โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ | ภาวะผู้นำที่โลกต้องการในปี 2025 (1/4 ของศตวรรษที่ 21)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 เม.ย. 2568 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 02.15 น.

สวัสดีปีใหม่ 2025 ทุกท่านครับ!

ปีใหม่ปีนี่ก็ปาเข้าไป 1 ใน 4 หรือ 25% ของศตวรรษที่ 21 แล้ว เร็วเหลือเชื่อจริงๆ นะครับ

โลกของเราก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา

โลกของเราทั้งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ อย่างวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ อย่างน้อย 3 ครั้ง, สงครามความขัดแย้งระดับใหญ่อย่างน้อย5 ครั้ง และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรงที่สุด 6 ครั้ง

เช่น วิกฤตการเงินปี 2008 สงครามในซีเรียซึ่งในที่สุดก็จบลงในปีที่แล้ว หรือสึนามิในมหาสมุทรอินเดียและญี่ปุ่น แผ่นดินไหวในเฮติ หรือแม้แต่การระบาดของ COVID-19

25 ปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่เปลี่ยนวิถีชีวิต ความกังวล ความเสี่ยงและวิธีการทำงานของมนุษยชาติไปอย่างไม่น่าคาดเดาได้

เผลอแป๊บๆ ตอนก่อนปี 2000 ผมนั่งนึกย้อนว่า count down ที่ New York เรายังกังวลเรื่อง millenium bug และใช้ excel 97 กันอย่างขะมักเขม้น

ลองจินตนาการดูเล่นๆ นะครับ หากเรานำผู้นำองค์กรจากปี 2000 มายืนอยู่ในปี 2025 พวกเขาจะรู้สึกเหมือนหลุดมาอยู่ในโลกใหม่ ที่กฎเกณฑ์และเครื่องมือเก่าไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้นที่แข็งตัว การวางแผนระยะยาว 5 ปี หรือแม้แต่การตัดสินใจโดยอาศัยอำนาจแบบดั้งเดิม จะดูเหมือนไม่เข้ากันกับโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวันนี้

ผมว่า พวกเรา คนที่เกิดทัน น่าพอจะสรุปได้ว่านี่คือโลกที่ไม่ได้ต้องการ Commander อีกต่อไป แต่ต้องการ Change Maker-คนที่ไม่เพียงแค่ตามการเปลี่ยนแปลงได้ทัน แต่ยังขับเคลื่อนมันได้ด้วยภาวะผู้นำแบบใหม่ในโลกยุคใหม่

ย้อนกลับไปในช่วงต้นปี 2000 เทคโนโลยียังเป็นเพียงผู้ช่วยที่มีบทบาทรอง เช่น ระบบอีเมลหรือโปรแกรมจัดการข้อมูล แต่ในปี 2025 เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงตัวเสริมอีกต่อไป มันกลายเป็นแก่นหลักของทุกการตัดสินใจในองค์กร

ในอดีต หน้าที่หลักของผู้นำคือการสั่งการและบริหารจัดการตามโครงสร้างองค์กร แต่ในปี 2025 ผู้นำต้องเข้าใจการทำงานของ AI รู้จักบล็อกเชน และตัดสินใจว่าองค์กรควรลงทุนในเทคโนโลยีควอนตัมหรือไม่

ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ยังมีความท้าทายอีกมากมายที่รออยู่ เมื่อทุกวันเหมือนเป็นวันแห่งวิกฤต

ย้อนกลับไปในปี 2000 การจัดการห่วงโซ่อุปทานหรือการบริหารองค์กรในภาวะวิกฤตมักจะเกี่ยวข้องกับปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่ในปี 2025 โลกเชื่อมโยงกันจนทุกปัญหากลายเป็นปัญหาระดับโลก องค์กรต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์หลายมิติพร้อมกัน เช่น น้ำท่วมในเอเชียใต้ที่ทำให้โรงงานผลิตหยุดชะงัก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เส้นทางขนส่งสินค้าหยุดนิ่ง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้การค้าระหว่างประเทศหยุดชะงัก

ในปี 2025 การจัดการวิกฤตกลายเป็นงานประจำของผู้นำ หลายคนบอกว่าพวกเขาไม่ได้ “แก้ปัญหา” อีกต่อไป แต่เหมือน “ดับไฟ” อย่างต่อเนื่อง

