โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทัน ‘Post-Grad Blues’ เมื่อชีวิตที่ท้าทายหลังเรียนจบอาจทำบัณฑิตซึมเศร้า

Mission To The Moon

เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 05.10 น. • Mission To The Moon Media

คิดว่า ‘วันพิเศษ’ ของคนเรามีวันอะไรบ้าง?
.
คำตอบแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวใครหลายคน แน่นอนว่าก็คงจะหนีไม่พ้นวันเกิด วันแต่งงาน รวมไปถึงวันเรียนจบ ซึ่งเป็นหนึ่งในวันที่นักเรียน-นักศึกษาทุกคนตั้งตารอ เพื่อที่หลังจากนี้จะได้ก้าวออกจากรั้วสถาบันศึกษาอย่างสง่างาม สู่โลกแห่งการทำงานเลี้ยงชีพของเหล่าผู้ใหญ่ในที่สุด
.
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของ ‘ดร. แมตต์ โกลเวียก (Dr. Matt Glowiak)’ อาจารย์คลินิกแห่งมหาวิทยาลัย Southern New Hampshire (SNHU) ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า เหล่านักเรียน-นักศึกษาต่างใช้ชีวิตกว่า 20 ปี ภายในรั้วสถาบันศึกษา จนปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สถานที่ดังกล่าวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
.
ดังนั้น จึงมีบัณฑิตจำนวนไม่น้อยในแต่ละปีที่เมื่อจบการศึกษาแล้ว ก็เริ่มตั้งคำถามว่า ‘เราควรทำอะไรต่อ?’ และบางคนถึงขั้นเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตอย่างภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบ ที่มีชื่อเรียกว่า ‘Post-Graduation Depression’ หรือ ‘Post-Graduate Blues’ ไปพร้อมๆ กัน
.
.
ทำไมชีวิตหลังเรียนจบถึงยากเย็นแสนเข็ญ?
.
จากข้อมูลโดยอาจารย์พิเศษด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัย Southern New Hampshire อย่าง ‘ไรอัน อัลดริช (Ryan Aldrich)’ ระบุว่า ภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบมักเกิดจากความรู้สึกด้อยค่าหรือเศร้าโศกเสียใจ ที่มีต่อความต่างระหว่างการใช้ชีวิตในรั้วสถาบันศึกษาที่ใครหลายคนอาจมีผลการเรียนที่ดี กับการใช้ชีวิตนอกสถาบันศึกษาที่แทบพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
.
อัลดริชกล่าวว่า “บรรดาผู้สำเร็จการศึกษาอาจประสบกับภาวะซึมเศร้านี้ เนื่องจากต้องพบกับความท้าทายในการหางานหลังเรียนจบ และอาจยังมองไม่เห็นว่า จะพัฒนาชีวิตตัวเองต่อไปอย่างไรหลังจากนี้” ซึ่งภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบจะมีความคล้ายคลึงกับวิกฤตวัยกลางคน ตรงที่ผู้ประสบจะเกิดความสงสัยในคุณค่าและจุดมุ่งหมายในชีวิตตัวเอง
.
นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้าดังกล่าวยังมาจากความคาดหวังที่จะสร้างความก้าวหน้าหลังเรียนจบ โดยอัลดริชอธิบายเพิ่มว่า “เรามักจะจินตนาการถึงภาพชีวิตที่เป็นสุข เช่น เรียนจบ ได้ทำอาชีพดีๆ ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายๆ ด้าน แต่เมื่อภาพเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง จึงอาจทำให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว จนเกิดเป็นภาวะซึมเศร้า”
.
ดังนั้น สำหรับอัลดริช การตระหนักได้ว่าชีวิตอาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังทั้งหมด จึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เรามีสติ และยังคงมองโลกในแง่ดีต่อไปได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
.
.
สัญญาณเตือนภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบ
.
จากข้อมูลของนักจิตวิทยาคลินิก ‘ดร. แจ็กเกอลีน จอห์นสัน (Dr. Jacquelyn Johnson)’ สัญญาณเตือนถึงภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบนั้น อาจแสดงออกมาผ่านทางร่างกายหรือจิตใจก็ได้
.
สำหรับสัญญาณเตือนทางร่างกายนั้น บางคนอาจพบปัญหาการนอนหลับ เพราะภาวะซึมเศร้านี้อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าง่ายกว่าปกติ วันดีคืนดีอาจนอนหลับยาวจนถึงบ่าย หรือไม่ก็ไม่สามารถนอนหลับได้เลย ซึ่งอาจส่งผลให้วงจรการนอนหลับผิดปกติในระยะยาวได้
.
อีกทั้งภาวะนี้ยังส่งผลกระทบต่อความอยากอาหาร บางคนอาจเบื่ออาหารในขณะที่บางคนหิวตลอดเวลา ถึงขั้นที่การวางแผนเตรียมอาหารแต่ละมื้ออาจกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายไปเลย หากวางแผนเตรียมอาหารไม่ดี ก็อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจตามมาได้ เพราะตนเองไม่ได้ใส่ใจในเรื่องโภชนาการเท่าที่ควร
