โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"พีระพันธุ์" แจงไม่ได้ค้าน E20 ตั้งคำถามลดภาษีเฉพาะกลุ่ม ช่วยประชาชนได้แค่ไหน

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 31 ต.ค.2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุกส่วนตัว ระบุว่า " ผมไม่ได้บอกว่า E20 ไม่ดี แต่กำลังตั้งคำถามว่า มาตรการลดภาษี E20 ช่วยประชาชนได้มากแค่ไหน ช่วงนี้มีผู้รู้หลายท่านออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผมว่าไปด้อยค่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 บ้าง กล่าวหาว่าผมบอกว่าเติม E20 แล้วเครื่องยนต์จะพังบ้าง ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่ผมพูดเลยครับ ผมไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาโต้เถียง เพราะเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ได้รับฟังคำอธิบายของผมคงเข้าใจดีว่าผมต้องการสื่ออะไร และโดยปกติผมก็ไม่ชอบออกมาโต้ตอบเรื่องที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงอยู่แล้ว แต่เมื่อมีคนทักท้วงว่าหากปล่อยไว้ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ผมจึงขอชี้แจงสั้น ๆ อีกครั้งครับ ประเด็นแรก ผมไม่เคยบอกว่าน้ำมัน E20 ไม่ดี หรือใช้กับรถยนต์ไม่ได้ ถ้าใช้ไม่ได้จริง คงไม่มีใครผลิตออกมาจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายหรอกครับ สิ่งที่ผมพูดคือ ปัจจุบันปริมาณการใช้น้ำมัน E20 ยังน้อยกว่าการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 อยู่มาก โดยมีปริมาณการใช้ E20 ประมาณวันละ 5–6 ล้านลิตร จากการใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินทั้งหมดราว 31–32 ล้านลิตรต่อวัน นั่นหมายความว่า ผู้ใช้น้ำมันส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้ E20 ดังนั้น การลดภาษีสรรพสามิตเฉพาะน้ำมัน E20 ย่อมไม่ได้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้น้ำมันส่วนใหญ่โดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่ยังจำเป็นต้องใช้แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 ประเด็นที่ผมตั้งคำถามจึงไม่ใช่ว่า E20 ดีหรือไม่ดี แต่เป็นเรื่องความครอบคลุมของมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ต่างหากครับ ประเด็นที่สอง ผมไม่ได้บอกว่าเติม E20 แล้วเครื่องยนต์จะพัง ถ้าเติมแล้วเครื่องยนต์พังกันทุกคัน ใครจะกล้าใช้ครับ และผู้ผลิตก็คงไม่สามารถผลิตออกมาจำหน่ายกันอยู่ทุกวันนี้ได้ สิ่งที่ผมต้องการอธิบายคือ ไม่ใช่รถยนต์ทุกคันที่เคยเติมแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 จะสามารถเปลี่ยนมาใช้ E20 ได้ทันที รถยนต์บางรุ่นได้รับการออกแบบให้รองรับ E20 อยู่แล้ว ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงอะไร แต่รถบางรุ่น โดยเฉพาะรถรุ่นเก่าที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับน้ำมันที่มีเอทานอลในสัดส่วนสูงถึง 20% ก็อาจไม่สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม และมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหากับระบบเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดขึ้นมาเองครับ ผมเคยหารือกับช่างผู้มีประสบการณ์ และเคยนำรถเก่าบางคันไปปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้ E20 ได้ตามคำแนะนำมาแล้ว จึงพอทราบว่ามีข้อจำกัดและค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาอยู่เหมือนกัน คำถามของผมจึงอยู่ที่ว่า สำหรับประชาชนที่มีรถยนต์ซึ่งยังไม่รองรับ E20 หากต้องเสียเงินปรับปรุงระบบเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์เพื่อเปลี่ยนมาใช้น้ำมันชนิดนี้ จะคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อมาตรการลดภาษีสรรพสามิตของรัฐบาลมีระยะเวลาเบื้องต้นเพียง 3 เดือนเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการชี้ให้เห็นครับ ผมไม่ได้คัดค้านการใช้น้ำมัน E20 และไม่ได้ปฏิเสธประโยชน์ของเชื้อเพลิงชีวภาพ แต่เห็นว่าเมื่อรัฐบาลออกมาตรการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ก็ควรพิจารณาด้วยว่ามาตรการนั้นช่วยประชาชนได้ครอบคลุมมากน้อยเพียงใด และมีข้อจำกัดในการเข้าถึงประโยชน์จากมาตรการหรือไม่ การตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความครอบคลุมของมาตรการ ไม่ได้หมายความว่าเป็นการด้อยค่าคุณภาพของน้ำมัน E20 นะครับ เป็นคนละเรื่องกัน ส่วนใครที่สงสัยว่ารถยนต์ของตัวเองสามารถเปลี่ยนจากแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ 95 มาใช้ E20 ได้หรือไม่ ก็ลองตรวจสอบจากคู่มือประจำรถหรือสอบถามผู้ผลิตและศูนย์บริการดูได้ครับ จะได้ทราบข้อเท็จจริงตรงกัน ไม่ต้องเข้าใจผิดหรือเสี่ยงทดลองกับเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น ผมขอชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ หวังว่าจะเข้าใจตรงกันแล้วนะครับ"

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...