แรงงานยุคใหม่

: ค่าตอบแทนที่เปลี่ยนไป

ลองนึกถึงพนักงานในยุค 2000 ความคาดหวังของพวกเขามักจะอยู่ที่เงินเดือนและผลประโยชน์ แต่ในปี 2025 ทุกอย่างเปลี่ยนไป

แรงงานยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ผลตอบแทนทางการเงิน

แต่ให้ความสำคัญกับ ความยืดหยุ่น ในการทำงาน สุขภาพจิต และการทำงานที่มีความหมาย

พวกเขาคาดหวังการสนับสนุนจากองค์กรในด้านสุขภาพจิต และต้องการทำงานกับองค์กรที่มุ่งเป้าหมายด้านความยั่งยืน

องค์กรที่ไม่ปรับตัวตามแรงงานยุคใหม่กำลังเสี่ยงต่อการสูญเสียคนเก่ง

การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้ง

: จริยธรรมและความหลากหลาย

ในปี 2025 เทคโนโลยีได้ขยายขอบเขตการใช้งานไปสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับการเข้าถึงข้อมูลอย่างง่ายดาย นำไปสู่การถกเถียงทางสังคมเกี่ยวกับประเด็น จริยธรรม และความหลากหลาย ที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

องค์กรและบริษัทในยุคปัจจุบันพบว่าตัวเองถูกจับตามองจากผู้บริโภคและสาธารณชนมากกว่าที่เคย

หากพวกเขาไม่ใส่ใจในด้านจริยธรรม หรือขาดการส่งเสริมความหลากหลายในองค์กร อาจเสี่ยงต่อการถูกมองข้ามหรือสูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่ใส่ใจในคุณค่าเหล่านี้มากขึ้น

ตัวอย่างที่จุดประกาย

การถกเถียงด้านจริยธรรม

– การตัดต่อพันธุกรรม (Genetic Editing) เทคโนโลยี CRISPR-Cas9 ทำให้เราสามารถแก้ไข DNA ของมนุษย์และสัตว์ได้ง่ายขึ้น

แต่เส้นแบ่งระหว่างการรักษาโรคกับการ “ปรับแต่งมนุษย์” เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลนั้นอยู่ตรงไหน?

– การใช้ร่างกายสัตว์เพื่อสนับสนุนชีวิตมนุษย์ ตัวอย่างเช่น การทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ร่างกายหมูเพื่อปลูกถ่ายอวัยวะให้มนุษย์ (Xenotransplantation)

ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการละเมิดสิทธิสัตว์หรือไม่

– การใช้ AI ในอาวุธสงคราม โดรนสังหารที่ควบคุมด้วย Machine Learning

ก่อให้เกิดคำถามว่าความรับผิดชอบทางจริยธรรมควรอยู่ที่มนุษย์หรือเครื่องจักร?

คุณสมบัติของ Change Maker

ในปี 2025

ในปี 2025 ผู้นำไม่ได้ถูกวัดจากความสามารถในการสั่งการ แต่จากความสามารถในการปรับตัวและสร้างแรงบันดาลใจ นี่คือ 3 คุณสมบัติที่สำคัญ :

1. Empathy-Driven Leadership ผู้นำที่ไม่เพียงแค่ฟังเพื่อโต้ตอบ แต่ฟังเพื่อเข้าใจ

2. Technological Agility ผู้นำที่ไม่กลัวเทคโนโลยี แต่ใช้มันเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา

3. Inclusive stewardship ผู้นำที่บริหารองค์กรโดยสมดุลระหว่างผลกำไรและความยั่งยืน

อนาคตที่รออยู่ : ผู้นำในปี 2050

หากปี 2025 ต้องการ Change Maker ปี 2050 อาจเรียกร้องมากกว่านั้น ผู้นำในยุคนั้นอาจต้อง :

– ใช้ Quantum Leadership เพื่อคาดการณ์อนาคตหลายมิติ

– นำทีมในโลกเสมือนจริงผ่าน Meta-Influencers

– เป็น Planetary Stewards ที่ดูแลทั้งองค์กรและโลกใบนี้

บทสรุป

โลกในปี 2025 ชี้ชัดว่าความยืดหยุ่น ความเห็นอกเห็นใจ และความยั่งยืน คือหัวใจของภาวะผู้นำยุคใหม่

และคำถามสำคัญในตอนนี้คือ คุณพร้อมหรือยังที่จะเป็น Change Maker

และร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในโลกที่ไม่หยุดนิ่งใบนี้?

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ | ภาวะผู้นำที่โลกต้องการในปี 2025 (1/4 ของศตวรรษที่ 21)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...