โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อน-หลัง ขับรถลุยน้ำท่วม รู้ไว้ก่อนพัง ต้องทำอะไรบ้าง

SpringNews

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือการ 'ประเมินระดับน้ำก่อนลุย'

CREDIT : NATION PHOTO

หากระดับน้ำสูง 5-20 ซม. (ประมาณฟุตบาท) รถทุกประเภทสามารถขับผ่านได้ แต่รถเก๋งเล็กควรขับช้าๆ ระดับ 20-40 ซม. รถเก๋งและอีโคคาร์ต้องระวังเพราะน้ำอาจมิดท่อไอเสีย ขณะที่รถกระบะยังผ่านได้

CREDIT : NATION PHOTO

หากน้ำสูง 40-60 ซม. รถเก๋งต้องเลี่ยงทันที ส่วนรถกระบะยังพอลุยได้แต่ต้องระวังคลื่นน้ำ และถ้าน้ำสูงเกิน 60 ซม. ถือว่าอันตรายสำหรับรถทุกประเภท ควรหาที่จอดพักหรือเปลี่ยนเส้นทางทันที

ก่อนตัดสินใจขับลุยน้ำ หากพบว่าน้ำสูงเกินครึ่งล้อ มองไม่เห็นพื้นถนน หรือน้ำไหลแรง ให้เลี่ยงเส้นทางนั้นด่วน

การปิดแอร์รถเป็นอีกวิธีที่แนะนำ แม้จะไม่จำเป็นต้องปิดทุกคัน แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการดูดน้ำเข้าระบบไฟฟ้าได้

เทคนิคสำคัญขณะลุยน้ำคือการขับให้ช้า นิ่ง ใช้เกียร์ต่ำ รักษาระยะห่าง ไม่เร่งเครื่อง และไม่หยุดรถกลางน้ำ สำหรับรถยนต์แต่ละประเภทมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน ดังนี้

รถน้ำมัน (ICE) : ต้องระวังน้ำเข้าท่อไอดี หากเครื่องดับกลางน้ำ ห้ามสตาร์ทซ้ำเด็ดขาด

รถไฮบริด (HEV/PHEV) : มีทั้งเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ แม้จะกดใช้ EV Mode ได้ แต่ก็ไม่สามารถลุยน้ำได้ลึกกว่ารถปกติ

รถไฟฟ้า (BEV) : แม้แบตเตอรี่จะกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP67 แต่ต้องระวังการกระแทก เพราะมองไม่เห็นพื้นใต้น้ำ หากขูดฝาท่อหรือหินอาจทำให้แบตเตอรี่ฉีกขาดได้

หลังจากขับพ้นพื้นที่น้ำท่วม อย่าเพิ่งดับเครื่องยนต์ทันที ควรแตะเบรกเบาๆ ซ้ำๆ เพื่อไล่น้ำและความชื้น ตรวจดูไฟเตือนบนหน้าปัด และเช็กใต้ท้องรถว่ามีสิ่งใดห้อยหลุดหรือไม่

หากขับลุยน้ำลึกมา ควรนำรถเข้าอู่เพื่อให้ช่างตรวจเช็กน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ว่ามีน้ำผสมหรือไม่ และหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ให้รีบติดต่อบริษัทประกันภัยหรือเรียกใช้บริการรถสไลด์ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...