โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ต้องรอตั๋วร่วม Samsung ให้มือถือแตะขึ้น BTS, BRT และเรือด่วนได้แล้ว ตั้งเป้าผู้ใช้ Samsung Wallet 1 ล้านราย

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ไม่ต้องรอตั๋วร่วม Samsung ให้มือถือแตะขึ้น BTS, BRT และเรือด่วนได้แล้ว ตั้งเป้าผู้ใช้ Samsung Wallet 1 ล้านราย

ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ สามารถเพิ่ม Rabbit Virtual Card ลงในแอป Samsung Wallet แล้วใช้มือถือแตะขึ้นรถไฟฟ้า BTS, รถโดยสารด่วนพิเศษ BRT และเรือด่วนเจ้าพระยาได้ หลัง Samsung ทยอยอัปเดตแอปเวอร์ชันใหม่ระหว่างวันที่ 20-26 ตุลาคม 2569 ถือเป็นครั้งแรกในไทยที่ใช้มือถือแตะขึ้นขนส่งสาธารณะกลุ่มนี้ได้

ประเด็นสำคัญ

  • ใช้รถไฟฟ้า 20 บาทเป็นประตูให้คนลองจ่ายผ่านมือถือ
  • ยังไม่หารายได้ แต่ใช้ Wallet ผูกลูกค้าไว้กับ Galaxy
  • ขยายไปสายสีม่วง, Airport Rail Link และรถเมล์ภายในสิ้นปี

Samsung มองว่า โครงการนี้แก้ปัญหาที่คนกรุงเทพฯ รอมานานกว่า 20 ปี คือระบบตั๋วร่วมที่ใช้บัตรใบเดียวขึ้นได้ทุกระบบ

สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ระบุว่าเป้าหมายคือทำให้การเดินทางเชื่อมต่อกันได้จริงโดยไม่ต้องรอโครงการตั๋วร่วม และภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า Samsung Wallet จะครอบคลุมขนส่งสาธารณะของกรุงเทพฯ ได้ทั้งหมด

ความร่วมมือครั้งนี้ทำร่วมกับบริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด ผู้ให้บริการบัตรแรบบิท ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

เหตุผลที่ Samsung เริ่มจากการเดินทาง มาจากความซับซ้อนของระบบขนส่งในเมือง โดย Samsung ระบุว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลมีประชากรรวมประชากรแฝงราว 11 ล้านคน มีการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะกว่า 4.5 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน ระบบรางมีผู้โดยสารเฉลี่ยราว 1.43 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน ซึ่งราว 46% ต้องเปลี่ยนสายอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ขณะที่การเดินทางทางน้ำมีผู้โดยสารราว 70,000 คนต่อวัน

จังหวะนี้ยังเป็นช่วงที่คนไทยจ่ายเงินผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่าเดือนกรกฎาคม 2569 มีธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ 4,567.57 ล้านรายการ มูลค่า 10.62 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ 7 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกรรมสะสม 30,027 ล้านรายการ เพิ่มขึ้น 10.49%

ใช้รถไฟฟ้า 20 บาทเป็นประตูให้คนลองจ่ายผ่านมือถือ

เพื่อดึงให้คนเริ่มใช้ Samsung มอบสิทธิ์เดินทางด้วยรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดสาย สำหรับ BTS สายสุขุมวิท, สายสีลม, สายสีทอง รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู จำกัด 10,000 บัตรแรก ได้รับ 2 สิทธิ์ต่อคนต่อบัตร ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

เงื่อนไขสำคัญคือต้องลงทะเบียนก่อนเดินทาง ซึ่งเปิดตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผ่าน SMS ที่มีค่าบริการครั้งละ 3 บาท หรือผ่าน LINE Official Account ของ Samsung Thailand เมื่อแตะผ่านประตู ระบบจะตัดค่าโดยสารตามจริงก่อน แล้วโอนเงินส่วนต่างคืนเข้า Rabbit Wallet ในวันถัดไป เช่น ถ้าค่าโดยสารจริงเป็น 90 บาท ผู้ใช้จะจ่ายจริงเพียง 20 บาท

Samsung ระบุว่าส่วนต่างค่าโดยสารเป็นการสนับสนุนร่วมกันระหว่าง Samsung และ BTS โดยจะติดตามพฤติกรรมการใช้งานจริงเพื่อพิจารณาเพิ่มสิทธิ์ในอนาคต ขณะที่ช่วงแรกจะไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรดิจิทัลหรือค่าบริการเพิ่ม และบัตร Virtual Card ใบแรกไม่มีค่าสมัคร

สิทธิโชคมองว่า 20 บาทเป็นมากกว่าโปรโมชัน เพราะใช้การเดินทางซึ่งเป็นกิจวัตรที่เกิดบ่อยที่สุดของคนกรุงเทพฯ สร้าง ‘Behavior Change’ ให้คนคุ้นกับการใช้งานต่อเนื่อง แล้วต่อยอดไปสู่บริการอื่น ทั้ง Boarding Pass, Digital Car Key และ Smart Living

