โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เอกนิติ" กางแผนฟื้นเศรษฐกิจหลังจบ IMF-World Bank ดันไทยสู่ Financial Hub ปฏิรูปคลังยั่งยืน

The Better

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
“เอกนิติ” พร้อมต่อยอดเศรษฐกิจไทยจากเวที IMF – World bank ดันแผนปฏิรูปเศรษฐกิจระยะยาว ดัน AI-ภาษีดิจิทัล-บริหารน้ำเจ้าพระยา มุ่งสู่ศูนย์กลางการเงินภูมิภาค

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังจบการประชุม IMF และ World bank ที่ไทยเป็นเจ้าภาพโดยระบุว่า รัฐบาลเร่งนำผลการหารือเชิงนโยบายและบทเรียนทางการเงินระดับโลกมาสู่การปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ตลอดการประชุมหลายวันที่ผ่านมาได้เข้าหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารของประเทศต่างๆกว่า 50 การประชุม เช่น ในการหารือกับประเทศอินเดีย ได้แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยฝ่ายไทยได้เสนอโมเดล Small AI ผ่านโครงการ "นกกระซิบ" ที่ช่วยผู้ค้ารายย่อยบันทึกยอดขายและเข้าถึงแหล่งเงินทุน ขณะที่ไทยสนใจนำเทคโนโลยี Small AI ด้านการเกษตรของอินเดียมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยคำนวณช่วงเวลาเพาะปลูกและใส่ปุ๋ยแก่เกษตรกรไทย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมุ่งเน้นแนวคิด "Small AI, Better Jobs" เพื่อนำ AI มาเสริมศักยภาพแรงงานให้มีรายได้สูงขึ้นซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับที่ธนาคารโลกสนับสนุน

สำหรับโครงการ ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลได้หารือร่วมกับธนาคารโลก และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ในการวางระบบบริหารจัดการน้ำและระบบเตือนภัยพิบัติลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสัก เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นตอและลดภาระงบประมาณเยียวยาในระยะยาว โดยธนาคารโลกพร้อมสนับสนุนเงินทุนในการศึกษาโครงการ นอกจากนี้ ยังได้ลงนามข้อตกลงร่วมกับ ADB ในการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาโรงพยาบาลเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และการยกระดับสู่โรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital)
นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านภาษีว่าไทยได้ลงนามอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) กับประเทศนอร์เวย์ เพื่อลดการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมใช้เป็นประตูเชื่อมโยงการค้าการลงทุุนสู่ยุโร พร้อมทั้งจับมือกับประเทศลักเซมเบิร์กเพื่อนำความเชี่ยวชาญมาพัฒนาระบบตลาดเงินตลาดทุน ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) รวมถึงริเริ่มข้อเสนอจัดประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาเซียน-ยุโรป (ASEAN-Europe Finance Ministers Meeting) เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจสองภูมิภาคเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งหลายประเด็นจะมีการทำงานร่วมกันกับคณะทำงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงต้นปีหน้าต่อไป

เมื่อถามเรื่องของการรักษาเสถียรภาพการคลัง และการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังนายเอกนิติ กล่าวว่า แม้ IMF จะเตือนทั่วโลกให้ระมัดระวังเรื่องภาระหนี้สาธารณะซึ่งหลายประเทศในซีกโลกตะวันตกพุ่งสูงเกือบ 100% ของ GDPแล้วแต่ในส่วนหนี้สาธารณะของประเทศไทยยังคงอยู่ที่ระดับ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ของ GDP ซึ่งมาจากการที่ไทยยึดมั่นในวินัยทางการคลังอย่างเข้มงวด ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติต่างมีความเชื่อมั่น และทำให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปีของไทยอยู่ที่ประมาณ 2% กว่า ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาที่สูงเกิน 5%

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังเตรียมปฏิรูปโครงสร้างการคลังโดยเร่งลดรายจ่ายประจำที่ซ้ำซ้อน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี[4] พร้อมขยายฐานภาษีเข้าสู่ระบบเพื่อดึงผู้ที่อยู่นอกระบบเข้ามา และดำเนินการจัดเก็บภาษีจากผู้ประกอบการต่างชาติหรือแพลตฟอร์ม e-Commerce ที่เข้ามาทำตลาดในไทย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทย

นายเอกนิติ ยังกล่าวขอบคุณประชาชนคนไทย สื่อมวลชน และทีมงานทุกคนในฐานะตัวแทนประเทศ ที่ร่วมมือร่วมใจกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมเกือบ 20,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จนได้รับคำชมและคำขอบคุณอย่างท่วมท้นจากผู้นำทั่วโลก สิ่งนี้ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยมของคนไทยในการจัดงานระดับโอลิมปิกทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนการร่วมมือกันนำเสนอเอกลักษณ์ทั้งวัฒนธรรม อาหาร มวยไทย และสินค้าชุมชนกว่า 30 แห่งจนโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งพลังความร่วมมือของคนไทยทุกคนในครั้งนี้ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยทำให้ประเทศไทยกลับเข้ามาอยู่ภายใต้สปอตไลท์และกลับมายืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...