เกาะติด “หุ้น AI” ดัน S&P 500 ปิดเหนือ 7,800 จุดครั้งแรก สวนตลาดบอนด์
ดัชนี S&P 500 ทำนิวไฮจากแรงซื้อ "หุ้น AI" แม้บอนด์ยังอยู่ระดับสูง นักลงทุนจับตารายงานประชุมเฟดคืนนี้ หาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยปลายปี
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 13.27 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ แม้ตลาดพันธบัตรยังส่งสัญญาณความกังวลต่อภาวะการคลังและอัตราดอกเบี้ย โดยแรงซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ผลักดันดัชนี S&P 500 ปิดเหนือระดับ 7,800 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี
*S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือ 7,800 จุด โดยการปรับตัวขึ้นเกือบทั้งหมดมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะผู้ผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Advanced Micro Devices (AMD) และ Marvell Technology ซึ่งปรับตัวขึ้น 2.80% และ 5.81% ตามลำดับ*
การทำสถิติสูงสุดของตลาดหุ้นเกิดขึ้นสวนทางกับสัญญาณจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดย Bond Yield แม้จะปรับลดลงจากจุดสูงสุด แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ภาระหนี้ และข้อจำกัดด้านการคลังของรัฐบาล
หุ้น AI พุ่ง แต่ตลาดเริ่มเตือนความเสี่ยง
แม้กระแสการลงทุนใน AI ยังคงหนุนตลาดหุ้น แต่เสียงเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการปรับฐานเริ่มดังขึ้น
Temasek บริษัทการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ เตือนว่า การกลับทิศของ AI Trade ถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่สุดต่อตลาดในขณะนี้ โดย Rohit Sipahimalani ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Temasek ระบุว่า AI เป็นอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก สถานการณ์จึงสามารถเปลี่ยนทิศได้ง่าย และนักลงทุนจำเป็นต้องพร้อมปรับกลยุทธ์
ด้านArthur Hayes อดีตซีอีโอของ BitMEX เตือนว่า เงินลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์อาจกำลังถูกใช้ไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพกับกระแส AI โดยชี้ว่า หากย้อนดูประวัติศาสตร์ของการนำเทคโนโลยีใหม่ครั้งใหญ่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ มักเกิดการลงทุนมากเกินไป ตามมาด้วยการล่มสลายของตลาด และท้ายที่สุดอาจต้องมีมาตรการช่วยเหลือ
จับตารายงานประชุมเฟด หาสัญญาณดอกเบี้ย
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในวันพุธ คือการเปิดเผยรายงานการประชุมเฟด เดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการประชุมที่เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 แม้จะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองจากทำเนียบขาวที่ต้องการให้ดำเนินนโยบายในทิศทางตรงกันข้าม
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่า ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือน ต.ค.ไว้ที่ 20.5% ลดลงอย่างมากจากประมาณ 51% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 84.5% ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. ทำให้รายงานการประชุมล่าสุดมีความสำคัญต่อการประเมินเส้นทางนโยบายการเงินของสหรัฐในช่วงปลายปี
อินเดียขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกตั้งแต่ปี 2566
ด้าน ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 ทำให้อินเดียเข้าร่วมกับธนาคารกลางรายใหญ่อื่น ๆ ที่กำลังกลับมาใช้นโยบายการเงินเข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อของอินเดียปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 10 เดือน ขณะที่เศรษฐกิจยังคงเติบโตแข็งแกร่งแม้เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทำให้ RBI มีพื้นที่ในการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดแรงกดดันด้านราคา
ราคาน้ำมันเดินหน้าขึ้น หวั่นอุปทานตะวันออกกลางสะดุด
ตลาดพลังงานยังเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญ หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นการซื้อขาย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่อิหร่านเพิ่มการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อความมั่นคงของเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
ท่ามกลางปัจจัยดังกล่าว ตลาดการเงินกำลังเผชิญภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยตลาดหุ้นยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดจากความคาดหวังต่อการเติบโตของ AI ขณะที่ตลาดพันธบัตรและพลังงานกำลังส่งสัญญาณถึงความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
นักลงทุนจึงจับตารายงานการประชุมเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เฟดต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางตลาดในช่วงปลายปี
อ้างอิง : www.cnbc.com