ยังไม่หารายได้ แต่ใช้ Wallet ผูกลูกค้าไว้กับ Galaxy

ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 Samsung Wallet มีผู้ใช้ในไทยราว 460,000 Accounts เป็นผู้ใช้งานจริงราว 300,000 Accounts หรือ 65% เติบโตราว 2.5 เท่าจากปี 2568 โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้าน Accounts ภายในปีหน้า และดันสัดส่วนผู้ใช้งานจริงเป็น 80% ขณะที่ Samsung ระบุว่าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีมือถือที่รองรับ Samsung Wallet อยู่ราว 2.4 ล้านเครื่อง

ในธุรกิจ Wallet และระบบชำระเงิน รายได้มักมาจากค่าธรรมเนียมร้านค้าราว 2-3% แบบเดียวกับบัตรเครดิต แต่ Samsung ระบุว่ายังไม่มีแผนหารายได้จากส่วนนี้ในระยะสั้น หากเก็บในอนาคตจะเก็บจากร้านค้าในอัตราที่ต่ำมาก และจะไม่เก็บจากผู้บริโภค

ในภาพรวมของตลาดเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-money ซึ่งเริ่มต้นในไทยราวปี 2547 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าเคยมีสัดส่วนการชำระเงินรายย่อยสูงถึง 33% ในปี 2558 ก่อนบทบาทจะลดลงเมื่อคนคุ้นกับ PromptPay มากขึ้น ผู้ให้บริการกลุ่ม Non-Bank จึงหันไปพัฒนาระบบรับชำระเงินให้ร้านค้าและจับมือกับสถาบันการเงิน โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่ามูลค่าการชำระเงินผ่าน e-money อาจทยอยขึ้นไปเกิน 2 ล้านล้านบาท แต่การเติบโตในปี 2569 อาจชะลอลงมาที่ 13% ตามทิศทางการใช้จ่ายและเศรษฐกิจ

สิ่งที่ Samsung ได้กลับมาคือ ‘Ecosystem’ เพราะ Wallet ทำงานร่วมกับมือถือ, แท็บเล็ต และนาฬิกา เมื่อลูกค้าใช้บริการในระบบนี้มากขึ้น ความผูกพันกับแบรนด์ก็สูงขึ้น และเพิ่มโอกาสที่จะเลือก Samsung อีกในเครื่องถัดไป

วิธีสื่อสารก็เปลี่ยนตามไปด้วย Samsung ระบุว่าอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียทำให้การสร้างการรับรู้ในวงกว้างยากกว่าเดิม จึงลดงบโฆษณาออนไลน์ หันไปเน้นป้ายโฆษณา ณ จุดใช้งานจริงอย่างสถานีรถไฟฟ้า BTS และนำงบส่วนหนึ่งมาเปลี่ยนเป็นสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้โดยตรง

ขยายไปสายสีม่วง, Airport Rail Link และรถเมล์ภายในสิ้นปี

ปัจจุบัน Samsung Wallet ใช้แตะขึ้น BTS ได้ 3 เส้นทาง คือสายสุขุมวิท, สายสีลม และสายสีทอง นอกจากนี้ยังใช้กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู, รถ BRT ช่วงสาทร-ราชพฤกษ์ และใช้แตะซื้อตั๋วเรือที่ตู้อัตโนมัติใน 10 ท่าเรือ สำหรับเรือเจ้าพระยาทัวร์ริสท์โบ๊ทและเรือด่วนเจ้าพระยา

ภายในสิ้นปี 2569 Samsung ตั้งเป้าเพิ่มสายสีม่วง, สายสีแดง, สายสีน้ำเงิน, Airport Rail Link และรถเมล์ ขสมก. โดยการขยายสู่ MRT ในเฟสที่สองมีเป้าหมายเปิดใช้ภายในเดือนธันวาคม ซึ่งระบบจะเลือกบัตรที่เหมาะที่สุดให้อัตโนมัติเมื่อแตะ โดยผู้ใช้ไม่ต้องเปิดแอปหรือเลือกบัตรเอง

รูปแบบการใช้งานเป็นแบบ ‘Tap and Go’ ไม่ต้องเปิดหน้าจอและไม่ต้องใส่รหัส และ Samsung ระบุว่าแตะได้แม้แบตเตอรี่หมด โดยใช้ระบบ Samsung Knox ดูแลความปลอดภัยของข้อมูล เครื่องที่ใช้ได้ต้องเป็นเครื่องที่จำหน่ายในไทยเท่านั้น เพราะมีการปรับซอฟต์แวร์ให้เข้ากับระบบในประเทศ และต้องอัปเดตเป็น Android 14 และ One UI 6 ขึ้นไป

นอกจากการเดินทาง Samsung Wallet ยังใช้เป็น Boarding Pass ของการบินไทยและอีก 14 สายการบิน และใช้เป็นกุญแจรถดิจิทัลสำหรับ BMW, MINI, Mercedes-Benz, Volvo, Lotus, Denza และ BYD ในรุ่นที่รองรับ รวมถึงใช้แทนกุญแจบ้าน, คอนโด หรือบัตรพนักงาน ปัจจุบันมีบัตรจากสถาบันการเงิน 6 แบรนด์ที่ใช้งานได้ ส่วนบัตรนักเรียน, บัตรผู้สูงอายุ และการแตะจ่ายผ่าน Galaxy Watch อยู่ระหว่างพัฒนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...