ควอนตัมคอมพิวติง ขึ้นแท่นหุ้นกลุ่มใหม่มาแรง อานิสงส์ AI เฟื่องฟู
ควอนตัมคอมพิวติง ขึ้นแท่นหุ้นกลุ่มใหม่ที่มาแรงใน ตลาดหุ้นสหรัฐ เผย นักลงทุนเทความสนใจ เนื่องจาก AI ที่โตต่อเนื่อง แต่นักวิเคราะห์เตือนความเสี่ยง
วันที่ 11 ธันวาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า นักลงทุนที่กำลังมองหาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ครั้งต่อไป อาจต้องการจับตาดูหุ้นควอนตัมคอมพิวติงอย่างใกล้ชิด
หุ้นกลุ่มดังกล่าวเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในวันอังคาร (10 ธ.ค.) หลังจากที่ กูเกิล (Google) ประกาศเปิดตัวWillow ซึ่งเป็นชิปใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อลดข้อผิดพลาดแบบทวีคูณ เมื่อขยายขนาดโดยใช้คิวบิตมากขึ้น
Willow แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงที่สำคัญเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนในปี 2562 โดยสามารถทำงานได้ดีกว่า ในการประมวลผลแบบควอนตัม คิวบิต หรือบิตควอนตัม ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานของการเข้ารหัสข้อมูล
อัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของ Google กล่าวว่า ความคืบครั้งนี้ว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับการประมวลผลแบบควอนตัม โดย หุ้นของ Alphabet พุ่งขึ้น 4% ในวันพุธ (11 ธ.ค.) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบ 6% ในการซื้อขายครั้งก่อน
ความก้าวหน้าของ Google ทำให้หุ้นของบริษัทด้านการประมวลผลควอนตัมอื่น ๆ พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย รวมถึงริเกตติ คอมพิวติง (Rigetti Computing) ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักในแวดวงนี้
*หุ้น Rigetti พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ (11 ธ.ค.) หลังจากพุ่งขึ้น 45% ในวันอังคาร (10 ธ.ค.) โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นมากอย่างมียสำคัญ โดยแตะระดับสูงกว่า 550%*
ความเชื่อมั่นดังกล่าวได้ขยายไปยังภาคส่วนที่กว้างขึ้น โดยกองทุน Defiance Quantum ETF ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 2% ในวันอังคาร (10 ธ.ค.) โดยกองทุนที่มีผลงานโดดเด่น ได้แก่ ไมโคร สแตรทิจี (MicroStrategy) และ ดี-เวฟ ควอนตัม (D-Wave Quantum) ซึ่งมีอัตราเติบโตตั้งแต่ต้นปีที่ 538% และ 355% ตามลำดับ ในขณะที่บริษัทอื่น ๆ เช่นอินวิเดีย (Nvidia) โคฮีเรนต์ (Coherent) ไออนคิส (IonQ) และแรดเน็ท (RadNet) ก็มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปีนี้เช่นกัน
ควอนตัมคอมพิวติงไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่การให้ความสำคัญนั้นกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมีการประมวลผลชุดข้อมูลขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อฝึกโมเดลภาษาขั้นสูง ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็กระตือรือร้นที่จะใช้ประโยชน์จากยุคใหม่ของปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) ซึ่งนับตั้งแต่ แชทจีพีที (ChatGPT) จุดประกายการเติบโตของ AI เมื่อ 2 ปีที่แล้ว การค้นหาหุ้นกลุ่มต่อไปที่จะได้รับประโยชน์จากวิวัฒนาการของ AI ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
นายอีริค แจ็คสัน จาก EMJ Capital กล่าวถึงควอนตัมคอมพิวติงว่า เป็นหุ้นกลุ่มใหญ่ในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงจุดยืนเชิงบวกของเขาเกี่ยวกับ Rigetti Computing และโอกาสครั้งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าสำหรับบริษัท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าควอนตัมคอมพิวติงจะมีศักยภาพในระยะยาว แต่ นายพอล มีกส์ จาก Harvest Portfolio Management เตือนนักลงทุนให้ลดความกระตือรือร้นลงโดยชี้ว่าการใช้งานจริงในโลกแห่งความเป็นจริงยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี และสำหรับผู้ที่สนใจในหุ้นกลุ่มนี้ เขาให้มุ่งเน้นไปที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มธุรกิจหลักที่หลากหลาย ซึ่งเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
นายมีกส์ กล่าวว่า สำหรับ Alphabet ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สมเหตุสมผล เนื่องจากการประมวลผลแบบควอนตัมถือเป็นทางเลือกในการลงทุนธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่สำหรับบริษัทที่ทำธุรกิจแบบเพียวเพลย์นั้น หากหุ้นของบริษัทปรับตัวสูงขึ้นมากแล้วละก็ บริษัทเหล่านี้อาจกลายเป็นบริษัทที่ขายชอร์ตได้
นอกจากนี้แล้ว พลวัตในปัจจุบันก็คล้ายคลึงกับช่วงปลายปี 2565 เมื่อหุ้นของบริษัทอย่าง Nvidia และ C3.ai พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางกระแส AI ที่กลายเป็นที่สนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป ผู้นำสำคัญในภาคส่วนนี้ก็เริ่มปรากฏตัวขึ้น
ทั้งนี้ นายมีกส์ชี้ว่า จำเป็นต้องเห็นกรณีการใช้งานจริงในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ได้ แม้ว่าเขาจะชื่นชมความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ก็ไม่อยากเพิ่มมูลค่าให้กับภาคส่วนนี้มากเกินจริง
อ้างอิง : cnbc.com