โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์แห่เทกระจาดหนี้เสีย โละขายทรัพย์บ้าน-คอนโด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ย. 2567 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2567 เวลา 00.48 น.

แบงก์แห่เทกระจาดตัดขายพอร์ตหนี้เสีย “บ้าน-คอนโดฯ” ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท หลังแนวโน้ม NPL ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง “BAM” ชี้เศรษฐกิจไม่ฟื้นกระทบลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง-ธุรกิจเล็กตึ๊งบ้าน ผ่อนไม่ไหวยอมปล่อยทรัพย์หลุดมือ “ชโย กรุ๊ป” ประเมินแบงก์เคลียร์พอร์ตขายหนี้เสีย 1.5 แสนล้าน ชี้ซัพพลายทะลัก กดราคารับซื้อดิสเคานต์ 50% “JMT” มองทรัพย์บ้านเพิ่มขึ้นตามสัญญาณหนี้เสีย-SM ที่ยังไหลเพิ่มต่อ

แบงก์ล้างพอร์ตรับ NPL ใหม่

นายบัณฑิต อนันตมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความสามารถในการชำระหนี้ถดถอยตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ทยอยหมดลงในช่วงปีก่อน ส่งผลให้ทิศทางหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทยอยปรับเพิ่มขึ้นในปีนี้

สอดคล้องกับการตัดขายหนี้ของสถาบันการเงินที่มีมากขึ้น ภายหลังจากมีปรับโครงสร้างหนี้ แต่ลูกหนี้บางรายอาจยังไม่สามารถกลับมาได้ ทำให้เข้าสู่กระบวนการตีโอนชำระหนี้ หรือฟ้องร้อง ทำให้สถาบันการเงินทยอยตัดขายหนี้ออกมา ส่วนหนึ่งสถาบันการเงินไม่อยากบริหาร เพราะอาจจะมีเจ้าหนี้ไม่เพียงพอกับการดูแล

ทั้งนี้ หนี้ที่เริ่มเห็นสัญญาณตัดขายออกมาเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา และยังมีออกมาต่อเนื่อง จะเป็นหนี้ที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านและคอนโดมิเนียมที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นชัดเจนกว่าปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากลูกหนี้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเปราะบางอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ รายได้ยังไม่กลับมา และบางรายอาจมีหนี้หลายประเภท เช่น ผ่อนบัตรเครดิต หรือจักรยานยนต์ ขณะที่บางรายเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กอาจนำบ้านมาจำนองไปเป็นเงินทุนขยายกิจการ แต่จากภาวะเศรษฐกิจทำให้รายได้ไม่ได้กลับมาตามที่คิด

Q4 แห่ประมูลขายพอร์ต

นายบัณฑิตกล่าวว่า ช่วงไตรมาส 4/2567 สถาบันการเงินน่าจะตัดขายออกมาพอสมควร เริ่มมีการเชิญประมูลแล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทจะพิจารณารับซื้อหนี้มาบริหารโดยดูคุณภาพและราคาเป็นสำคัญ หากทรัพย์เป็นบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่มีขนาดเล็กมาก ๆ จะดูทำเลและรายประเภท เพราะต้องยอมรับว่าบางทำเลขายค่อนข้างยาก อย่างไรก็ดี บริษัทจะพิจารณารับซื้อหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มเติม เนื่องจากพอร์ตที่มีอยู่เริ่มลดลง

“นอกจากเห็นการระบายทรัพย์ กลุ่มผู้ประกอบการโรงงาน ที่แข่งขันกับจีนที่มีต้นทุนต่ำกว่าไม่ไหว ปีนี้ก็จะมีบ้าน คอนโดฯระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ออกมาขายเยอะ เพราะก่อนหน้านี้มีการเปิดคอนโดมิเนียมเป็นดอกเห็ด คนแห่ซื้อ แต่จากภาระหนี้ที่สูงอยู่แล้ว เศรษฐกิจไม่ฟื้นอย่างที่คิด ทำให้ไม่มีกำลังผ่อนชำระก็ต้องปล่อยทิ้งในที่สุด”

ปี’67 ขายหนี้เสีย 1.5 แสนล้าน

ด้านนายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สัญญาณที่เห็นสถาบันการเงินมีการตัดขายมากขึ้น มีทั้งกลุ่มหนี้บ้าน ธุรกิจเอสเอ็มอี และรถยนต์ โดยพบว่าในส่วนของบ้านและคอนโดมิเนียมมีสัญญาณเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งปีนี้คาดว่าสถาบันการเงินจะมีการตัดขายหนี้เสียออกมาราว 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งประเมินว่าเป็นสัดส่วนของทรัพย์ประเภทบ้าน-คอนโดฯประมาณ 50% จากเดิมไม่ถึง 40%

สาเหตุที่แบงก์ตัดขายหนี้บ้านเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท มองว่าเป็นกลุ่มที่มีรายได้ 4-5 หมื่นบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ช่วงระบาดของโควิด-19 แต่พยายามรักษาทรัพย์ไว้ โดยผ่านปรับโครงสร้างหนี้มาแล้วหลายรอบ แต่จากเศรษฐกิจฟื้นไม่ทั่วถึง ส่งผลให้รายได้ไม่กลับมา ท้ายที่สุดไม่ไหวก็ต้องยอมปล่อยทรัพย์ ซึ่งคาดว่าในไตรมาสที่ 4/2567 ยังคงเห็นการตัดขายหนี้บ้านของสถาบันการเงินออกมาเพิ่มขึ้นอีก และน่าจะเบาลงในช่วงกลางปี 2568

