โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หรือว่าเทรนด์แมวอ้วนกำลังมา งานวิจัยพบว่าแมวทั่วโลกกำลังอ้วนขึ้นเรื่อยๆ

Howl

เผยแพร่ 07 เม.ย. 2565 เวลา 00.30 น.

อ้วนจริงหรือว่าอ้วนขนกันน้า

เวลาเห็นน้องแมวตุ้ยนุ้ยแล้วหลายคนก็อดหมั่นเขี้ยวอยากขอจับขอน้วยซักทีสองทีไม่ได้ แน่นอนว่าน้องแมวอ้วนเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่นอน เพราะน้ำหนักที่มากเกินอาจนำไปสู่โรคอ้วนและโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาอีกเป็นพรวน แต่อย่างไรก็ดีดูเหมือนว่าเทรนด์แมวอ้วนกำลังจะมาจริงๆ เพราะมีงานสำรวจพบว่าน้ำหนักเฉลี่ยของน้องแมวนั้นกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

งานวิจัยนี้เป็นของมหาวิทยาลัย University of Guelph โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลน้ำหนักแมวทั่วโลกกว่า 19 ล้านตัว เรียกได้ว่าเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลน้ำหนักแมวที่มากที่สุด โดยผลการวิเคราะห์พบว่าโดยเฉลี่ยแมวตัวผู้มีน้ำหนักมากกว่าแมวตัวเมีย ส่วนแมวที่ทำหมันแล้วจะมีน้ำหนักมากกว่าแมวที่ยังไม่ทำหมันประมาณครึ่งกิโลกรัม 

หลายคนอาจคิดว่าน้ำหนักแมวจะเริ่มคงที่หลังจากที่แมวเข้าสู่ช่วงโตเต็มที่แล้ว แต่จริงๆ แล้วน้ำหนักแมวยังคงเพิ่มขึ้นได้อีกเรื่อยๆ งานวิจัยนี้พบว่าแมวสายพันธุ์แท้อย่าง เมนคูน วิเชียรมาศ หิมาลายัน และเปอร์เซียน จะเข้าสู่ช่วงหนักที่สุดตอนอายุ 6-10 ปี ส่วนในแมวทั่วๆ ไปจะหนักที่สุดในช่วงอายุ 8 ปี ดังนั้นน้องแมวจะอ้วนที่สุดในตอนช่วงเริ่มอายุมากแล้วนั่นเอง

ที่สำคัญที่สุดคือพบว่าแมวอายุ 8 ปี พันธุ์ผสมที่ทำหมันแล้ว มีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปี 1995-2005 อีกประมาณ 0.2 กิโลกรัม ก่อนที่น้ำหนักเฉลี่ยที่ขยับสูงขึ้นนี้จะมาทรงตัวในปี 2015 เป็นต้นมา

จริงๆ น้ำหนัก 0.2 กิโลกรัมหรือแค่ 2 ขีด อาจจะฟังดูไม่มากสำหรับมนุษย์อย่างเรา แต่สำหรับน้องแมวแล้วถือว่าไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ด้วยอิทธิพลของโลกออนไลน์ที่เราเห็นน้องแมวอ้วนนุ่มน่ารักน่ากอดก็ยิ่งทำให้เรามีแนวโน้มตามใจให้น้องแมวกินเยอะๆ (ซึ่งแมวก็ชอบอยู่แล้วล่ะ) ส่งผลให้เทรนด์แมวอ้วนเพิ่มขึ้นอีกได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมน้ำหนักของน้องแมวให้อยู่ในมาตรฐาน มีวิธีดูง่ายๆ สำหรับเจ้าของที่ไม่มั่นใจว่าน้องแมวเราอ้วนจริงหรือว่าอ้วนขนคือให้ลูบไปตามแนวกระดูกสันหลังของน้องแมว หากยังสามารถคลำเห็นแนวกระดูกได้แสดงว่าน้องแมวยังไม่อ้วนเท่าไหร่ แต่ถ้าคลำไปแล้วไขมันเน้นๆ แสดงว่าน้องอ้วนไปแล้ว ต้องรีบไดเอทโดยด่วนก่อนที่โรคนิ่ว โรคไต โรคเบาหวาน และโรคหัวใจจะถามหานะ

แน่นอนว่าวิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุดคือการชวนแมวเล่นหรือออกกำลังกาย ลองหาเวลาให้แมวได้ยืดเส้นยืดสายซึ่งดีต่อสุขภาพแน่ๆ แถมยังแก้เบื่อน้องแมวได้ด้วย อีกทั้งมนุษย์อย่างเราก็ได้ออกกำลังกายไปในตัวอีกต่างหาก อย่าให้เราไดเอทน้องแมวอย่างเดียว จนน้องแมวทำหน้าเบื่อแล้วบอกว่า….ทีตัวเองไม่เห็นลดความอ้วนบ้างเลยนะ

แบบนั้นมันก็แอบช้ำใจและอายแมวอยู่เหมือนกัน 

“อ้วนแล้วมันทำไม? อ้วนแล้วรักมั้ยห๊ะ!?”

 

อ้างอิงข้อมูล

https://www.studyfinds.org/fat-cats-literally-new-study-finds-felines-are-getting-chubbier/

https://avmajournals.avma.org/view/journals/javma/255/2/javma.255.2.205.xml

#Howl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...