โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่ใช่มะเร็ง! หญิงไอเรื้อรัง 3 ปี จนมีเลือด ก่อนพบต้นเหตุ ที่แท้จากของใช้ในห้องน้ำที่คนมักไม่สังเกต

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
หญิงวัย 39 ปี ไอเรื้อรังนาน 3 ปี จนป่วยหนักไอเป็นเลือด ก่อนพบติดเชื้อในปอด ต้นเหตุจากของใช้ในห้องน้ำ หลายคนมักมองข้าม

หญิงวัย 39 ปี ไอเรื้อรังนาน 3 ปี จนป่วยหนักไอเป็นเลือด ก่อนพบติดเชื้อในปอดต้นเหตุจากฝักบัวเก่ากว่า 10 ปี

อาการไอที่เริ่มต้นเพียงเล็กน้อย กลับกลายเป็นปัญหาสุขภาพยืดเยื้อนานถึง 3 ปี หญิงวัย 39 ปีเข้ารับการรักษาหลายครั้งและใช้ยาปฏิชีวนะหลายชนิด แต่อาการดีขึ้นเพียงชั่วคราว ก่อนแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อในปอดจากเชื้อกลุ่มที่อาศัยอยู่ในน้ำและสภาพแวดล้อมชื้น

ตามรายงานจากสื่อจีน หญิงแซ่หลี่ วัย 39 ปี มีอาการไอเรื้อรังและทรุดลงเรื่อย ๆ จากเดิมที่ไอเป็นครั้งคราว ต่อมาเริ่มมีเสมหะข้นสีเหลืองขาว บางช่วงมีเลือดสดปนออกมาด้วย สร้างความกังวลให้กับเธอและสมาชิกในครอบครัวอย่างมาก

ตลอดเวลาหลายปี เธอเดินทางไปพบแพทย์และเข้ารับการตรวจจากโรงพยาบาลหลายแห่ง การใช้ยาปฏิชีวนะช่วยให้อาการทุเลาลงเพียงระยะหนึ่ง ก่อนอาการไอจะกลับมาอีกครั้ง กระทั่งเนื้อเยื่อปอดได้รับความเสียหายรุนแรงและเธอถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่เพื่อตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด

ตรวจพบเชื้อ Mycobacterium avium ไม่ใช่มะเร็งหรือวัณโรค

หลังเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม แพทย์พบว่าเธอมีการติดเชื้อ Mycobacterium avium ซึ่งอยู่ในกลุ่มเชื้อไมโคแบคทีเรียที่ไม่ใช่วัณโรค หรือ Nontuberculous Mycobacteria: NTM เชื้อกลุ่มนี้แตกต่างจากเชื้อที่ก่อโรควัณโรค แม้อาการและภาพความผิดปกติของปอดบางอย่างอาจคล้ายกันได้

เชื้อ NTM พบได้ตามธรรมชาติในน้ำ ดิน ฝุ่น และบริเวณที่มีความชื้น คนทั่วไปอาจสัมผัสเชื้อเหล่านี้อยู่เป็นประจำโดยไม่เจ็บป่วย แต่ในคนบางกลุ่ม เชื้อสามารถเข้าไปตั้งหลักในปอด ก่อให้เกิดการอักเสบและความเสียหายที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น

การตรวจพบเชื้อเพียงครั้งเดียวไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยเป็นโรคปอดจาก NTM เสมอไป แพทย์ต้องพิจารณาร่วมกันทั้งอาการ ภาพเอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และผลตรวจเชื้อจากเสมหะตามเกณฑ์การวินิจฉัย เพื่อแยกการติดเชื้อจริงออกจากการปนเปื้อนหรือการมีเชื้อโดยไม่ก่อโรค

