โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 6 หุ้นเด่นน่าสะสมระยะ 1 ปีขึ้นไป พร้อมจุดเข้าซื้อ-ขายทำกำไรที่เหมาะสม

Wealthy Thai

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 00.16 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2567 เวลา 02.18 น.

ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนเช่นนี้ นักลงทุนหลาย ๆ คน คงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับทิศทางการลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนไม่ชอบความหวือหวา แต่เน้นความสบายใจ ที่ยังคงลังเลว่าจะเลือกเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มไหน ตัวใดดี ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจให้ได้
วันนี้ Wealthy Thai จึงได้หยิบยกเอาบทวิเคราะห์จาก บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ได้แนะนำ 6 หุ้นที่น่าสะสมในระยะ 1 ปีขึ้นไป พร้อมจุดเข้าซื้อ และขายทำกำไรที่เหมาะสม เพี่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าลงทุนในช่วงนี้มาฝาก
โดย บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ หลังโควิดถึงปัจจุบัน การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยากขึ้น ถูกกดดันจาก เศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตช้า และต่ำคาด, การเมืองไม่นิ่ง, FUND FLOW ชะลอไหลเข้า กดดันให้ ในปี 2022, 2023, 2024YTD มีสัดส่วนจำนวนหุ้นทั้งหมดในดัชนี SET และ MAI ที่ให้ผลตอบแทนรายปีเป็นบวกน้อยกว่าครึ่ง หรือเพียง 31%, 14%, 26% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าตลาดมีจำนวนหุ้นบวกรายปีต่ำ ทำให้การลงทุนต้องพิถีพิถัน และเน้น SELECTIVE BUY มากขึ้น
ดังนั้นฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ได้ทำการศึกษาและค้นหาหุ้นที่คาดว่าจะเอาชนะตลาด และน่าสะสมสะสมระยะ 1 ปีขึ้นไป ผ่าน 3 สูตรพร้อมกัน ดังนี้

