‘พลพีร์’ สั่งลุยตรวจ ‘ศูนย์ชาบัด’ ทั่วประเทศ จี้สอบนอมินี-เส้นเงินร้อยล้าน จ่อผนึก DSI ขยายผล
วันที่ 22 ก.ย.2569 เวลา 15.39 น.ที่พรรคภุมิใจไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ในฐานะรมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการก่อสร้างและการดำเนินงานของ "ศูนย์ชาบัด" หรือโบสถ์ซินากอกของชาวอิสราเอลทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีเป้าหมายเข้าตรวจสอบประมาณ 8-9แห่ง ตนได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพิ่มความเข้มข้นในการเข้าตรวจสอบ ซึ่งจากการลงพื้นที่เบื้องต้นพบข้อพิรุธเกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างจริง อาทิ การต่อเติมอาคารบนชั้นดาดฟ้า และการสร้างสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ได้กำหนดกรอบเวลาให้ผู้ประกอบการนำเอกสารมายื่นแก้ไขให้ถูกต้องภายใน 30วัน นอกจากนี้ ยังตรวจพบร้านค้าภายในศูนย์ชาบัดภูเก็ต ลักลอบจำหน่ายสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ โดยไม่มีฉลากภาษาไทยและไม่มีการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งออกหนังสือเพื่อสั่งอายัดสินค้าทั้งหมด ห้ามนำออกจำหน่ายทันที
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า สส. หลายคนมาพูดคุยกับตนว่ามีเครือข่ายของชาวอิสราเอล โดยเฉพาะบริษัทที่มีชื่อในการทำสุสานหรือธุรกิจ อื่นๆไปซื้อที่ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลค่าเกือบร้อยล้านด้วย ในอนาคตอันใกล้จะลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง ว่าเป็นพื้นที่ของใครใช้เงิน ที่ไหนมาซื้อ เป็นบริษัทอะไร มีเจตนารมณ์เพื่อที่จะทำอะไร เพราะเรากลัวว่าหากนำไปทำกิจกรรมที่อาจจะ เป็นการขัดแย้งกับศาสนา หรือวัฒนธรรมของชุมชนจะมีปัญหาอีก จึงขอลงไปตรวจสอบ และจะเชิญมาหารือว่าจะมาลงทุนได้อะไร เพื่อให้คนในชุมชนและพื้นที่ไม่กังวลใจ
เมื่อถามว่ากรณีที่คนกระบี่เริ่มมีความกังวลใจว่าจะมีการตั้งเป็นชาบัดถาวรเหมือนกับอีกหลายๆแห่งในเมืองท่องเที่ยวนั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนกังวลใจตนก็กังวลใจเช่นเดียวกันซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมการปกครอง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้องหาข้อมูลและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ ว่าสิ่งที่กำลังทำคืออะไร ถ้าทางจังหวัดไม่สามารถทำได้เดี๋ยวตนลงไปทำเอง และดูเนื้อหาต่างๆเองว่าคืออะไร และจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาข้อเท็จจริงมากที่สุด เพื่อจะได้สบายใจที่สุด
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับกรณีศูนย์ชาบัดในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าที่สาขาถนนพระอาทิตย์จากการเข้าตรวจสอบของ BMA (กทม.) ไม่พบการขุดเจาะชั้นใต้ดินตามที่เป็นกระแสข่าว โดยบริเวณชั้น 2และชั้น 3ถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของครอบครัวชาวอิสราเอล เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ และที่สาขาซอยสุขุมวิท 22 พบว่ามีการก่อสร้างชั้นใต้ดิน 3ชั้น และอาคารบนดินอีก 5ชั้น ซึ่งเป็นการแจ้งก่อสร้างตาม มาตรา 39แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยส่วนตัวมองว่าเป็นช่องโหว่ทางกฎหมาย ทั้งนี้จากการหารือกับผู้ว่าฯ กทม. เบื้องต้นพบเพียงปัญหาระยะร่นจากแนวถนนเล็กน้อย ซึ่ง กทม. เตรียมออกคำสั่งให้ผู้ก่อสร้างดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญว่า ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งตรวจสอบโครงข่ายนอมินีที่ถือครองที่ดินแทนคนต่างชาติว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบ "เส้นทางการเงิน" (Money Trail) ที่นำมาใช้ในการก่อสร้าง
"ศูนย์ชาบัดหรือโบสถ์ซินากอก ไม่ใช่สถานที่ที่สร้างรายได้เชิงพาณิชย์ ดังนั้นการนำเงินระดับ 50ล้าน 100ล้าน ไปจนถึงระดับพันล้านบาทมาลงทุนในพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท จึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินเหล่านี้มาจากไหน และใครเป็นผู้ดูแล"รมช.มหาดไทย กล่าว
รมช.มหาดไทย ระบุว่า ขณะนี้การสืบสวนโครงข่ายใกล้สมบูรณ์แล้ว และเตรียมจัดประชุมร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขยายผลเชิงลึก พร้อมสำชับให้กรมการปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัดสร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหากจังหวัดใดมีปัญหาติดขัด ตนพร้อมจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตัวเองเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชน