โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่ใช่แค่น้ำหวาน! แพทย์เตือน 3 น้ำ อย่าดื่มหลังตื่นนอน เสี่ยงสุขภาพพัง-ความดันพุ่ง

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
แก้วแรกของวันสำคัญ! ตื่นนอนอย่าดื่ม 3 เครื่องดื่มนี้ เสี่ยงร่างกายอักเสบ ทำลายหลอดเลือด ความดันโลหิตพุ่ง

แก้วแรกของวันสำคัญ! ตื่นนอนอย่าดื่ม 3 เครื่องดื่มนี้ เสี่ยงร่างกายอักเสบ ทำลายหลอดเลือด ความดันโลหิตพุ่ง

หลังตื่นนอน หลายคนเริ่มต้นวันด้วยน้ำหนึ่งแก้ว บางคนเลือกน้ำผสมเกลือเพราะเชื่อว่าช่วยล้างลำไส้ บางคนชอบจิบน้ำร้อนจัด หรือหยิบชาที่ชงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนมาดื่ม ความต่างเล็ก ๆ เหล่านี้มีเรื่องสุขภาพที่ควรใส่ใจ ทั้งปริมาณโซเดียม อุณหภูมิ และความสะอาดในการเก็บเครื่องดื่ม

1. น้ำผสมเกลือ ไม่จำเป็นสำหรับการดื่มเพื่อ “ดีท็อกซ์”

การเติมเกลือลงในน้ำดื่มเป็นประจำทำให้ได้รับโซเดียมเพิ่มจากอาหารที่กินอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับการเติมน้ำให้ร่างกายในชีวิตประจำวัน องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ระบุว่า การได้รับโซเดียมสูงสัมพันธ์กับความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับผู้ใหญ่ แนะนำให้ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าเกลือน้อยกว่า 5 กรัม โดยนับรวมจากอาหารและเครื่องปรุงทั้งหมด

จุดที่ควรระวังจึงอยู่ที่ปริมาณเกลือและการดื่มเป็นประจำ มากกว่าการดื่มตอนท้องว่างเพียงอย่างเดียว หากต้องการเริ่มวันด้วยน้ำดื่ม ไม่จำเป็นต้องเติมเกลือเพื่อหวังผลล้างสารพิษ และไม่ควรนำน้ำเกลือที่ผสมเองไปใช้แทนสารละลายเกลือแร่สำหรับรักษาภาวะสูญเสียน้ำ ซึ่งต้องใช้สูตรและวิธีเตรียมที่เหมาะสม

2. น้ำร้อนจัด หรือ น้ำเย็นจัด

น้ำอุ่นกับน้ำร้อนจัดต่างกัน และเป็นรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศหรือ IARC จัดการดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนมาก ซึ่งหมายถึงอุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียส อยู่ในกลุ่มที่น่าจะก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยหลักฐานสำคัญเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลอดอาหาร ประเด็นนี้เป็นเรื่องการสัมผัสความร้อนสูงซ้ำ ๆ ไม่ใช่การดื่มน้ำอุ่นทั่วไปหรือความเสี่ยงเฉพาะตอนเช้า

วิธีปฏิบัติที่ทำได้ง่ายคือพักเครื่องดื่มให้คลายร้อน และหลีกเลี่ยงการฝืนดื่มขณะร้อนจัด ส่วนน้ำเย็นจัดหรือน้ำใส่น้ำแข็งดื่มหลังตื่นช่วงท้องว่าง อาจมีส่วนกระตุ้นหลอดเลือดให้หดเกร็ง และอาจทำให้ปวดท้องได้

3. ชาที่วางค้างคืน ต้องดูวิธีเก็บ ไม่ใช่ดูแค่ว่าชงข้ามวัน

ชาที่ชงไว้แล้วปล่อยทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะในที่อุ่นและภาชนะที่ไม่สะอาด เป็นเรื่องที่ควรระวังด้านสุขอนามัย สถาบันประเมินความเสี่ยงแห่งสหพันธ์เยอรมนีหรือ BfR แนะนำว่า ชาสมุนไพรและชาผลไม้ควรชงด้วยน้ำเดือดตามวิธีที่กำหนด และไม่ควรปล่อยชาที่ชงแล้วตั้งทิ้งไว้หลายชั่วโมง เพราะอาจเพาะเชื้อแบคทีเรีย

หากเป็นชาที่ใส่นมหรือส่วนผสมที่เสียง่าย ยิ่งต้องใส่ใจการแช่เย็นและคำแนะนำการเก็บของส่วนผสมนั้น ๆ สำหรับชาที่วางทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ทราบสภาพการเก็บ การชงใหม่เป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า

แล้วแก้วแรกหลังตื่นนอน ควรดื่มแบบไหน?

น้ำเปล่าสะอาด อุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นที่ไม่ร้อนลวก เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับเริ่มวันใหม่ ดื่มในปริมาณที่สบายและทยอยดื่มให้เพียงพอตลอดวัน ไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มครั้งละมาก ๆ สำหรับผู้ที่แพทย์กำหนดให้จำกัดน้ำ ควรยึดปริมาณตามแผนการรักษา

การได้รับน้ำเพียงพอช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ และช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีในการดูแลการขับถ่าย แต่ไม่ควรกล่าวว่าการดื่มน้ำหลังตื่นนอนเป็นวิธี “ลดความข้นของเลือด” หรือป้องกันลิ่มเลือดได้โดยเฉพาะ ส่วนคนที่อยากดูแลลำไส้ ควรทำร่วมกับการกินใยอาหารให้เพียงพอ ขยับร่างกาย และฝึกขับถ่ายเป็นเวลา

สรุป: เลือกน้ำสะอาด ระวังเกลือ ความร้อน และการเก็บรักษา

สิ่งที่ควรใส่ใจในเครื่องดื่มแก้วแรกของวันคือ ไม่เติมเกลือโดยไม่จำเป็น ไม่ดื่มร้อนลวก และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่เก็บไว้อย่างไม่เหมาะสม ขณะที่น้ำเย็นไม่จำเป็นต้องเป็นข้อห้ามสำหรับคนทั่วไป การดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดต้องอาศัยพฤติกรรมต่อเนื่อง ทั้งลดเค็ม ควบคุมความดัน และออกกำลังกาย มากกว่าการเลือกน้ำเพียงแก้วเดียวหลังตื่นนอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...