ต้นเหตุอาจซ่อนอยู่ในหัวฝักบัวที่ใช้มานานกว่า 10 ปี

หญิงรายนี้เล่าว่า เธอมักเปิดน้ำอุ่นทิ้งไว้จนห้องน้ำเต็มไปด้วยละอองน้ำ ก่อนเข้าไปอาบน้ำและผ่อนคลายเป็นประจำ สิ่งที่แพทย์ให้ความสนใจคือหัวฝักบัวภายในบ้านถูกใช้งานมานานกว่า 10 ปี โดยไม่เคยถอดออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม่

ภายในฝักบัวและท่อน้ำสามารถเกิดคราบจุลินทรีย์ที่เรียกว่า ไบโอฟิล์ม ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นเมือกเกาะอยู่บนพื้นผิว เชื้อไมโคแบคทีเรียบางชนิดสามารถอาศัยอยู่ในไบโอฟิล์มและทนต่อสภาพแวดล้อมภายในระบบประปาได้ดี

เมื่อเปิดฝักบัว เชื้อที่ปะปนอยู่ในน้ำอาจกระจายออกมาในรูปของละอองฝอยขนาดเล็กและถูกสูดเข้าไปในปอด งานวิจัยพบเชื้อไมโคแบคทีเรียในไบโอฟิล์มของฝักบัวหลายพื้นที่ และมีหลักฐานสนับสนุนว่าการสูดละอองน้ำอาจเป็นหนึ่งในเส้นทางการสัมผัสเชื้อ NTM

อย่างไรก็ตาม การพบเชื้อในฝักบัวไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้ทุกคนจะติดเชื้อ และไม่สามารถยืนยันว่าฝักบัวเป็นต้นเหตุของผู้ป่วยรายใดได้จากอายุหรือความสกปรกเพียงอย่างเดียว การเชื่อมโยงที่ชัดเจนจำเป็นต้องอาศัยผลตรวจเชื้อจากผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อมูลทางการแพทย์ประกอบกัน

เชื้อ NTM จากฝักบัวเข้าสู่ปอดได้อย่างไร?

เชื้อ NTM สามารถอาศัยอยู่ในน้ำและบริเวณชื้น เช่น ระบบประปา ท่อน้ำ ก๊อกน้ำ และฝักบัว เมื่อกระแสน้ำแตกตัวเป็นละอองฝอยขณะอาบน้ำ เชื้อที่ปะปนอยู่ในน้ำอาจลอยอยู่ในอากาศและถูกสูดเข้าสู่ทางเดินหายใจ

คำว่า “ไอน้ำ” มักถูกใช้เรียกรวม ๆ แต่สิ่งที่อาจพาเชื้อเข้าสู่ร่างกายจริงคือหยดน้ำหรือละอองฝอย ไม่ใช่ไอน้ำบริสุทธิ์ในสถานะแก๊ส ห้องน้ำที่ปิดมิดชิดและระบายอากาศไม่ดีอาจทำให้ละอองเหล่านี้สะสมอยู่ได้นานขึ้น

คนส่วนใหญ่ที่สูดเชื้อเข้าไปจะไม่เกิดโรค เพราะระบบภูมิคุ้มกันและกลไกของปอดสามารถกำจัดเชื้อได้ แต่ผู้ที่มีโครงสร้างปอดผิดปกติหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดความเสียหายเรื้อรังมากกว่า

อาการโรคปอดจากเชื้อ NTM มีอะไรบ้าง?

โรคปอดจากเชื้อ NTM มักดำเนินไปอย่างช้า ๆ อาการจึงอาจคล้ายโรคทางเดินหายใจอื่น ทั้งวัณโรค หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ หรือโรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการต่อเนื่องนานหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะได้รับการวินิจฉัย

  • ไอเรื้อรังหรือไอมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีเสมหะต่อเนื่อง
  • ไอหรือเสมหะมีเลือดปน
  • หายใจไม่อิ่มหรือเหนื่อยง่าย
  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลด
  • มีไข้ต่ำหรือเหงื่อออกตอนกลางคืนในบางราย

อาการเหล่านี้ไม่ได้ชี้เฉพาะว่าเป็นการติดเชื้อ NTM เพราะอาจเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน หากไอต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด น้ำหนักลด หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือมีอาการทรุดลง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเองซ้ำ ๆ

เชื้อ Mycobacterium avium ติดต่อจากคนสู่คนหรือไม่?

