โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เศรษฐา” ปลุกท่องเที่ยวจ่อฟรีวีซ่าจีนถาวร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ต.ค. 2566 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2566 เวลา 23.47 น.

นายกฯเศรษฐาเคลื่อนทัพปลุกการค้า ลงทุน ท่องเที่ยว จ่อยกเว้นวีซ่าให้จีนถาวร พ่วงไต้หวัน-อินเดีย ยกเลิกใบ ตม.6 ให้มาเลย์ที่เข้าด่านสะเดา ททท.จับมือ 8 พันธมิตรจีนคืนความเชื่อมั่น “สภาท่องเที่ยวฯ-แอตต้า” วอนย้ำเมืองไทยปลอดภัย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (letter of intent : LOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 8 พันธมิตรบริษัทด้านสื่อและท่องเที่ยวรายใหญ่ของจีนว่า นับเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนจะมีความสัมพันธ์กันที่แน่นแฟ้นขึ้น

โดยรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนอย่างมาก รวมถึงส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม และการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้นักท่องเที่ยวจีนให้มากยิ่งขึ้น

ย้ำไทยพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวจีน

นายเศรษฐากล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้มีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว (visa exemption) ให้นักท่องเที่ยวจีนไปตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 ไปจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยส่งเสริมให้การเดินทางไปมาระหว่าง 2 ประเทศดียิ่งขึ้น

“ระยะต่อไปที่กำลังพิจารณาอยู่คือ มีแผนจะยกเว้นวีซ่าให้ชาวจีนเป็นการถาวรต่อไป ผมเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยสูง พร้อมอำนวยความสะดวก และดูแลนักท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มที่” นายเศรษฐากล่าว และว่า

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อให้ท่องเที่ยวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล โดยนักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับความสะดวกและปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

ทะลวงด่านทางอากาศ-ทางบก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ข้อมูลว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลในประเด็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มเติม ทั้งสำหรับการเดินทางทางอากาศ ด้วยมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (visa exemption) และด่านทางบก

โดยในส่วนของมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือวีซ่าฟรี นั้น ที่ผ่านมาได้ใช้กับตลาดนักท่องเที่ยวจีนไปแล้ว โดยมีระยะเวลา 5 เดือน คือตั้งแต่ 25 กันยายน 2566-สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 นั้น ขณะนี้นายกฯ เศรษฐาแจ้งว่ารัฐบาลกำลังทำการบ้านเพื่อพิจารณายกเว้นเป็นการถาวรในระยะต่อไป

ขณะเดียวกัน ยังมีแผนเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวตลาดไต้หวันและอินเดีย ด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือ visa exemption เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวตลาดจีน รวมถึงยังมีแผนอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้าไทยผ่านด่านทางบกทางด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา โดยให้ยกเว้นการกรอกเอกสารใบ ตม.6 หรือเอกสารที่ใช้กรอกเวลาเข้า-ออกประเทศไทยเป็นกรณีพิเศษ เช่นเดียวกับการเดินทางทางอากาศที่ได้ยกเลิกไปแล้ว

มาตรการนี้จะทำให้การเดินทางทางรถยนต์ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมาเลเซียนิยมเดินทางเข้าประเทศผ่านด่านสะเดา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทั้งหมด หรือประมาณ 1.23-1.3 ล้านคน จากจำนวน 3.1 ล้านคนที่เดินทางเข้าไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน

“ตอนนี้ในช่วงวันหยุด หรือวันศุกร์และวันเสาร์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ผ่านด่านสะเดาเจอปัญหาคอขวดหน้าด่านค่อนข้างมาก” นางสาวฐาปนีย์กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้อนุมัติขยายเวลาการพำนักของนักท่องเที่ยวรัสเซีย จาก 30 วันเป็น 90 วัน ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566-30 เมษายน 2567 เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในประเทศไทยนานขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

เปิด สนง.ใหม่เชื่อมเมืองรอง

นางสาวฐาปนีย์กล่าวด้วยว่า สำหรับตลาดจีนนั้นยังได้ข้อมูลด้วยว่า นายกฯ เศรษฐาได้หารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าประเทศไทยได้ยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนเป็นการชั่วคราวแล้ว จึงขอให้ฝ่ายจีนพิจารณายกเว้นวีซ่าให้ชาวไทยด้วย ซึ่งประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากปัจจุบันจีนเองก็เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ทั้งในเมืองหลักและเมืองรองมากขึ้น

