โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

รวมเกร็ดสนุกๆ เกี่ยวกับ Mufasa : The Lion King

LSA Thailand

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 09.15 น. • Lifestyle Asia Thailand
Mufasa : The Lion King

Mufasa : The Lion King ภาพยนตร์เรื่องใหม่ต่อตำนาน The Lion King ที่ทั่วโลกหลงรัก ภาคนี้กลายเป็นทั้งเรื่องราวภาคก่อนหน้า และเป็นภาคต่อของเวอร์ชั่นปี 2019 ที่นำเรื่องราวจากเวอร์ชันแอนิเมชันปี 1994 มาปรับเนื้อหาให้มีความสมจริงโดยใช้ผสมผสานเทคนิคการถ่ายทำแบบภาพยนตร์ Live-Action กับภาพคอมพิวเตอร์กราฟิกที่เหมือนจริง (Photoreal Computer-Generated Imagery)

Relate article

รวมหนังนักส่งของ ต้อนรับ “ไรเดอร์”

หนังคริสมาสต์ 8 เรื่อง ที่คุณไม่พลาดในวันหยุด

หนังเล่าเรื่องราวย้อนกลับไปยังจุดกำเนิดของมูฟาซา ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็นราชาแห่งผาทรนง และต้นเหตุของความร้าวฉานของพี่น้องของเขากับ ทาก้า ผู้ต่อมาโลกรู้จักในฐานะสการ์ สิงโตผู้น้องผู้ชิงบัลลังก์ หนังภาคนี้กำกับโดย Barry Jenkins (แบร์รี่ เจนกินส์) ผู้กำกับดีกรีออสการ์จากหนัง Moonlight (2016) และได้นักแสดงมากฝีมือมากมายมาร่วมให้เสียง เช่น Aaron Pierre (แอรอน ปิแอร์) ในบท Mufasa , Kelvin Harrison Jr (เคลวิน แฮร์ริสัน จูเนียร์) ในบท Taka และ Mads Mikkelsen พากย์เสียงเป็น Kiros สิงโตวายร้ายตัวใหม่สุดน่าเกรงขาม

เบื้องหลังการทำงานในเรื่องนี้มีจุดที่น่าสนใจมากมาย เราเลยขอรวบรวมมาฝากกันค่ะ

1 /11

"Mufasa: The Lion King" ขยายความหมายของคำว่าครอบครัว

ผู้กำกับ Barry Jenkins กล่าวว่า “ใน ‘The Lion King’ เมื่อ Mufasa เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและเราเห็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ทุกพระองค์ เรามักจะคิดว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่ แต่สำหรับผม ภาพยนตร์เรื่องนี้คือโอกาสที่จะถ่ายทอดว่า Mufasa ไม่ได้เกิดมาสมบูรณ์แบบหรือมีพร้อมทุกอย่าง เขาไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยหรือมีสิทธิพิเศษ เขาเป็นเพียงคนที่สูญเสียครอบครัว และด้วยศรัทธา โชคชะตา และความพยายาม เขาได้พบครอบครัวใหม่ที่เขาเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน เขาไม่ได้รับทุกสิ่งมาโดยง่าย เขาได้รับมันจากการเรียนรู้ อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม และการใส่ใจผู้อื่น”

Photo by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.

2 /11

ผู้พากย์เสียงต้นฉบับของ Mufasa คือ James Earl Jones นักแสดงผู้เป็นที่รักและมีเสียงอันเป็นเอกลักษณ์

