มีเงื่อนงำ!! สาวศรีสะเกษกลายเป็นศพขึ้นอืดเปลือยท่อนบน คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ด้านคู่ขาชาวไอซ์แลนด์ นอนเฝ้าศพไม่แจ้งตำรวจ
THE PATTAYA NEWS
อัพเดต 23 ธ.ค. 2567 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2567 เวลา 06.07 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya Newsเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ธ.ค.67 ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งว่าพบศพหญิงสาวเสียชีวิตขึ้นอืดอยู่ภายในห้องพัก 505 ชั้น 5 ของเกสท์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง ภายในซอยสมประสงค์พลาซ่า หมู่ 12 ถนนเลียบชายหาดจอมเทียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี แพทย์เวรโรงพยาบาลบางละมุง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น สร้างดัดแปลงเป็นห้องพักรายวัน-เดือน ตรวจสอบภายในห้องพักดังกล่าว พบศพหญิงไทย ทราบชื่อนางดวงตา อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ สภาพศพนอนหงายอยู่บนเตียงนอน เปลือยกายท่อนบน นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 3 วัน จนร่างเริ่มเน่าขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นฟุ้งไปทั่วห้อง ทั้งศพยังอยู่ในสภาพลิ้นจุกปาก ใบหน้าเขียวช้ำ โดยมีผ้าขนหนูสีฟ้าวางอยู่บริเวณข้างศีรษะของศพ โดยมีคราบเลือดและน้ำเหลืองติดอยู่ นอกจากนี้ตรวจสอบภายในห้องพัก ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือค้นทรัพย์สิน
นายประยูร (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี คนดูแลเกสต์เฮ้าส์เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้กลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมาจากห้องพักดังกล่าว พยายามเคาะประตูเรียกแต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้ จึงตัดสินใจนำกุญแจสำรองมาไขเข้าไปก็ถึงกับผงะเมื่อพบศพหญิงสาวนอนอยู่บนเตียง ในสภาพศพเริ่มเน่าขึ้นอืด อีกทั้งห้องพักดังกล่าวมีชายสูงอายุ ชาวไอซ์แลนด์ เป็นผู้เช่าห้องพักดังกล่าว แต่ขณะที่ไขประตูเข้าไปกลับไม่พบเจ้าของห้อง พบเพียงศพหญิงไทยเสียชีวิตอยู่ในสภาพดังกล่าว
ต่อมาตำรวจมีการกระจายกำลังติดตามหาเจ้าของห้องพักจนไปเจอตัวอยู่ที่บริเวณชายหาดจอมเทียน ทราบชื่อคือ Mr.EIREANNACH อายุ 71 ปี ชาวไอซ์แลนด์ เป็นผู้เช่าห้อง เป็นคู่ขากับผู้ตาย นั่งเฝ้าศพอยู่ไม่ห่าง แต่เจ้าตัวอยู่ในอาการพูดจาวกไปวนมา ( มึนๆงงๆ ) โดยให้การอ้างว่า ผู้ตายทำงานบาร์เบียร์ และได้ชักชวนมาร่วมกับนอนที่ห้องพัก เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ซึ่งในวันที่ไปรับพามานอนที่ห้อง ผู้ตายเล่าให้ฟังว่าถูกคนรุมทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บ ตนเองจึงพามานอนที่ห้องพัก ระหว่างผู้ตายก็มีอาการอ้วกและนอนหลับตลอดเวลาตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร ได้คุยกับผู้ตายครั้งสุดท้ายคือวันที่ 19 ธันวาคม จากนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยตนเองเข้าใจว่าผู้ตายอ่อนเพลียและนอนแน่นิ่งอยู่แบบนั้นตลอดเวลา จนกระทั่งมาถูกตำรวจมาเชิญตัวมาสอบถาม และยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ทำร้ายหรือทำให้ผู้ตายเสียชีวิต ส่วนที่ไม่แจ้งตำรวจเพราะไม่รู้ว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้วและก็ไม่ได้กลิ่นศพ
ในเบื้องต้น แพทย์โรงพยาบาลบางละมุงได้ทำการชันสูตรศพ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะสาเหตุใด โดยศพเสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน แต่อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วน Mr.EIREANNACH ตำรวจได้มีการเชิญไปสอบปากคำที่โรงพัก พร้อมทั้งให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจรอยนิ้วมือและตรวจหาดีเอ็นเอ โดยตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป
ขณะที่กล้องวงจรปิดของเกสต์เฮ้าส์ดังกล่าว พบว่าช่วงเวลาประมาณ 09.58 น. วันที่ 22 ธันวาคม 67 จับภาพของ Mr.EIREANNACH ยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่มีการเดินออกมาบริเวณหน้าห้องพัก และชะโงกหน้ามองออกมาบริเวณด้านนอก ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักไป….