โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยูเอ็นจี้ทั่วโลกยุติ “สงครามกับธรรมชาติ” เตือนเป้าหมายอนุรักษ์ยังล่าช้า

เดลินิวส์

อัพเดต 16 ตุลาคม 2569 เวลา 17.43 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เลขาธิการยูเอ็นเรียกร้องนานาประเทศเร่งปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ หลังความคืบหน้ายังไม่ทันเป้าหมายปี 2573

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ เร่งยุติ “สงครามกับธรรมชาติ” หลังรายงานฉบับใหม่ชี้ว่า โลกยังดำเนินการไม่ทันตามเป้าหมายอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

กูเตร์เรสกล่าวว่า แม้มีความคืบหน้าอยู่บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอต่อการรับมือกับวิกฤติ โดยเกือบ 200 ประเทศที่เข้าร่วมข้อตกลงปารีสเพื่อธรรมชาติเมื่อ 4 ปีก่อน ยังดำเนินการตามพันธกรณีได้ล่าช้า

ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดเป้าหมาย 23 ข้อ เพื่อหยุดยั้งและฟื้นฟูความสูญเสียทางธรรมชาติภายในปี 2573 รวมถึงการลดมลพิษ คุ้มครองสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงสูญพันธุ์ และอนุรักษ์พื้นที่บนบกกับมหาสมุทรอย่างน้อย 30% ของโลก

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า นโยบายของรัฐบาลหลายประเทศยังไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมาย ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ยังมีความคืบหน้าน้อยในการลดเงินอุดหนุนที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งเป้าลดลงปีละ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16.72 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573

ข้อมูลของยูเอ็นยังระบุว่า ทุก ๆ 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.53 บาท) ที่ลงทุนเพื่อปกป้องหรือฟื้นฟูธรรมชาติ กลับมีเงินประมาณ 30 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,005.75 บาท) ไหลไปสู่กิจกรรมที่ทำลายธรรมชาติ กูเตร์เรสจึงเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปฏิบัติตามคำมั่นด้านเงินทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา พร้อมเตือนว่า ธรรมชาติไม่อาจฟื้นตัวได้ด้วยเพียงเจตนารมณ์ที่ดี

ทั้งนี้ ประเทศต่าง ๆ จะประชุมเจรจาด้านความหลากหลายทางชีวภาพของยูเอ็น หรือ คอป17 ที่กรุงเยเรวาน เมืองหลวงของอาร์เมเนีย ในวันที่ 19 ต.ค. นี้ โดยผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สิ่งมีชีวิตกำลังสูญหายไปจากระบบนิเวศ และระบบนิเวศหลายแห่งกำลังล่มสลาย ขณะที่การขาดแคลนเงินทุนยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายอนุรักษ์ธรรมชาติ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...