อีกบทบาทของเขาที่เป็นที่จดจำคือการพากย์เสียง Darth Vader เขาเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 9 กันยายนปีนี้ ทำให้การพากย์เสียงเป็น Mufasa ชิ้นสุดท้ายของเขาคือการพากย์เสียงในหนัง The Lion King ในปี 2019 บท Mufasa ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นปี 1994 และในเวอร์ชั่นปี 2019 เป็นที่เคารพรักของทุกคนเพราะ Mufasa เป็นตัวแทนของพ่อในอุดมคติ แบบอย่าง ที่ปรึกษา และผู้นำที่สมบูรณ์แบบ ผู้กำกับ Barry Jenkins กล่าวว่า แม้ตัวละครนี้จะเป็น “Everybody’s Dad” ตัวละครที่ผู้ชมมีแนวโน้มที่จะชื่นชอบโดยธรรมชาติ แต่เขาก็ดูยิ่งใหญ่ในสายตาแฟนๆ “แฟนๆ เกือบจะยกย่องเขาขึ้นบนแท่น” ผู้กำกับกล่าว “หนึ่งในสิ่งที่สนุกที่สุดเกี่ยวกับการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือการได้สำรวจรากเหง้าของตัวละครทุกตัว ตั้งแต่ Mufasa และ Zazu ไปจนถึง Sarabi และ Rafiki”

Photo by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.

3 /11

Aaron Pierre ผุู้รับบท Mufasa วัยหนุ่มเผยว่า “ผมเป็นแฟนตัวยงของ James Earl Jones”

เขากล่าว “เขาคือหนึ่งในฮีโร่ของผม การรับบทเป็น Mufasa ในวัยหนุ่มเป็นเรื่องที่กดดันมาก วิธีที่ผมรับมือคือการยอมรับและเคารพอย่างสูงสุดในบทบาทที่เขาแสดง และพยายามถ่ายทอดตัวละครที่เขาก่อร่างสร้างขึ้นในบทบาท Mufasa ในวัยเยาว์ของผม” ซึ่งการพากย์เสียงของเขา เขาได้พยายามนำเสนอน้ำเสียงที่สง่างามแม้ว่ายังเยาว์วัย ทาง Daniel Fotheringham (แดเนียล โฟเธอริงแกรม) หัวหน้าทีมงานแอนิเมชัน เผยว่าเสียงของ Pierre นั้นมี “มีชีวิตชีวาด้วยการเคลื่อนไหวแบบหนุ่มสาว แล้วเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจและความรอบคอบได้ในทันที”

Photo by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.

4 /11

Hamlet เป็นต้นแบบ

ตัวละคร Mufasa ได้แรงบันดาลใจจากตัวละคร King Hamlet จากละครเวทีเรื่อง Hamlet ของ Shakespeare ตรงที่เขาถูกสังหารโดยน้องชายและทำให้ลูกชายต้องพยายามกู้คืนบัลลังก์ แต่สิ่งที่แตกต่างคือ Mufasa เป็นที่เคารพรักเขาเข้าใจกฎของ “ Circle of Life” (วิถีแห่งชีวิต) ซึ่งในหนังเวอร์ชันใหม่นี้จะย้อนรอยไปถึงจุดบาดหมางระหว่าง Mufasa และ Scar และยังทำให้เห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฝูงสิงโตที่มีการแย่งชิงอำนาจและอาณาเขตกันด้วย

Photo by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.

5 /11

พ่อแม่ของ Mufasa

สิ่งที่ไม่ได้เปิดเผยในเวอร์ชั่นแอนิเมชันปี 1994 คือเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อแม่ของ Mufasa นั่นก็คือ Afia (อาเฟีย) และ Masego (มาเซโก) ด้าน Masego ผู้เป็นพ่อยอมรับในพรสวรรค์ชอง Mufasa ซึ่งมีพละกำลังความเร็วและจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย เขาเป็นพ่อที่ใจดีและแข็งแกร่งเป็นต้นแบบของมูฟาซา ส่วน Afia เป็นผู้ที่เล่าเรื่องราวของ Milele (มีเลเล่) ซึ่งแปลว่า “ตลอดกาล” สถานที่ที่อยู่เลยไปยังเมฆก้อนสุดท้ายของเส้นขอบท้องฟ้า เป็นสถานที่แห่งความใฝ่ฝันที่ได้รับการเล่าขานมาอย่างยาวนาน และอยากจะไปให้ถึง เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางค้นหาจิตวิญญาณของราชสีห์ของ Mufasa แต่โศกนาฏกรรมก็เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองเป็นอันต้องจากลูกชายไปจากการที่อยู่อาศัยของถูกน้ำท่วมฉับพลัน

Photo by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.

