาแค่ไหน แน่ใจจริงไหมว่าพฤติกรรมเช่นนี้เป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจ มันไม่ได้แปลว่าเราโหยหาวันที่เราจะเหนือกว่าเขาอยู่หรือ?

ความจริงอาจมีเพียงว่า เราสามารถเป็นคนรักที่ดีได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใครเลย

ที่มา

https://hiplatina.com/comparing-ex-new-girlfriend/

https://www.verywellmind.com/the-stress-of-social-comparison-4154076

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...