โดยทั่วไป โรคปอดจากเชื้อ NTM ไม่ถือเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คนเหมือนวัณโรค ผู้ป่วยมักได้รับเชื้อจากสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ ดิน หรือฝุ่น อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจแยกโรค เพราะอาการบางอย่างอาจคล้ายวัณโรคซึ่งสามารถแพร่กระจายได้

การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยแพทย์และห้องปฏิบัติการ ไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียว หากตรวจพบเชื้อ แพทย์จะประเมินชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของโรค สุขภาพโดยรวม และความเสี่ยงจากการรักษาก่อนวางแผนดูแล

ใครบ้างเสี่ยงเป็นโรคปอดจากเชื้อ NTM?

แม้ทุกคนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ NTM แต่คนส่วนใหญ่ไม่เกิดโรค กลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือผู้ที่มีโรคปอดเดิม หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เพราะปอดอาจกำจัดเชื้อได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป

  • ผู้ที่เป็นโรคหลอดลมโป่งพอง
  • ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือ COPD
  • ผู้ที่เคยเป็นวัณโรคหรือมีแผลเป็นในปอด
  • ผู้ป่วยโรคซิสติกไฟโบรซิส
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคปอดร่วมด้วย
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือมีประวัติสูบบุหรี่เป็นเวลานาน

สำหรับคนสุขภาพแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือหยุดใช้ฝักบัว เพราะการมีเชื้ออยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ได้แปลว่าจะเกิดโรคเสมอไป สิ่งสำคัญคือการรักษาความสะอาด ลดการสะสมของคราบ และสังเกตอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ

นอกจากหัวฝักบัว เชื้อ NTM อาจพบได้ที่ไหนในบ้าน?

เชื้อ NTM สามารถพบในระบบน้ำและพื้นผิวชื้นหลายจุดภายในบ้าน เช่น ท่อน้ำ ก๊อกน้ำ อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ และถังเก็บน้ำ นอกจากนี้ยังพบในดิน ฝุ่น และวัสดุปลูกต้นไม้ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจึงควรลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดละอองน้ำหรือฝุ่นฟุ้งกระจายมากเกินไป

เครื่องเพิ่มความชื้นที่ไม่ได้ทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิตอาจสะสมคราบและจุลินทรีย์ ก่อนกระจายสิ่งปนเปื้อนออกมากับละอองน้ำ ควรเปลี่ยนน้ำและทำความสะอาดอุปกรณ์สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้น้ำค้างอยู่ในถังเป็นเวลานาน

สำหรับดินปลูกต้นไม้ ควรทำให้ดินชื้นเล็กน้อยก่อนพรวนเพื่อลดฝุ่น สวมถุงมือ และล้างมือหลังสัมผัส ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจพิจารณาสวมหน้ากากที่กระชับขณะจัดการดินหรือวัสดุปลูก

วิธีดูแลและทำความสะอาดหัวฝักบัว ลดการสะสมของคราบ

ยังไม่มีคำแนะนำสากลว่าทุกบ้านต้องเปลี่ยนหัวฝักบัวทุก 3 เดือน เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำ วัสดุ สภาพอุปกรณ์ และคำแนะนำของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม หากหัวฝักบัวมีคราบหนา อุดตัน แตก รั่ว หรือไม่สามารถถอดทำความสะอาดได้ ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่

  • ถอดทำความสะอาดตามคู่มือของผู้ผลิตเป็นระยะ
  • ขัดคราบตะกรันและคราบเมือกที่มองเห็นได้
  • ล้างและผึ่งชิ้นส่วนให้แห้งก่อนประกอบกลับ
  • หลีกเลี่ยงการผสมน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิด โดยเฉพาะสารฟอกขาวกับกรดหรือน้ำส้มสายชู
  • เปลี่ยนฝักบัวเมื่อชำรุด มีคราบฝังแน่น หรือทำความสะอาดไม่ได้
  • เปิดพัดลมดูดอากาศหรือหน้าต่างขณะอาบน้ำ เพื่อลดความชื้นและละอองสะสม

