โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นการบินไทยร่วง 2.4% หลังวิกฤตกระเป๋าตกค้าง เที่ยวบินล่าช้า โบรกคาดฉุดกำไรไม่เกิน 3% ภาพระยะยาวยังเป็นบวก

THE STANDARD

อัพเดต 49 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 49 นาทีที่แล้ว • thestandard.co
หุ้นการบินไทยร่วง 2.4% หลังวิกฤตกระเป๋าตกค้าง เที่ยวบินล่าช้า โบรกคาดฉุดกำไรไม่เกิน 3% ภาพระยะยาวยังเป็นบวก

ราคาหุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) ลดลงราว 2.4% จากวันก่อนหน้า หลังเผชิญวิกฤตกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้าง และเที่ยวบินล่าช้า นักวิเคราะห์คาดกระทบกำไรมากสุดไม่เกิน 2-3% ชี้ผลกระทบต่อราคาหุ้นไม่รุนแรง

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นการบินไทยลดลงจาก 6.15 บาท มาแตะระดับ 6 บาท ท่ามกลางการเร่งแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้าง และจำเป็นต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินบางส่วนระหว่างวันที่ 29 – 30 กันยายนนี้

ปริญทร์ กิจจาทรพิทักษ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ และนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์จาก บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในมุมที่เกิดขึ้นตอนนี้ เป็นลบในเชิง sentiment ระยะสั้น จากปัญหาการบริหารในภาวะวิกฤต แต่ถ้ามองปัจจัยพื้นฐานซึ่งเป็นภาพระยะยาวขึ้น สถานการณ์ธุรกิจจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และจะยังเห็นผลประกอบการเติบโตขึ้นได้ในปีหน้า ทั้งรายได้และกำไรของ

“ตอนนี้เป็นความต่างระหว่างมุมมองระยะสั้นและระยะยาว ราคาหุ้นไม่ได้ตอบรับรุนแรง วันนี้ข่าวกระทบ sentiment แรงมาก แต่ราคาหุ้นไม่ได้ปรับลงมาก ถ้ารุนแรงคงจะเห็นราคาหุ้นลดลงระดับ 5% เป็นอย่างน้อย” ปริญทร์กล่าว

ปริญทร์กล่าวต่อว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นยังถือว่าโชคดีที่เกิดขึ้นในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (low season) และเดือนกันยายนถือเป็นเดือนที่ซบเซาที่สุดของการท่องเที่ยวไทย

โดยภาพรวมความเสียหายจากความเชื่อมั่นที่ลดลง ต้นทุนการแก้ไขปัญหา และการยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน คาดว่าจะกระทบประมาณการกำไรปีนี้ราว 2-3% ซึ่งเป็นการประเมินเผื่อไว้แล้ว โดยให้สมมติฐานว่าผลกระทบต่อเนื่องยาว 7 วัน

ทั้งนี้ ก่อนหน้าจะเกิดปัญหาล่าสุด บล.เคจีไอ ประเมินว่าปีนี้การบินไทยน่าจะมีรายได้ราว 1.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 1.83 แสนล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.95 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ทำได้ 3.09 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2570 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.02 แสนล้านบาท ส่วนกำไรเติบโตขึ้นจากปีนี้ สู่ระดับ 2.30 หมื่นล้านบาท

ปริญทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การชะลอตัวของกำไรปีนี้เป็นผลจากภาวะสงคราม โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ที่ชะลอลงจากปีก่อนอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกคือราคาค่าตั๋วโดยสารที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนน้ำมัน แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารจะลดลงราว 7% ทำให้รายได้น่าจะเติบโตขึ้นได้จากปีก่อน

“หลังจากนี้ทีมผู้บริหารคงต้องกลับมาโฟกัสเรื่องการบริหารจัดการภาวะวิกฤตเป็นอีกหนึ่งเรื่องหลัก นอกเหนือจากการบริหารธุรกิจ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...