โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน. จี้จ่ายเยียวยาน้ำท่วมพื้นที่ขังเกิน 1 เดือน แบบขั้นบันได ชี้ไม่เป็นธรรมต่อคนท่วมนาน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งอนุมัติงบกลาง จ่ายเยียวยาพื้นที่ “น้ำท่วมขังเกิน 1 เดือน” เดือนละ 5,000 บาท เพิ่มเติมแบบขั้นบันได ชี้เกณฑ์ปัจจุบันคิดเหมาเข่ง ท่วมสั้น-ท่วมนานได้เท่ากันหมด ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชน นำโดย สส., อดีต สส., และอดีตผู้สมัคร สส. ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และนครปฐม ซึ่งต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังมายาวนานเกินกว่า 1 เดือน ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยส่งข้อเรียกร้องให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัย การชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สภาผู้แทนราษฎร นำไปพิจารณาต่อ

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ทางพรรคประชาชนได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นการทวงถามและเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อให้เกิดการชดเชยค่าเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมในระยะยาวหรือกินเวลานานเกินกว่าหนึ่งเดือนขึ้นไป ซึ่งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เคยหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาทวงถามรัฐบาลแล้วว่า เหตุใดพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเกินหนึ่งเดือนจึงไม่ได้รับการเยียวยาแบบเป็นขั้นบันไดหรือการชดเชยที่เหมาะสมเหมือนกับเหตุการณ์น้ำท่วมระยะสั้นในพื้นที่กรุงเทพฯ หรือพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับเงินช่วยเหลือตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างรวดเร็ว

นายทวิวงศ์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวมีความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัด หากพิจารณาจากกรณีน้ำท่วมในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 3-5 วัน ประชาชนจะได้รับการชดเชยค่าช่วยเหลือตามเกณฑ์มาตรฐานในทันที แต่ในส่วนของพี่น้องประชาชนในส่วนภูมิภาคโดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี และจังหวัดรอบข้าง ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ รวมระยะเวลานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่เพียงระยะเวลาไม่กี่วัน ประชาชนต้องสูญเสียโอกาสทางอาชีพ ขาดรายได้ เกษตรกรไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ พื้นที่ทำกินกลายเป็นพื้นที่รับน้ำและไม่สามารถเพาะปลูกผลผลิตใดๆ ได้เลย รวมถึงผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เหตุผลเหล่านี้จึงทำให้การเยียวยาเพียงแค่เงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามเกณฑ์ปกติไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

นายทวิวงศ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงปีก่อนๆ รัฐบาลชุดก่อนหน้าเคยรับข้อเสนอของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนไปดำเนินการ โดยมีการจ่ายค่าชดเชยเยียวยาค่าเสียโอกาสแบบขั้นบันไดให้กับพี่น้องชาวอยุธยาที่น้ำท่วมขังยาวนาน 3-4 เดือน ในอัตราเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 4 เดือน ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐบาลชุดปัจจุบันมีอำนาจเต็มและมีกลไกงบประมาณที่พร้อมกว่า จึงควรสานต่อมาตรการดังกล่าวให้ต่อเนื่อง โดยสามารถเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อใช้งบประมาณกลางเพิ่มเติมในการจ่ายเงินชดเชยค่าเสียโอกาสให้กับประชาชนในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังยาวนานเกิน 1 เดือน เช่น หากคำนวณจากจำนวนครัวเรือนที่น้ำท่วมยาวนาน ณ ตอนนี้กว่า 1 แสนหลังคาเรือน รัฐบาลสามารถจ่ายเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท โดยใช้งบกลางเบื้องต้นราว 500 ล้านบาทมาช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้ทันที และหากปีนี้เกิดโชคดี หลายพื้นที่ท่วมเกิน 1 เดือนมาแค่เดือนเดียว รัฐบาลก็สามารถเพิ่มการชดเชยเป็นเดือนละ 9,000 บาทให้เท่ากับการชดเชยเยียวยาตามระบบปกติได้ เพื่อคืนความเป็นธรรมและลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ขณะที่นางปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สส.นนทบุรี เขต 2 พรรคประชาชน ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปัญหาอุทกภัย การชดเชย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ กล่าวสรุปว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาและจำแนกปัญหาอุทกภัยออกเป็นประเด็นหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันจากน้ำป่าไหลหลาก ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและพื้นที่รับน้ำที่ต้องจมอยู่นานนับเดือน และปัญหาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในระบบการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาของรัฐบาลในปัจจุบัน ที่มักกำหนดอัตราการช่วยเหลือเท่ากันหมดโดยไม่คำนึงถึงระยะเวลาความเสียหายที่แท้จริง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ประชาชนที่เผชิญน้ำท่วมขังระยะสั้น 3-5 วัน กับประชาชนที่ต้องจมน้ำนานกว่า 1 เดือนหรือนานถึงครึ่งปีในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี กลับได้รับการเยียวยาในอัตราที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง คณะอนุกรรมาธิการฯ จึงได้จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอต่อรัฐบาล โดยเสนอให้ปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยารายเดือนสำหรับกรณีที่น้ำท่วมขังเกิน 30 วันขึ้นไป ในอัตราเดือนละ 5,000 บาท รวมถึงการกำหนดอัตราการชดเชยสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมที่ถูกใช้เป็นพื้นที่รับน้ำหรือพื้นที่ชะลออุทกภัย ในอัตราไร่ละ 1,400 บาท สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน เพื่อให้การช่วยเหลือมีความครอบคลุมและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

นางปัญญารัตน์กล่าวย้ำว่า แม้ภาครัฐจะมีโครงการประกันภัยพิบัติหรือมาตรการช่วยเหลือตามระเบียบเดิม แต่จากการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าความคุ้มครองยังคงจำกัดอยู่เพียงแค่การเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาล หรือการซ่อมแซมบ้านเรือนเบื้องต้นเท่านั้น โดยยังไม่มีการครอบคลุมถึงการชดเชยรายได้หรือค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการฯ จะเร่งสรุปรายงานข้อเสนอแนะทั้งหมดส่งมอบให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเตรียมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมและการเยียวยาประชาชนได้รับการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน. จี้จ่ายเยียวยาน้ำท่วมพื้นที่ขังเกิน 1 เดือน แบบขั้นบันได ชี้ไม่เป็นธรรมต่อคนท่วมนาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...