ดังนั้น หากมีการเดินทางระหว่างกันทั้ง 2 ขา จะยิ่งส่งเสริมให้มีการเปิดเที่ยวบินใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการเดินทางเชื่อมโยงไปเมืองรองระหว่างของจีนและของไทย ขณะนี้ ททท.ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดสำนักงานแห่งที่ 6 ในจีน ที่เมืองหนานหนิง เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางสู่เมืองรอง รวมถึงเป็นการอำนวยความสะดวกและดูแลนักท่องเที่ยวจีนให้ได้ทั่วถึง

“ตอนนี้นโยบายเรื่องการท่องเที่ยวมาแรงมาก ททท.ต้องตั้งรับและพร้อมที่จะขับเคลื่อนตามนโยบายให้เร็วด้วย ที่ผ่านมา ท่านนายกฯ เศรษฐาเน้นย้ำว่า 3 เรื่องต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันคือ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยลงทุนเพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น รวมถึงการขยายสู่เมืองรอง เพื่อช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวให้กระจายไปสู่เมืองรองด้วย”

ผนึกพันธมิตรเรียกคืนเชื่อมั่น

นางสาวฐาปนีย์กล่าวอีกว่า เช่นเดียวกับแผนการลงนามแสดงเจตจำนง (LOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับบริษัทชั้นนำของจีน 8 บริษัท ประกอบด้วย Huawei Technologies, Trip.com Group, Meituan.com, Spring Airlines, Sina News, Alipay, iQIYI และ Jego Trip นั้น เป็นส่วนหนึ่งในการเร่งขับเคลื่อนด้านการสื่อสารภาพลักษณ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนตามนโยบายรัฐบาลเช่นกัน

โดย 8 พันธมิตรนี้มีครอบคลุมตลอด customer journey ตั้งแต่ต้นทางในการสร้างการรับรู้ จนถึงการเดินทางสู่ประเทศไทย และยังรวมถึงการอำนวยความสะดวกระหว่างการเดินทางในประเทศไทย ที่สำคัญเครือข่ายของพันธมิตรดังกล่าวสามารถเข้าถึงประชากรจีนกว่า 800-900 ล้านคนทั่วประเทศ

อาทิ Sina Cooperation เป็นบริษัทสื่อออนไลน์และเทคโนโลยี มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านแอ็กเคานต์ทั่วโลก และเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม weibo หนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน Trip.com เป็นผู้ให้บริการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ที่มีสัดส่วนตลาดมากที่สุดในจีนและทั่วโลก Ant International (Alipay) เป็นผู้ให้บริการออนไลน์แบงกิ้งบริษัทลูกของอาลีบาบา มีผู้ใช้มากกว่า 600 ล้านคนในจีน เหม่ยถวน (Meituan.com) คือแอปพลิเคชั่นรีวิว มีความโดดเด่นด้านคูปองส่วนลดยอดนิยมของจีน อ้ายฉีอี้ (iQIYI) เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอเอ็นเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์อันดับ 1 ของจีน เป็นต้น

“ตอนนี้โจทย์สำคัญของเราคือ การเร่งสื่อสารภาพลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นสำหรับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพของพันธมิตรดังกล่าวจะทำให้เราเรียกคืนความเชื่อมั่นและมีผลตอบรับด้านการขายด้วยได้แน่นอน” นางสาวฐาปนีย์กล่าว

เอกชนย้ำ “เมืองไทยปลอดภัย”

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสากรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากที่รัฐบาลโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่นำทีมนักธุรกิจไปเยือนผู้นำจีนด้วยตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นในประเทศไทยมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังเป็นปัญหาในขณะนี้คือ สายการบินยังกลับมาให้บริการไม่เต็มที่

ขณะที่นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวเสริมว่า ประเด็นใหญ่ที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการคือ เร่งการสื่อสารโดยย้ำเมสเสจว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวได้ปกติ และทั่วโลกก็เชื่อมั่นในประเทศไทย โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวแล้วกว่า 21 ล้านคน

“ส่วนตัวมองว่าการพยายามอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการยกเว้นวีซ่าก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ประเด็นเรื่องของข่าวเฟกนิวส์ว่ามาเที่ยวประเทศไทยแล้วไม่ปลอดภัย เป็นเรื่องเร่งด่วนที่เราต้องช่วยกันสื่อสารก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยทำควบคู่กับการทยอยปลดล็อกเรื่องวีซ่า” นายศิษฎิวัชรกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...