1.เลือกหุ้นที่มี SAFETY MARGIN สูง โดยปกติตลาดหุ้นและหุ้นมักจะไม่ ลบติดต่อกัน 2 ปี ทำให้หุ้นที่ย่อตัวลงมาในปีนี้ ช่วยลด DOWNSIDE RISK ลงไประดับหนึ่งแล้ว
2.เลือกหุ้นที่กำไรปีหน้ามีโอกาสเติบโตเด่น โดยสังเกตได้จากหุ้นที่ขึ้นแรง อันดับต้นๆใน SET100 ในแต่ละปี มักเป็นหุ้นที่กำไรปีนั้นเติบโตเด่นมาก
3.เลือกจุดเข้าสะสมที่เหมาะสมที่สุดรายบริษัท ผ่านการทำ OPTIMIZATION กับ INDICATOR RSI ที่เหมาะสมสำหรับราคาหุ้นที่ย่อตัวลงมาในระยะเวลา 4 ปี คือ ช่วงตลาดหุ้นไทยซึมๆ ลง ได้ผลลัพธ์หุ้นเด่นน่าเข้าสะสมหวังผลในระยะ 1 ปีขึ้นไป คือ SCC, GPSC, SCGP, MINT, CK, PLANB เป็นต้น โดยมีรายละเอียดทางพื้นฐานที่น่าสนใจดังนี้
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC (FV 270) ราคาหุ้นย่อตัวลงมาต่ำกว่าจุดต่ำสุดช่วงโควิด แม้ทิศทางผล ประกอบการระยะสั้นยังไม่สดใส แต่ภาพระยะยาวเริ่มดูมีความหวังจากมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงของ SCC ที่จะทยอยเกิดขึ้นนับจากนี้ และยังมีแรงหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนครั้งใหญ่เพิ่มเติม พร้อมกับเม็ดเงินจากกองทุน Thailand ESG Fund ทยอยเข้ามาหนุนช่วงท้ายของปี โดย SCC เป็นหนึ่งใน 34 บริษัท ที่ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings AAA
จุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม : SCC ซื้อขายในกรอบ RSI 20 –70 มีโอกาสได้ผลตอบแทนสะสม 22.6% (ในการซื้อขาย 3 รอบ เฉลี่ยถือรอบละ 135 วัน ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อ รอบ 7.0%) ขณะที่ซื้อแล้วถือยาว -34.7%
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC (FV 54) เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ราคาหุ้นย่อตัวลงตอบรับกำไรงวดไตรมาส 3/67 ที่ลดลง 46.1% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ Upside เริ่มเปิดกว้าง พร้อมกับคาดหวังการเติบโตกำไรในปี 2568 ที่สูงถึง 36%
จุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม : GPSC ซื้อขายในกรอบ RSI 25–50 มีโอกาสได้ผลตอบแทน 47.7% (ในการซื้อขาย 7 รอบ เฉลี่ยถือรอบละ 21 วัน ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อรอบ 5.7%) ขณะที่ซื้อแล้วถือยาว -25.6%
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP (FV 33.5) แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 เริ่มฟื้นตัวจากต้นทุนที่ปรับลง และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ ส่วนปี 2568 แผนงานสำคัญคือการพลิกฟื้น Fajar ให้กลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง
จุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม : SCGP ซื้อขายในกรอบ RSI 30 – 50 มีโอกาสได้ผลตอบแทน 20.1% ขณะที่ซื้อแล้วถือยาว -30.7%
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT (FV 37) ราคาหุ้น Laggard กว่าหุ้นโรงแรมในยุโรปที่ปีนี้บวก 30% ถึง 60% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันปัจจุบัน โทนกำไรงวดไตรมาส 4/67 ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ด้านแผน 3 ปี คงเดิม รายได้และกำไรโตเฉลี่ย 8% - 10% ต่อปี และ 15% - 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อปี ล่าสุดมีแผนการจัดตั้งกอง REITs ประมาณ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ประเมินช่วยให้การบริหารโครงสร้างเงินทุนมีความคล่องตัวขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า
จุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม : MINT ซื้อขายในกรอบ RSI 30 – 70 มีโอกาสได้ผลตอบแทน 59.8% ขณะที่ซื้อแล้วถือยาว 32.1%
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK (FV 28) เป็นบริษัทก่อสร้างที่มีความมั่นคงมาก ทั้งในด้านรายได้ที่มี Backlog สูงถึง 2.2 แสนล้านบาท พร้อมโอกาสรับงานเพิ่มเติมอีกจากโครงการลงทุนของ BEM รวมถึงงานประมูลภาครัฐอื่น ๆ ขณะที่บริษัทลูกทั้ง BEM และ CKP ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น
จุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม : CK ซื้อขายในกรอบ RSI 35–75 มีโอกาสได้ผลตอบแทน 81.1% ขณะที่ซื้อแล้วถือยาว 14.2%
บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB (FV 10.6) ทิศทางธุรกิจสื่อนอกบ้านสดใส เตรียมเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4 พร้อมเดินหน้าทำกำไร NEW HIGH ต่อในปี 2568 จากแผนปรับ PACKAGE ขายโฆษณา เพิ่มกำลังการผลิตสื่อและเดินหน้ารุกธุรกิจมวยเวทีราชดำเนิน
จุดเข้าซื้อและขายทำกำไรที่เหมาะสม : PLANB ซื้อขายในกรอบ RSI 35 – 75 มีโอกาสได้ผลตอบแทน 84.3% ขณะที่ซื้อแล้วถือยาว 31.7%
ทั้งนี้ บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การค้นหาจุดเข้าซื้อ และขายทำกำไรที่เหมาะสมจากการหา Optimization ในกรอบการซื้อขาย ผ่านตัวชี้วัดทางเทคนิค อย่าง RSI โดยการทดสอบย้อนหลังในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา (ต้นเดือน ต.ค. 20 - กลางเดือน พ.ย. 24) ผลลัพธ์จะได้ช่วงซื้อ (RSI กรอบล่าง) และช่วงขาย (RSI กรอบบน) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีสุดสำหรับหุ้นตัวนั้น ๆ
ยกตัวอย่าง หากนักลงทุนซื้อและถือหุ้น SCC มา 4 ปี (1505 วัน ตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. 20 ถึง กลางเดือน พ.ย. 24) จะขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงราคาสูงถึง – 34.7% แต่ถ้าซื้อหุ้นในกรอบ RSI ที่ผ่านการ Optimization คือ ซื้อหุ้น SCC หลังจาก RSI กรอบล่างต่ำ 20 แล้วขายทำกำไรหลัง RSI กรอบบนสูงกว่า 70 จะเกิดการซื้อขาย 3 รอบ ได้ผลตอบแทนสะสมพลิกมาเป็นบวก +22.4% ถือว่าสูงกว่าการซื้อและถือมายาวถึง +60.1%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...