โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ช่องทางใหม่ ในการตีตลาดทุเรียนจีน ไทยส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปจีนทางทะเลเป็นครั้งแรก ‘พาณิชย์’ ชี้เป็นวิธีการขนส่งที่ต้นทุนต่ำกว่าเดิม

The Structure

อัพเดต 05 ม.ค. 2568 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • The Structure

ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการส่งออกเนื้อทุเรียนแช่แข็ง ด้วยวิธีการขนส่งทางทะเล (Sea freight logistics) ไปสู่ประเทศจีนเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา

ซึ่งการขนส่งในครั้งนี้ เป็นการทดลองธุรกิจแปรรูปสินค้านำเข้าจากประเทศที่สาม ในพื้นที่ชายแดนในรูปแบบการค้าระหว่างชาวชายแดนผ่านการขนส่งทางทะเลของจีน

เนื้อทุเรียนแช่แข็งล็อตนี้นั้น มีจำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ใช้เวลา 4 วันถึงท่าเรือชินโจว หลังจากผ่านขั้นตอนการยื่นขอเปลี่ยนด่านพิธีการศุลกากรที่ศุลกากรท่าเรือชินโจวแล้ว ถูกขนส่งพิธีการศุลกากรที่ด่านผู่จ้ายผ่านทางถนน เสร็จแล้วขนส่งไปต่อที่เขตการค้าตลาดร่วมกันของชาวชายแดนที่กำหนดไว้เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทั้งกระบวนการดังกล่าวใช้เวลาทั้งสิ้น 7 วัน

และเนื้อทุเรียนล็อตนี้จะถูกนำไปแปรรูปต่อที่บริษัท Guangxi Zhongguo (Fruit) Industrial Co., Ltd. ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนจีน –เวียดนาม โดยทางบริษัทฯ เปิดเผยว่า เมื่อก่อนบริษัทฯ มีการนำเข้าผลไม้จากประเทศเวียดนามเป็นหลัก โดยใช้วิธีขนส่งผ่านทางบกอย่างเดียว

ปัจจุบันบริษัทมีการขยายการนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศไทยผ่านการขนส่งทางทะเลที่มีความอย่างสะดวก ดังนั้น บริษัทจึงเลือกรูปแบบการนำเข้าเนื้อทุเรียนแช่แข็งมาแปรรูปในโมเดลการค้าระหว่างชาวชายแดนโดยผ่านการขนส่งทางทะเล ซึ่งรูปแบบการนำเข้านี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับบริษัทที่สามารถส่งเสริมการขยายนำเข้าสินค้าจากประเทศอาเซียนได้เพิ่มขึ้น

ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคต.) ให้ความเห็นว่า โมเดลนำเข้าสินค้าจากไทยโดยผ่านการค้ารูปแบบชาวชายแดนผ่านการขนส่งทางทะเลถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับสินค้าไทย โดยเฉพาะเป็นสินค้าวัตถุดิบสำหรับการนำเข้ามาแปรรูป

ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มช่องทางการส่งออกมายังตลาดจีน ที่ช่วยลดต้นทุนการส่งออก (ไม่ต้องเสียภาษี) และเพิ่มมูลค่าเพิ่มของสินค้าในการจำหน่ายที่ตลาดจีน

ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกวัตถุดิบเพื่อแปรรูปต่อในตลาดจีน อาจพิจารณารูปแบบการขนส่งดังกล่าว และต้องศึกษาข้อมูลอย่างครบถ้วน อีกทั้งต้องร่วมมือกับผู้นำเข้าที่ดำเนินธุรกิจในเขตบริเวณชายแดนของเขตฯ กว่างซีจ้วง เพื่อโอกาสในนำเข้าวัตถุดิบมาแปรรูปและขยายตลาดในจีนต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...