‘เอกนิติ’ สั่ง 4 ผู้ว่าฯลุ่มน้ำเจ้าพระยา วางแผนระบายน้ำล่วงหน้า-กทม.เฝ้าระวังชุมชนริมแม่น้ำ
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง กำชับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการเตรียมรับสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามข้อห่วงใยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน โดยเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำกับการเตรียมพร้อมของพื้นที่ เน้นเฝ้าระวังชุมชนลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท พร้อมประสานกรุงเทพมหานครแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล สิ่งของช่วยเหลือ และศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้ทันสถานการณ์
นายเอกนิติ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น โดยได้เน้นย้ำผ่านตน ให้แจ้งจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจากข้อมูลของกรมชลประทาน จะมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,500–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 0.70–1.70 เมตร ในพื้นที่ 4 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร) จังหวัดอ่างทอง (อ.วิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง) จ.สิงห์บุรี (อ.อินทร์บุรีและพรหมบุรี) และจ.ชัยนาท (อ.สรรพยา) โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบริหารจัดการสาธารณภัยในพื้นที่
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า พร้อมกำชับอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แจ้งเตือนแนะนำให้ประชาชนขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งเตรียมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยประสานศูนย์ ปภ. เขต เสริมกำลังทรัพยากรให้ช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและดูแลพื้นที่เกษตรเสี่ยงน้ำท่วม และแจ้งเตือนเกษตรกรล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนกรุงเทพมหานคร ขอให้แจ้งเตือนชุมชนริมแม่น้ำ แพร้านอาหาร และผู้ดำเนินงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ให้เตรียมมาตรการความปลอดภัยและเฝ้าระวังจุดเสี่ยง นอกจากนี้ ให้พื้นที่สื่อสารกับประชาชนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และสามารถเตรียมความพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ ได้ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนข้อสั่งการให้เกิดผลในระดับพื้นที่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือน และการช่วยเหลือประชาชนดำเนินไปอย่างสอดคล้องกัน โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และแจ้งขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.