โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เช็กเงื่อนไขใหม่! เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566 ฉบับล่าสุด ใครมีสิทธิได้รับบ้าง ต้องทำอย่างไร

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ส.ค. 2566 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2566 เวลา 03.06 น. • The Bangkok Insight

เช็กเงื่อนไขใหม่! เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566 ฉบับล่าสุด ใครมีสิทธิได้รับบ้าง ต้องทำอย่างไร

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยประกาศ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566 ฉบับใหม่ ที่ปรับปรุงว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2566 จากเดิมที่ผู้สูงอายุทุกคนจะได้รับสวัสดิการดังกล่าว จะเหลือเพียงผู้สูงอายุที่เข้าหลักเกณฑ์เท่านั้น แล้ว จะมีใครบ้าง ที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และมีขั้นตอนการขอรับสิทธิอย่างไร ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง มีรายละเอียดดังนี้

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566

  • มีสัญชาติไทย
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ยืนยันสิทธิขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น
  • เป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ขั้นตอนการยืนยันสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566

บุคคลที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ให้ยืนยันสิทธิโดยไม่ต้องลงทะเบียน และให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอำนวยความสะดวกโดยการแจ้งไปยังผู้สูงอายุที่มีสิทธิ หากผู้สูงอายุมีประสงค์ที่จะรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้แนบเอกสารข้อมูลเพื่อยืนยันสิทธิของตนเองไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ดังต่อไปนี้

  • แบบยืนยันสิทธิการขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร สำหรับกรณีที่ผู้ประสงค์ร้องขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคาร

ในกรณีมีความจำเป็นที่ผู้สูงอายุไม่สามารถแจ้งความประสงค์การรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยตนเองได้ตามวรรคหนึ่ง อาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้บุคคลอื่นเป็นผู้ไปแจ้งความประสงค์การรับเงินเบี้ยยังชีพแทนผู้สูงอายุก็ได้

ลงทะเบียนรับสิทธิต้องทำอย่างไร

ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 59 ปีบริบูรณ์สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ของปีนั้น และเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปีถัดไป ก็จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุตั้งแต่เดือน ตุลาคม ในปีนั้น ๆ โดยสามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเอง ได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายนของทุกปี

ทั้งนี้ผู้สูงอายุสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่เดือน ตุลาคม ของทุกปี เป็นต้นไป โดยจะต้องเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน – 1 ตุลาคม ของปีนั้น ๆ จึงจะลงทะเบียนล่วงหน้าได้ โดยเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพถัดจากเดือนที่มีอายุครบ 60 ปี นั่นก็คือ เดือน ตุลาคม ปีนั้น ซึ่งก็คือ อายุครบ 60 ปีเดือน ตุลาคม 2565 นั่นเอง

เบี้ยผู้สูงอายุ 2567 ลงทะเบียนเมื่อไหร่

สำหรับใครที่กำลังจะอายุครบ 60 ปี ในปี 2567 หรือลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพคนชราไม่ทันในปีที่ผ่านมา สามารถลงทะเบียนได้ ตั้งแต่ ตุลาคม 2565 – กันยายน 2566

โดยลงทะเบียนได้ที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามภูมิลำเนาของตัวเอง คือ

  • กรุงเทพฯ : สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ
  • ต่างจังหวัด : สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

แต่ตามกฎหมายเบี้ยผู้สูงอายุซึ่งออกมาใหม่ ส.ค. 2566 ผู้สูงอายุที่ครบ 60 ปี ให้ยืนยันสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยไม่ต้องลงทะเบียน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำนวยความสะดวกโดยการแจ้งไปยังผู้สูงอายุที่มีสิทธิ และหากผู้สูงอายุมีความประสงค์ที่จะรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้แนบเอกสารหลักฐานข้อมูล เพื่อยืนยันสิทธิตนเอง

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566

หลักฐานการลงทะเบียนรับสิทธิ

การเตรียมหลักฐานเพื่อลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะต้องเตรียมเอกสาร ประกอบด้วย

1.กรณีลงทะเบียนด้วยตนเอง

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด

  • สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด

  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์) จำนวน 1 ชุด

2.กรณีผู้สูงอายุไม่สามารถไปลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม คือ

  • หนังสือมอบอำนาจ (ยื่นแบบฟอร์มให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด

  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566

ขั้นตอนการยื่นขึ้นทะเบียน

การยื่นขึ้นทะเบียนและแนวทางการปฏิบัติของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย

  • ประกาศและประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุทราบสิทธิของตนเอง

  • ลงทะเบียนตามวัน เวลา สถานที่ที่กำหนด (ในวันและเวลาราชการ)

  • ให้ผู้สูงอายุลงทะเบียนได้ตามแบบรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ด้วยตนเอง

สถานที่ในการขึ้นทะเบียน

  • จุดบริการ ใน กทม. สำนักงานเขต 50 เขต

  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

  • อบต.(องค์การบริหารส่วนตำบล) หรือ เทศบาลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ทั้งนี้ การรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้น ผู้สูงอายุสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทน

ปฏิทินการจ่ายเงิน

สำหรับการรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2566 ภาครัฐจะโอนเงินให้ทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน หากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะจ่ายให้ในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น และเป็นการจ่ายรายเดือนแบบขั้นบันได ดังนี้

  • ผู้สูงอายุ อายุ 60-69 ปี ได้รับ 600 บาท

  • ผู้สูงอายุ อายุ 70-79 ปี ได้รับ 700 บาท

  • ผู้สูงอายุ อายุ 80-89 ปี ได้รับ 800 บาท

  • ผู้สูงอายุ อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับ 1,000 บาท

ขณะที่ได้รับเงินไม่ตรงวันที่ 10 ในแต่ละเดือน โดยในปีนี้ภาครัฐจะโอนเงินเข้าบัญชีตามวันที่ ดังต่อไปนี้

  • สิงหาคม 2566 : วันพฤหัสบดีที่ 10 ส.ค.2566

  • กันยายน 2566 : วันศุกร์ที่ 8 ก.ย.2566

  • ตุลาคม 2566 : วันอังคารที่ 10 ต.ค.2566

  • พฤศจิกายน 2566 : วันศุกร์ที่ 10 พ.ย.2566

  • ธันวาคม 2566 : วันศุกร์ที่ 8 ธ.ค.2566

อ้างอิงข้อมูล : สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)(สพร.), กรมกิจการผู้สูงอายุ,

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...