โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟไหม้โรงงานผลิตรองเท้ายาง วอดกว่า 10 ล้าน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 ก.พ. 2565 เวลา 05.44 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 05.44 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ภูมิภาค 13 ก.พ. - ไหม้โรงงานผลิตรองเท้ายาง ใน อ.เมืองสมุทรสาคร เสียหายกว่า 10 ล้านบาท สาเหตุคาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนที่อุดรธานี ไฟไหม้บ้านเสียหาย 4 หลัง คลอกสุนัขตายคากรง

ที่ จ.สมุทรสาคร เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตรองเท้ายาง เสียหายกว่า 10 ล้านบาท เหตุเกิดภายในบริษัท ไทยบำรุงเคมีเคิล จำกัด ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร บริเวณที่เกิดเหตุเป็นส่วนของอาคารโกดังชั้นเดียว บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้เก็บพื้นรองเท้ายาง เครื่องจักรสำหรับปั๊มพื้นรองเท้า ห้องอบสี และสีสำหรับทำพื้นรองเท้าจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ระดมรถน้ำดับเพลิงทั้งจากของ อบต.พันท้ายนรสิงห์ พื้นที่ใกล้เคียง และกรุงเทพมหานคร รวมกว่า 20 คัน เข้าระงับเหตุ เนื่องจากวัตถุภายในโกดังเป็นเชื้อเพลิงที่ลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว จึงเกรงว่าหากมีลมพัดแรงอาจพัดพาเชื้อเพลิงลุกลามไปยังโกดังอื่นๆ ที่ตั้งอยู่แยกห่างออกไปในรั้วบริษัทเดียวกัน เจ้าหน้าที่พยายามสกัดเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด

ขณะที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ชุดผจญเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากไม่สามารถเปิดประตูโกดังที่เกิดเหตุเข้าไปได้ เพราะเป็นแผงประตูเหล็กที่ถูกควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ขุดเจาะมาทำลายประตู เพื่อเปิดเข้าไปฉีดน้ำภายใน กว่าจะเจาะประตูได้ ไฟเผาโกดังวอดเกือบทั้งหลัง จนโครงสร้างหลังคาพังทรุดลงมา โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้

จากการสอบถามนายวัฒนา แตงมณี นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ บอกว่า บริษัทแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 10 ไร่ แต่ภายในถูกแบ่งออกเป็นโกดังๆ หลายอาคาร โกดังที่เกิดเหตุเป็นส่วนของการผลิตพื้นรองเท้ายาง ภายในมีทั้งห้องอบสี ตลอดจนสีที่ใช้อบยางรองเท้า พื้นยางรองเท้า และเครื่องจักรสำหรับปั๊มพื้นรองเท้าอีกหลายตัว ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายใน ส่วนมูลค่าความเสียหายนยังไม่สามารถประเมินได้ แต่คาดว่าน่าจะเสียหายเกือบทั้งหมด เพราะวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตพื้นรองเท้ายางเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีและไฟไหม้ค่อนข้างรุนแรง จนทำให้หลังคาของอาคารพังยุบลงมา

หลังจากนี้จะประกาศเป็นพื้นที่อันตราย ห้ามบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารโรงงาน พร้อมกับเจ้าหน้าที่วิทยาการจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

ไฟไหม้วอด 4 หลัง คลอกสุนัขตายคากรง
ส่วนที่ จ.อุดรธานี เกิดเหตุไฟไหม้บ้านวอด 4 หลัง แต่ที่น่าสลดใจคือ น้องหมาที่เลี้ยงไว้ถูกไฟคลอกตาย

เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน เร่งดับไฟไหม้ในซอยหนองตุ 1 ชุมชนหนองตุ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบ รถดับเพลิงเข้าไปไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายยางเข้าไป พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูนเสียหายทั้งหลัง และลุกลามบ้านเรือนใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นบ้านไม้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ พบบ้านถูกไฟไหม้เสียหาย 4 หลัง รถจักรยานยนต์เสียหาย 10 คัน

แต่ที่น่าสลดใจพบลูกหมาอายุ 8 เดือน ชื่อโซจู ถูกไฟคลอกตายคากรง เจ้าของมาพบสภาพสุนัขถูกไฟไหม้ ร่ำไห้ด้วยความสงสารและเสียใจ

นางแกร่งน้อย เจ้าของสุนัข เล่าด้วยว่า หลังจากกินข้าวเย็นและอาบน้ำเสร็จมานอนดูทีวี สามีบอกว่าได้กลิ่นเหม็นเหมือนไฟไหม้บ้าน จึงลุกขึ้นมาดูพบว่าไฟกำลังไหม้บ้าน ตนกับสามีจึงรีบวิ่งออกมาจากบ้าน มีแค่เสื้อผ้าติดตัว โดยไม่ได้เอาทรัพย์สินอะไรออกมาเลย ถูกเผาวอดไปกับกองเพลิง ตรวจสอบมีเงินสด 30,000 บาท รถจักรยานยนต์ 3 คัน รวมถึงสุนัขพันธุ์ปอมเพศเมีย ชื่อโชจู อายุ 9 เดือน ส่วนบ้านต้นเพลิงเป็นบ้านของนายอัศวิน อายุ 30 ปี หลานชาย เปิดเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์

ด้านนายอัศวิน เจ้าของบ้านต้นเพลิง เล่าว่า ตนเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังปิดร้านก็ไปนอนบ้านแฟน ซึ่งตนไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้ว่าเกิดจากอะไร โดยก่อนตนจะกลับบ้านเห็นน้องชายนั่งอยู่หน้าบ้าน และหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ก็ไม่เห็นน้องชาย ส่วนทรัพย์สินในบ้านจะมีรถจักรยานยนต์ของตน 3 คัน รถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่เอามาซ่อมประมาณ 6-7 คัน และเครื่องมืออุปกรณ์ซ่อมรถถูกไฟไหม้หมด

ร.ต.อ.วรวิทย์ ซุยลา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าต้นเพลิงมาจากบ้านเลขที่ 77 แล้วไฟไหม้ลุกลามไปติดบ้านใกล้เคียงอีก 3 หลังเสียหาย หลังเพลิงสงบจะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...