6 /11

Taka ก่อนจะมาเป็น Scar

เขาเป็นสิงโตจากสายเลือดราชวงศ์ที่มีเกียรติ ในวัยที่ยังเป็นลูกสิงโต เขากระตือรือร้นที่จะทำให้ผู้อื่นพอใจและมองหาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกสิงโตตัวหนึ่งที่ชื่อ Mufasa ที่ติดอยู่ในน้ำท่วมฉับพลัน ทั้งคู่สร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ร่วมมือกันเมื่อกลุ่มสิงโตที่ทรงพลังคุกคามครอบครัวของ Taka

Kelvin Harrison Jr. ได้รับเลือกให้รับบทเป็นตัวละครที่ต่อมาจะเป็นที่รู้จักในชื่อ Scar “Taka” เป็นตัวละครที่มีเอกลักษณ์ตรงที่เขาถูกวางตัวให้ครอบครองอาณาจักร ซึ่งเป็นสิทธิโดยกำเนิด และชีวิตทั้งหมดของเขาถูกกำหนดโดยสิ่งนี้” Harrison กล่าว “เขาเชื่อจริงๆ ว่าการได้มาซึ่งดินแดนนี้และตำแหน่งเจ้าชายของเผ่าสัมพันธ์กับคุณค่าและตัวตนของเขา”

และที่สำคัญ แฟน ๆ จะได้รู้ต้นเหตุความบาดหมางระหว่าง Mufasa และ Scar และที่มาของแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาของเขาด้วย ที่ไม่ใช่การโดนงูฉกตาอย่างที่เคยเล่าไว้ในแอนิเมชันซีรีส์เรื่อง The Lion Guard

สการ์โดนงูฉกตาใน The Lion Guard:

Photo by Disney – © 2024 Disney Enterprises, Inc. All Rights Reserved.

7 /11

คนรู้ใจข้างกายราชา

Rafiki (พากย์เสียงโดย Kagiso Lediga) ในภาคนี้เราจะได้เห็นการเจอกันครั้งแรกของ Mufasa กับ Rafiki ที่กลายมาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญราชาในภายหลังด้วย เขาเป็นนักเล่าเรื่องและเป็นเหมือนห้องสมุดที่เดินได้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ “Pride Rock” ตัวละคร Rafiki ได้รับการพัฒนาโดยได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมแอฟริกาอย่างเต็มเปี่ยมเพราะเขาเป็นผู้ส่งต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น เนื่องจากเรื่องราวในแอฟริกาส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ถูกส่งต่อผ่านด้วยการบอกเล่า ในภาคนี้เขาต้องกลายมาเป็นผู้ดูแล Kiara ลูกสาวของ Simba และ Nala เมื่อทั้งสองมีอันต้องจากลูกสาวไปชั่วคราว

Zazu (พากย์เสียงโดย Preston Nyman) เป็นนกเงือกจะงอยปากแดงที่ช่างพูด มีชะตาที่จะกลายเป็นมือขวาของ Mufasa แต่ก่อนที่ Mufasa จะขึ้นครองบัลลังก์ Zazu เคยเป็นส่วนหนึ่งของราชองครักษ์ของสิงโตฝูงอื่น เขาเป็นผู้ดูแลและผู้สอดแนมให้กับ Sarabi ครั้งยังวัยเยาว์ และในภาคนี้แฟน ๆ จะได้เห็น Zazu ในแบบแอคชั่นที่เจ้าตัวเองก็ไม่อยากจะบู๊นักแต่ก็จำเป็น