น้ำส้มสายชูอาจช่วยละลายคราบตะกรันบางประเภท แต่ไม่ควรกล่าวว่าเป็นวิธีกำจัดเชื้อ NTM ได้ทั้งหมด เพราะเชื้อกลุ่มนี้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมและสารฆ่าเชื้อบางชนิดได้ดี หากเป็นผู้ป่วย NTM หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีลดการสัมผัสที่เหมาะกับสุขภาพและสภาพบ้านของตนเอง

อาบน้ำอย่างไรให้ปลอดภัยและลดการสูดละอองน้ำ?

ควรเลือกอุณหภูมิน้ำที่รู้สึกสบาย ไม่ร้อนจัดจนผิวหนังระคายเคือง เวียนศีรษะ หรือหน้ามืด พร้อมเปิดระบบระบายอากาศระหว่างอาบน้ำ โดยเฉพาะห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างหรือเป็นพื้นที่ปิดขนาดเล็ก

ไม่จำเป็นต้องยึดลำดับว่าต้องล้างหน้า อาบตัว และสระผมตามขั้นตอนตายตัว เพราะยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ชัดเจนว่าลำดับดังกล่าวช่วยป้องกันโรคปอดหรือความผิดปกติของหลอดเลือด สิ่งที่สำคัญกว่าคืออุณหภูมิที่เหมาะสม ความสะอาดของอุปกรณ์ และการระบายอากาศภายในห้องน้ำ

ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคปอดจาก NTM หรือมีความเสี่ยงสูง อาจต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดละอองฝอย เปิดประตูหรือหน้าต่าง และหลีกเลี่ยงการสูดละอองน้ำอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน

โรคปอดจากเชื้อ NTM รักษาอย่างไร?

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อ ความรุนแรงของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย บางรายอาจยังไม่ต้องเริ่มยาทันที แต่ต้องติดตามอาการ ภาพปอด และผลตรวจเสมหะอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยซึ่งโรคลุกลามอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะหลายชนิดร่วมกันเป็นระยะเวลานาน

เชื้อกลุ่มนี้รักษาได้ยากกว่าการติดเชื้อแบคทีเรียทั่วไปและอาจดื้อต่อยาหลายชนิด ผู้ป่วยจึงไม่ควรหยุดยา เพิ่มยา หรือซื้อยารับประทานเอง เพราะนอกจากอาจไม่ได้ผลแล้ว ยังเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและทำให้การรักษาซับซ้อนขึ้น

ไอเรื้อรังอย่ามองข้าม แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกกับฝักบัวทุกบ้าน

กรณีหญิงวัย 39 ปีที่ไอเรื้อรังนาน 3 ปี เป็นเครื่องเตือนใจว่าอาการไอซึ่งไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำอาจมีสาเหตุที่ซับซ้อนกว่าหวัดทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อมีเสมหะเป็นเลือด น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย หรือผลการรักษาไม่เป็นไปตามคาด ควรพบแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจเพื่อตรวจอย่างละเอียด

เชื้อ Mycobacterium avium และเชื้อ NTM พบได้ตามน้ำ ดิน และสิ่งแวดล้อมชื้น รวมถึงไบโอฟิล์มในระบบประปา แต่การสัมผัสไม่ได้ทำให้ทุกคนป่วย การดูแลอุปกรณ์ให้สะอาด เปิดทางระบายอากาศ และไม่ปล่อยให้ฝักบัวมีคราบสะสมเป็นเวลานาน เป็นวิธีดูแลบ้านที่ทำได้โดยไม่ต้องตื่นกลัวเกินความจำเป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...