โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดไทม์ไลน์ 60 ปี ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ จากฉลองพระองค์ ก้าวสู่ ‘มรดกโลกยูเนสโก’

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 39 นาทีที่แล้ว

จากพระราชดำริอันกว้างไกลของ "สมเด็จพระพันปีหลวง" เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนต่างแดน สู่การรังสรรค์เครื่องแต่งกายประจำชาติ 8 แบบมาตรฐาน วันนี้ "ชุดไทยพระราชนิยม" เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ระดับสากล จ่อขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จาก UNESCO!

ย้อนกลับไปเมื่อ 60 กว่าปีก่อน ประเทศไทยยังไม่มี "ชุดประจำชาติสตรี" ที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ทว่าด้วยพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงรังสรรค์และประยุกต์ “ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้น เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์อันสง่างามและภูมิปัญญาเชิงช่างของไทย และในวันนี้ วงการผ้าไทยกำลังจะถูกจารึกไว้ในระดับโลก!

เส้นทางไทม์ไลน์ 60 ปี: จากราชสำนักสู่มรดกโลก

จุดกำเนิดฉลองพระองค์เสด็จฯ เยือนต่างประเทศ พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960)

  • สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป ทรงมีพระราชดำริว่าสตรีไทยควรมีเครื่องแต่งกายประจำชาติที่มีเอกลักษณ์ สง่างาม และเหมาะแก่กาลเทศะ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญและนักออกแบบรังสรรค์ชุดไทยประยุกต์ขึ้น

กำเนิดมาตรฐาน 8 แบบ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ พ.ศ. 2507 (ค.ศ. 1964)

  • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบเสื้อประจำชาติสตรี 8 แบบมาตรฐาน โดยนำชื่อพระตำหนักและพระที่นั่งสำคัญมาตั้งเป็นชื่อชุด ได้แก่ ไทยเรือนต้น, ไทยจิตรลดา, ไทยอมรินทร์, ไทยบรมพิมาน, ไทยจักรี, ไทยดุสิต, ไทยศิวาลัย และไทยจักรพรรดิ เพื่อให้สตรีไทยนำไปใช้แต่งกายในโอกาสต่างๆ

กำเนิด ‘ชุดไทยพระราชทาน’ สำหรับสุภาพบุรุษ พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979)

  • พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ในขณะนั้น) ได้ขอพระราชทานแบบเสื้อสำหรับสุภาพบุรุษ โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบ "เสื้อพระราชทาน" คอตั้งแมนดาริน ตัดเย็บด้วยผ้าไทย เพื่อใช้เป็นชุดประจำชาติชาย

ครม. เสนอขึ้นทะเบียน UNESCO พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024)

  • คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ "ชุดไทย: ความรู้ พฤติกรรม และการปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งกายชุดไทยประเพณี" (Chud Thai: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of Thai National Costume) เข้าสู่รายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ยูเนสโก (UNESCO)

ลุ้นประกาศผลเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ ธันวาคม พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026)

  • ยูเนสโก (UNESCO) มีกำหนดพิจารณาและประกาศผลการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ ในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลฯ ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 2–3 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน

เจาะลึก 8 แบบ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ อัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก

  • ชุดไทยเรือนต้น: ชุดลำลอง เสื้อคอกลมไม่มีขอบ แขนสามส่วน ผ่าอกติดกระดุม 5 เม็ด สวมคู่ซิ่นไหมลายริ้ว เหมาะกับงานบุญ หรืองานที่ไม่เป็นทางการ
  • ชุดไทยจิตรลดา: เสื้อคอกลมมีขอบตั้งน้อยๆ แขนยาว ผ่าอก สวมกับซิ่นไหมเกลี้ยงมีเชิง เหมาะกับงานพิธีการกลางวัน เช่น รับแขกบ้านแขกเมือง
  • ชุดไทยอมรินทร์: เสื้อคอกลมตั้ง ตัดเย็บด้วยผ้ายกทองแกม ไม่ต้องคาดเข็มขัด เหมาะสำหรับงานเลี้ยงพิธีการยามค่ำคืน
  • ชุดไทยบรมพิมาน: เสื้อแขนยาวคอตั้ง ซิ่นนุ่งจีบหน้านาง ใช้ผ้ายกไหมหรือยกทอง มีความหรูหรา ใช้ในงานรัฐพิธีหรือพิธีการระดับสูง
  • ชุดไทยจักรี: ชุดไทยเปิดไหล่ข้างหนึ่ง ห่มสไบเฉียง ชายสไบทิ้งยาวด้านหลัง นุ่งซิ่นจีบหน้านาง คาดเข็มขัด นิยมใช้ในงานเลี้ยงฉลองสมรสหรืองานราตรีสโมสร
  • ชุดไทยดุสิต: เสื้อคอกว้างไม่มีแขน ปักลวดลายวิจิตรด้วยลูกปัด เลื่อม หรือไข่มุก เหมาะกับงานพระราชพิธีตอนค่ำแทนชุดราตรีแบบตะวันตก
  • ชุดไทยศิวาลัย: ลักษณะคล้ายชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสไบเฉียงทับตัวเสื้อคอตั้งอีกชั้นหนึ่ง เหมาะสำหรับงานพิธีการเต็มยศหรือครึ่งยศ
  • ชุดไทยจักรพรรดิ: ชุดไทยที่มีความสง่างามตามแบบโบราณ ห่มสไบสองชั้น (สไบชั้นในเป็นสไบจีบ ชั้นนอกเป็นสไบปักดิ้นทอง) สวมกับซิ่นยกทองจีบหน้านาง ใช้ในงานพระราชพิธีเต็มยศ

Soft Power ทรงคุณค่า สู่สายตาประชาคมโลก

กระทรวงวัฒนธรรมระบุว่า "ชุดไทยพระราชนิยม" ไม่เพียงแต่นำเสนอความงดงามของการแต่งกาย แต่ยังเป็นศูนย์รวมของ "ภูมิปัญญาช่างฝีมือไทย" ทั้งศาสตร์การทอผ้าไหม การยกทอง การปักสะพัก และการตัดเย็บเชิงช่างชั้นสูง การดันขึ้นทะเบียน UNESCO ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปลุกกระแสผ้าไทยในระดับสากล สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนช่างทอผ้าทั่วประเทศอย่างยั่งยืน มาร่วมส่งใจลุ้นข่าวดีให้ "ชุดไทย" คว้าตำแหน่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลกไปพร้อมกันในต้นเดือนธันวาคมนี้!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...