โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนี้ครัวเรือนคืออะไร กระทบหุ้นไฟแนนซ์-ธนาคาร อย่างไร ?

ทันข่าว Today

เผยแพร่ 30 ก.ย 2566 เวลา 11.00 น. • ทันข่าว Today

จากข้อมูลสินเชื่อในระบบที่อยู่ในเครดิตบูโรในปัจจุบัน (ตัวเลข เดือนมี.ค. 2565) คนไทยที่มีหนี้สูงถึง 37% หรือคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของประชากรไทย โดย 57% ของคนไทยที่มีหนี้ มีหนี้เกิน 100,000 บาท และสัดส่วนคนที่มีหนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาหลายปี
แม้เศรษฐกิจอาจเริ่มมีการฟื้นตัว แต่ก็ยังมีอยู่หลายภาคส่วนที่ยังได้รับผลกระทบอยู่ ปัญหาเหล่านี้ส่งต่อการลงทุนในหุ้นหรือไม่ บล.บัวหลวง อธิบายและวิเคราะห์ปัญหาเหล่านี้ ไว้ดังนี้
หนี้ครัวเรือน คือ หนี้เงินกู้ส่วนบุคคลที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน และบุคคลอื่นนอกครัวเรือน เช่น หนี้เช่าซื้อ การซื้อสินค้าเงินผ่อน การซื้อเชื่อสินค้าจากร้านค้า การจํานํา การจํานอง โดยแบ่งหนี้ออกเป็น 2 ประเภทกว้าง ๆ ได้แก่
1. หนี้ที่ไม่สร้างรายได้ (Non-productive loan) หรือหนี้พึงระวัง คือ หนี้อุปโภคบริโภค และหนี้จากการจับจ่ายซื้อของที่เกินฐานะ
2. หนี้ที่สร้างรายได้ (Productive loan) หรือหนี้ดี คือ หนี้เพื่อการศึกษา หนี้ที่อยู่อาศัย หนี้ซื้อขาย/ที่ดิน หนี้ทำการเกษตร หนี้ทำธุรกิจ เพื่อซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพ
จากผลการสำรวจครัวเรือนทั่วประเทศพบว่า มีหนี้สินเฉลี่ยต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น จาก 134,900 บาท ในปี 2554 เป็น 205,679 บาท ในปี 2564 โดยส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นมาจากหนี้สินเพื่อใช้จ่ายในครัวเรือน, หนี้สินที่ใช้ในการทำธุรกิจ (การเกษตร) ส่วนหนี้อื่น ๆ มีเพียงเล็กน้อย
อย่างไรก็ดีในปี 2564 ครัวเรือนเกินครึ่งเป็นครัวเรือนที่มีหนี้สิน 51.5% โดยมีจำนวนหนี้สินเฉลี่ย 205,679 บาทต่อครัวเรือน (การก่อหนี้เพื่อใช้ในครัวเรือน 155,166 บาท และการลงทุนและอื่น ๆ 50,513 บาท
ปัจจุบันเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวชัดเจน ส่งผลให้รายได้ของลูกหนี้เริ่มกลับมาดีขึ้น ขณะที่รายได้ลูกหนี้บางกลุ่มยังฟื้นตัวช้า ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงออกมาตรการที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจเพื่อดูแลหนี้ครัวเรือนให้ตรงจุดและยั่งยืนขึ้น โดยจะทำการยกระดับมาตรฐานธุรกิจการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้
สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
1. ผู้ให้บริการต้องให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมแก่ลูกหนี้ตลอดวงจรหนี้
2. ผู้ให้บริการต้องดูแลลูกหนี้ที่เข้าข่ายเป็นหนี้เรื้อรัง (จ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา)
▪️ ปัญหาเหล่านี้กระทบหุ้นไฟแนนซ์และหุ้นธนาคารอย่างไร สรุปสั้น ๆ ได้แบบนี้

1. จากการเป็นหนี้ภาคครัวเรือนจำนวนมาก อาจส่งผลให้มีผู้ที่ก่อให้เกิดภาวะหนี้เสีย (NPL) มากขึ้น และส่งผลให้ธนาคารเกิดการขาดรายได้จากดอกเบี้ยปล่อยกู้ โดยเฉพาะที่เกิดในช่วงโควิด-19 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ส่วนบุคคล และหนี้ในภาคเกษตร
หนี้ที่เป็นปัญหาเรื้อรัง ยังไม่เป็นหนี้เสีย อาจก่อให้เกิด NPL สูงขึ้นในอนาคต จากผู้ที่กู้หนี้ใหม่ไปจ่ายหนี้เก่า
หนี้ใหม่ที่เพิ่มขึ้นเร็วและอาจเป็นหนี้เสียหรือหนี้เรื้อรังในอนาคต ได้แก่ หนี้ภาคเกษตร หนี้บัตรเครดิต และหนี้ส่วนบุคคล
หนี้นอกระบบ อาจดึงหนี้ในระบบให้เป็นปัญหาไปด้วย
2. การเพิ่มมาตรการปล่อยสินเชื่อให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ส่งผลให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้ลดลง ซึ่งรายได้หลักจากธนาคารที่มาจากการปล่อยสินเชื่อก็ลดลงไปด้วย แต่ก็จะส่งผลให้หนี้เสีย (NPL) ลดลงในระยะยาว
ที่มา : บล.บัวหลวง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...