โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทักษิณ’ ชี้สรรพากรยึดทรัพย์ไม่ชอบ เปรียบ ‘คลัง-สรรพากร’ เหมือนพ่อลูกไม่คุยกัน ทำให้มาทวงหนี้ซ้ำ

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘ทักษิณ’ ชี้สรรพากรยึดทรัพย์ไม่ชอบ เปรียบ ‘คลัง-สรรพากร’ เหมือนพ่อลูกไม่คุยกัน ทำให้มาทวงหนี้ซ้ำ

วันนี้ (7 ตุลาคม) ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังศาลภาษีอากรกลาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นพยานในการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรมสรรพากร กรณีการยึดและอายัดทรัพย์สินซ้ำซ้อนเพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น เมื่อปี 2549 ซึ่งสืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่วินิจฉัยว่าการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย

ในการไต่สวน ทักษิณได้ขึ้นเบิกความด้วยตนเอง โดยระบุถึงประเด็นทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัด ซึ่งรวมถึงรถยนต์ 5 คัน โดยเน้นย้ำว่าในจำนวนนี้มี 2 คันที่เป็นรถยนต์สั่งทำพิเศษพร้อมกระจกกันกระสุน ทักษิณชี้แจงเหตุผลความจำเป็นว่า ระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตนเคยถูกลอบสังหารหลายครั้ง และแม้พ้นวาระไปแล้วก็ยังมีความกังวลถึงความปลอดภัยและผู้ที่อาจประสงค์ร้าย หากรถยนต์ดังกล่าวถูกยึดไปอาจเกิดอันตรายต่อชีวิต ประกอบกับการสั่งทำรถยนต์ลักษณะนี้ต้องใช้ระยะเวลานาน

โดยตอบถามค้านฝั่งจำเลยว่า ทักษิณยอมรับว่าปัจจุบันรถยนต์ดังกล่าวยังอยู่ในการครอบครอง แต่หากปล่อยไว้จะเข้าสู่กระบวนการนำไปขายทอดตลาด ส่วนกรณีการนำเงินมาวางเป็นหลักประกันเพื่อชะลอการจ่ายภาษีนั้น ยืนยันว่าปัจจุบันตนไม่มีรายได้ในส่วนที่จะนำมาใช้วางค้ำประกันแล้ว

ทักษิณเบิกความเพิ่มเติมว่า คดีนี้เป็นผลพวงจากการถูกรัฐประหาร ทำให้ตนขาดโอกาสในการกลับมาต่อสู้คดี และยืนยันว่าการซื้อขายหุ้นดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายแก่รัฐ อย่างไรก็ตาม แม้พร้อมยอมรับคำพิพากษาของศาล แต่เห็นว่ากระบวนการดำเนินการของกรมสรรพากรนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พร้อมกันนี้ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบว่า กระทรวงการคลังเปรียบเสมือนพ่อ ส่วนกรมสรรพากรเปรียบเสมือนลูก ตนเองในฐานะคนที่มีหนี้ได้ส่งมอบเงินทั้งหมดให้คนเป็นพ่อไปแล้ว แต่พ่อลูกกลับไม่คุยกัน ทำให้ลูกมาตามทวงหนี้กับตนซ้ำอีก

นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึงกระแสข่าวที่ว่าอาจมีการฟ้องล้มละลายตามมา เนื่องจากประเมินว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้มีมูลค่าไม่เพียงพอต่อการชำระภาษี

ทั้งนี้ ในกระบวนการไต่สวน ฝ่ายโจทก์ได้นำอดีตข้าราชการกรมสรรพากรขึ้นเบิกความเป็นพยาน ขณะที่ฝ่ายจำเลยได้นำเจ้าหน้าที่นิติกรของกรมสรรพากรจำนวน 2 ปาก เข้าเบิกความต่อศาลเช่นเดียวกัน

ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาศาลภาษีอากรกลางเพื่อเป็นพยานในการไต่สวนคดีฟ้องกรมสรรพากร 1
ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาศาลภาษีอากรกลางเพื่อเป็นพยานในการไต่สวนคดีฟ้องกรมสรรพากร 2
ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาศาลภาษีอากรกลางเพื่อเป็นพยานในการไต่สวนคดีฟ้องกรมสรรพากร 3
ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาศาลภาษีอากรกลางเพื่อเป็นพยานในการไต่สวนคดีฟ้องกรมสรรพากร 4
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...