กดราคาซื้อดิสเคานต์ 50%

นายสุขสันต์กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตหนี้บ้านอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปี 2567 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทจะรับซื้อหนี้มาบริหารในอัตราส่วนลด (Discount) ราว 50% จากปัจจุบันราคาส่วนลดเฉลี่ยอยู่ที่ 40% เนื่องจากสถาบันการเงินต้องการระบายซัพพลายด้วย ขณะที่กฎหมายบังคับฟ้องร้องยึดทรัพย์ที่ต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี ก่อนจะสามารถดำเนินการขายได้ ซึ่งทำให้มูลค่าบ้านลดลงด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าภายในสิ้นปี 2567 บริษัทน่าจะสามารถซื้อหนี้ได้เพิ่มอีกราว 8,000-9,000 ล้านบาท ทำให้พอร์ตหนี้ทั้งมีหลักประกันและไม่มีหลักประกันรวมกันราว 1.08-1.10 แสนล้านบาท โดยปีนี้บริษัทมีเงินทุนรองรับซื้อหนี้ราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาใช้ไปแล้วราว 300-400 ล้านบาท ได้มูลหนี้มาบริหารแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบริษัทสามารถซื้อทรัพย์ได้ในราคาถูก และได้มูลหนี้เข้ามาค่อนข้างเยอะ

“ปัจจุบันหนี้อันดับหนึ่งที่แบงก์ตัดขาย คือ บ้าน และคอนโดมิเนียม ที่เห็นเยอะขึ้นและน่าจะทยอยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้แบงก์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อบ้าน ทำให้ช่วยสกัดหนี้เสียได้บางส่วน ไม่อย่างนั้นเราอาจจะเห็นพอร์ตหนี้เสียบ้านเยอะกว่านี้ เพราะต้องยอมรับส่วนหนึ่งกลุ่มที่เริ่มผ่อนชำระไม่ไหวเป็นกลุ่มเปราะบางและมาเจอเศรษฐกิจไม่ฟื้น จึงมีปัญหามากขึ้น”

ตลาดบ้านยึดขายฝืด

นายทวี กุลเลิศประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท คลับ แคปปิตอล หรือ KCC เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา หนี้เสียที่ถูกตัดขายและบริษัทเข้าร่วมประมูลมีราว 1 แสนล้านบาท เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน ประเภทที่อยู่อาศัย ออกมาค่อนข้างเยอะ จากที่ก่อนหน้านี้เป็นหนี้พอร์ตเช่าซื้อ

อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้เข้าประมูลในจำนวนมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลต่อการขายทรัพย์ค่อนข้างยาก บริษัทเน้นเคลียร์พอร์ตเดิมที่มีอยู่ ซึ่งมีบางทำเลที่ยังสามารถขายได้ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล และโครงการที่ไม่ได้แย่มาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตเงินลงทุนที่อยู่อาศัยประมาณ 15-20%

“ตอนนี้ตลาดบ้านค่อนข้างฝืด ขายยาก ทำให้เราไม่ได้ซื้อเพิ่ม และทยอยเคลียร์พอร์ตที่มีอยู่ และหันไปซื้อทรัพย์โรงงาน เพราะยังมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าจีน ซึ่งในช่วงกลางปีเราใช้เงินลงทุนซื้อหนี้ไปราว 450 ล้านบาท ส่วนไตรมาสสุดท้ายต้องรอดูก่อน”

JMT เน้นหนี้ไม่มีหลักประกัน

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส หรือ JMT เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงไตรมาสที่ 4/2567 จะเห็นสถาบันการเงินตัดขายหนี้เสียออกมาขายมากขึ้น จากก่อนหน้านี้การตัดขายหนี้ค่อนข้างจำกัด เพราะ ธปท.มีมาตรการให้ปรับโครงสร้างหนี้ก่อนและหลังเป็นหนี้เสีย ตามเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ

โดยยอมรับว่าเห็นการตัดขายหนี้ที่มีหลักประกัน เช่น บ้าน และเช่าซื้อ มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกับปริมาณตัวเลขหนี้ค้างชำระ (SM) และหนี้เสียขยับเพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ 5.4 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 6.7 แสนล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2567 สะท้อนว่าคุณภาพหนี้ยังคงมีปัญหา นอกจากนี้ ยังเห็นกลุ่มสถาบันการเงินและน็อนแบงก์หน้าใหม่ตัดขายหนี้เสียเพิ่มเติมจากรายเดิม

อย่างไรก็ดี พอร์ตของบริษัทเน้นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกซื้อทรัพย์มาบริหารราว 500 ล้านบาท แต่ปลายปีคิดว่าจะเริ่มเห็นทยอยออกมาขายมากขึ้น เพราะเริ่มมีดีลเข้ามา ซึ่งทั้งปีเราตั้งวงเงินซื้อไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์แห่เทกระจาดหนี้เสีย โละขายทรัพย์บ้าน-คอนโด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...