Sarabi (พากย์เสียงโดย Tiffany Boone) ก่อนที่ในอนาคตเธอจะกลายมาเป็นราชินีเคียงคู่กับ Mufasa แต่ในวัยเยาว์เธอยังเป็นเพียงสิงโตสาวที่ไร้ฝูง เนื่องจากฝูงของเธอถูก Kiros โจมตีจนแตกสลาย ถึงเธอจะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี แต่เธอก็ตระหนักว่าความแข็งแกร่งนั้นอยู่ที่จำนวน และเข้าร่วมเดินทางกับ Mufasa เพื่อไปยัง Milele

8 /11

วายร้ายผู้น่าเกรงขาม

Kiros (พากย์เสียงโดย Mads Mikkelsen) คือผู้นำที่ชั่วร้ายและมีแนวคิดทางปรัชญาที่มืดมนของกลุ่มสิงโตที่มีความคิดเหมือนกัน ซึ่งทิ้งความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานไว้เบื้องหลังในขณะที่พวกเขาพยายามที่จะขึ้นครองบัลลังก์เผด็จการที่ไม่เคยมีมาก่อน Kiros ไม่อายที่จะเปิดเผยการเลือกทางของเขาในฐานะผู้ปกครองที่ทะเยอทะยาน เขาต้องการเป็นผู้นำเบ็ดเสร็จเพียงตัวเดียวของหมู่สิงโต

Mads Mikkelsen นักแสดงขวัญใจที่มักรับบทเป็นตัวร้ายมาแล้วหลายแฟรนไชส์ดังกล่าวว่า “เขาคือราชาผู้ก้าวร้าวมาก เขาเชื่อว่าทางที่ดีที่สุดในการปกป้องกลุ่มของเขาคือการโจมตีที่ได้ผล การป้องกันของเขาคือการโจมตี” Kiros มีการจู่โจมแบบพลังเงียบ เขาสามารถระเบิดออกมาได้อย่างรวดเร็วแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

เขามีลูกน้องคู่ใจคือ Amara (พากย์เสียงโดย Folake Olowofoyeku ) และ Akia (Joanna Jones) พี่น้องสิงโตสาวที่ดุร้ายและเหี้ยมโหด ไม่ว่า Kiros ต้องการอะไรพวกเธอพร้อมที่จะรับคำสั่งเสมอ

และในภาพยนตร์เรื่องนี้เขาได้เดบิวต์ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ เป็นครั้งแรกในชีวิตการทำงานด้านภาพยนตร์กับเพลงที่ชื่อว่า “Bye Bye”

ฟังเพลงประกอบได้ที่ :

9 /11

เสียงจากการบันทึกที่ 11,200 ฟุต

เสียงคือหนึ่งในองค์ประกอบสร้างความสมจริงให้กับเรื่องราว Onnalee Blank (ออนนามาลี แบลงค์) ผู้ซึ่งรับหน้าที่เป็น supervising sound editor/re-recording mixer, CAS, MPSE ได้สร้างผลงานเสียงที่เทียบเท่ากับการประกอบภาพทั้งหมด เป็นเพราะความมุ่งมั่นของ Blank ในการทำให้เสียงมีความสมจริงที่สุด ในการเก็บเสียงหิมะ Blank ได้ปีนขึ้นไปที่ระดับความสูง 11,200 ฟุตบนภูเขา Mammoth ในแคลิฟอร์เนีย พร้อมกับไมโครโฟนพิเศษ เธอติดตั้งอุปกรณ์บันทึกเสียงกับตัวเองเพื่อเก็บเสียงลมจริงจากธรรมชาติ นอกจากนี้เธอยังสร้าง “รถสำรวจขนาดเล็ก” และติดตั้งไมโครโฟนไว้ในกรงเพื่อป้องกันความเสียหาย ทีมงานสามารถบันทึกเสียงของสิงโตได้โดยไม่ให้สัตว์เหล่านี้กินอุปกรณ์ของเธอ แม้แต่เสียงของหมูป่าก็ถูกบันทึกโดยใช้อุปกรณ์บันทึกเสียงติดไปกับสร้อยคอที่ติดตั้งบนตัวหมูป่าจริง เพื่อใช้แทนเสียงของ Pumbaa ในภาพยนตร์ Blank และทีมงานของเธอสร้างและปรับแต่งเสียงทุกเสียงในภาพยนตร์ ยกเว้นบทสนทนา เพลงร้อง และเพลงประกอบ โดยออกแบบเสียงสำหรับทุกสิ่ง ตั้งแต่ฝูงช้างวิ่งพุ่งไปจนถึงกลุ่มลิงบาบูน ส่วนเสียงของสิงโต ถ้าสังเกตดี ๆ จะรู้ว่าเสียงของทั้ง 2 กลุ่มในเรื่องแตกต่างกัน และทีมงานได้ทำการผสมเสียงจากสัตว์ในหลาย ๆ พื้นที่เพื่อสร้างเสียงเฉพาะตัว