.
นอกจากนี้ สัญญาณของภาวะข้างต้นอาจออกมาในรูปแบบของอาการมึนงงได้ ตั้งแต่ลืมของ มีปัญหาในการจดจ่อกับงาน ลามไปจนถึงการตัดสินใจเรื่องง่ายๆ ก็อาจแลดูยากขึ้นจนทำให้รู้สึกหนักใจตามมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
.
เมื่อสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ก็จะส่งผลให้ขาดแรงจูงใจที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างได้ง่าย เพราะรู้สึกเหนื่อยล้า และทุกๆ สิ่งก็ดูเหมือนจะมีแต่อุปสรรคเต็มไปหมด เช่น บัณฑิตก็อาจจะมีปัญหาในการผลักดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาทำเรซูเม่เพื่อสมัครงาน
.
หากยิ่งเปรียบเทียบตัวเองกับคนรอบข้างที่อาจได้งานหรือเริ่มตั้งตัวได้แล้ว ก็อาจก่อให้เกิดความสิ้นหวัง เริ่มคิดโทษหรือสมเพชตัวเองต่างๆ นานา ซึ่งความคิดลบๆ ดังกล่าวก็คือหนึ่งในสัญญาณเตือนที่ชี้ให้เห็นว่ากำลังตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบอยู่นั่นเอง
.
และภาวะนี้อาจร้ายแรงจนถึงขั้นที่ทำให้บางคนไม่เกิดความรู้สึกเชิงบวกใดๆ เลยขณะใช้ชีวิต แม้แต่งานอดิเรกหรือกิจกรรมที่ชอบก็ไม่อาจทำให้รู้สึกเพลิดเพลินได้ เพราะอาจรู้สึกว่าการทำอะไรสักอย่างโดยไม่มีเพื่อนหรือคู่หูเคียงข้างเหมือนสมัยเรียนอีกนั้น เป็นเรื่องที่น่าเบื่อและไร้ความหมาย
.
.
บัณฑิตจะรับมือภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบได้อย่างไร?
.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความคาดหวังที่มีต่อตัวเอง รวมถึงค่านิยมสังคม คือปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบ ดังนั้น หากการแก้ไขที่ค่านิยมสังคมเป็นเรื่องยาก สำหรับดร. จอห์นสัน การรับมือกับภาวะนี้จึงอาจเริ่มได้ที่ตัวเอง
.
ดร. จอห์นสัน แนะนำว่า สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบและรู้สึกเหนื่อยล้าที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวัน ให้ลองเริ่มจากการตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น ตั้งเป้าหมายว่าจะตื่นขึ้นมากินอาหารเช้าทุกวัน นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ยังช่วยเตือนให้เราเห็นว่า แม้ภาวะซึมเศร้าจะทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ แต่การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้เสมอ
.
ผู้คนในสังคมจำนวนมากอาจตัดสินบัณฑิตที่ยังไม่เริ่มทำงาน อยากเรียนต่อ หรืออยากหยุดพักใช้ชีวิตสักปีสองปีในเชิงลบว่า เป็นพวกขี้เกียจ ไม่ก็ไร้ความรับผิดชอบ เมื่อเผชิญกับความกดดันมากๆ จึงไม่แปลกเลยที่หลายคนจะเริ่มมีสัญญาณของภาวะซึมเศร้า
.
ดังนั้น ดร. จอห์นสันจึงเน้นย้ำว่า แม้จะยาก แต่พยายามอย่าคิดเยอะ และอย่าเก็บคำพูดหรือความคิดเหล่านี้มาใส่ใจ เพราะการประสบกับภาวะซึมเศร้าหลังเรียนจบ หรือยังปรับตัวกับการใช้ชีวิตแบบใหม่ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนขี้เกียจหรือคนไม่ดี
.
ทั้งนี้ หากบัณฑิตทั้งหลายกำลังประสบกับปัญหาการหางานยาก ดร. จอห์นสันยังแนะนำเพิ่มว่า ลองขอความช่วยเหลือจากสำนักงานศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย เช่น การขอคำปรึกษาด้านอาชีพ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี
.
.
สำหรับนักเรียน-นักศึกษาที่ใช้ชีวิตกว่า 20 ปีภายในรั้วสถาบันศึกษามาตลอด การออกมาเผชิญกับโลกแห่งการทำงานในชั่วข้ามคืนหลังเสร็จสิ้นพิธีสำเร็จการศึกษา ย่อมท้าทายเป็นธรรมดา หนำซ้ำยังอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ใครหลายคนคิด ดังนั้น อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ทุกคนย่อมมีเวลาและเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง บางเรื่องอาจไม่เป็นไปตามคาดคาดหวังก็ไม่เป็นไร ขอเพียงแค่มีสติรู้ความจริงข้อนี้ไว้และยังคงมองโลกในแง่ดี ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
.
.
อ้างอิง
- What is Post-Graduation Depression and How to Overcome It - https://bit.ly/3OojJYR
- Post-Grad Depression Is Real — Why It Happens and How to Cope - https://bit.ly/3AZuYUy
.
.
#trend
#psychology
#society
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...