10 /11

โครงการ PROTECT THE PRIDE

แคมเปญอนุรักษ์ระดับโลกเดินหน้าสนับสนุนการปกป้องสัตว์ป่า เมื่อ 5 ปีก่อน ในช่วงเปิดตัวภาพยนตร์ “The Lion King” ฉบับสร้างใหม่ ได้มีการริเริ่มแคมเปญ แคมเปญระดับโลกอย่าง Protect the Pride เพื่อสร้างความตระหนักถึงวิกฤติที่สิงโตกำลังเผชิญ เนื่องจากจำนวนสิงโตในโลกได้ลดลงกว่าครึ่งตั้งแต่ภาพยนตร์แอนิเมชั่นต้นฉบับเปิดตัวในปี 1994 ธุรกิจในเครือของ Disney ทั่วโลกได้มีส่วนในการเล่าเรื่องและจัดกิจกรรมที่สร้างความประทับใจและดึงดูดผู้ชม ส่งผลให้สามารถระดมทุนสนับสนุนกองทุน Lion Recovery Fund (LRF) ได้ถึง 3 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนสิงโตในธรรมชาติให้ได้สองเท่าภายในปี 2050

ต้อนรับการเข้าฉายของ “Mufasa: The Lion King” ที่กำลังจะมาถึง Disney จะให้การสนับสนุน Wildlife Conservation Network (WCN) และ LRF รวมถึงพันธมิตรของ LRF ที่ทำงานในทวีปแอฟริกา เพื่อช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์สิงโตให้คงอยู่เพื่อโลกใบนี้ต่อไป ทีมงานและนักแสดงของเรื่องนี้ได้อัดคลิปประชาสัมพันธ์โครงการนี้ พร้อมกับช่องทางที่ผู้ชมจะสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยปกป้องและเพิ่มจำนวนสิงโตได้ ผ่านทาง Disney.com/MufasaProtectThePride

11 /11

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเพลงใหม่ทั้งหมด 7 เพลง

  • “Ngomso” ขับร้องโดย Lebo M
  • “Milele” ขับร้องโดย Anika Noni Rose และ Keith David
  • “I Always Wanted a Brother” ขับร้องโดย Braelyn Rankins, Theo Somulo, Aaron Pierre และ Kelvin Harrison, Jr.
  • “Bye Bye” ขับร้องโดย Mads Mikkelsen, Joanna Jones และ Folake Olowofoyeku
  • “We Go Together” ขับร้องโดย Aaron Pierre, Kelvin Harrison Jr., Tiffany Boone, Preston Nyman และ Kagiso Lediga
  • “Tell Me It’s You” ขับร้องโดย Aaron Pierre และ Tiffany Boone
  • “Brother Betrayed” ขับร้องโดย Kelvin Harrison Jr.

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...