โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล ละสังขารอย่างสงบ ศิษย์น้อมกราบถวายความอาลัย

อีจัน

อัพเดต 27 ก.ย 2566 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2566 เวลา 08.14 น. • อีจัน

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระพรหมวชิรคุณ หรือ หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล เจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) ได้ละสังขารอย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เวลา 17.24 น. สิริอายุ 89 ปี 59 พรรษา

หลวงปู่ไพบูลย์ ท่านมีนามเดิมว่า “ไพบูลย์ สิทธิ” เกิดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2477 เป็นบุตรของคหบดีชาวอำเภอเกาะคา โยมบิดา-มารดาชื่อ นายกองแก้ว และนางคำสิทธิ ท่านเป็นบุตรคนสุดท้อง และด้วยความที่โยมพ่อของท่านมีอาชีพเป็นแพทย์แผนโบราณ ทำให้เด็กชายไพบูลย์เกิดความเคยชินและคุ้นเคยกับภาพชีวิตที่วนเวียนอยู่กับ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย จนมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครสามารถห้ามความตายหรือหนีพ้นความตายได้

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล

ท่านคิดอยู่แต่จะหาทางออก หาวิธีให้หลุดพ้นจากวงเวียนชีวิตแล้ว ท่านยังมีความสงสารไม่อยากเห็นความเจ็บ ไม่อยากเห็นความตาย ไม่อยากให้ใครเจ็บและไม่อยากให้ใครตาย เมื่อท่านเห็นคนเจ็บมาให้พ่อของท่านรักษา ท่านก็จะรีบเข้าไปช่วย บางครั้งเมื่อท่านเห็นว่ามีชาวบ้านเอากุ้งหอยปูปลาใส่ข้องใส่กระบุงมาวางขาย ท่านก็จะรบเร้าแม่ของท่านให้ซื้อไปปล่อย ด้วยอุปนิสัยนี้พ่อและแม่จึงเริ่มจับสังเกตุท่านพร้อมกับนำเรื่องนี้ไปปรึกษาครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ ซึ่งหลายท่านพูดเหมือนกันว่า “ลูกชายคนนี้ต้องบวช เพราะวาสนาบารมีของเขาสร้างสมอบรมมาทางนี้”

จากนั้นเส้นทางชีวิตของท่านได้ดำเนินไปตามแนวทางของพ่อแม่่ คือ เรียน ทำงาน และบวชเมื่ออายุถึงเกณฑ์ ขณะเดียวกันพ่อแม่ของท่านคิดว่าหลังจากการบวชครั้งนี้เมื่อสึกออกมาลูกชายจะได้มีครอบครัว มีบุตรไว้สืบสกุล แต่สำหรับท่านแล้วการบวชครั้งนี้เป็นการชิมลางเท่านั้้น

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล

จนเมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2507 อายุครบ 30 ปีบริบูรณ์จึงได้ปิดฉากชีวิตในทางโลกด้วยการอุปสมบทอีกครั้ง ณ วัดป่าสำราญนิวาส ตำบลเกาะคา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยมีพระครูธรรมวิวัฒน์ วัดเชตวัน จังหวัดลำปางเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “สุมังคโล” ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้มีมงคลดีพร้อม" และในปี พ.ศ. 2513 หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล ได้มีโอกาสพบกับ พระอาจารย์ทอง ที่เดินทางมาจากวัดอโศการาม จึงได้ชักชวน์กันออกเดินธุดงค์หาความวิเวก จนเดินผ่านมาถึง จ.พะเยา ได้พักบำเพ็ญสมณธรรมอยู่วัดร้างและจำพรรษา ณ วัดร้างแห่งนี้ ชาวบ้านแถบนั้นได้มาทำบุญฟังเทศน์ เกิดความเลื่อมใสศรัทธา พากันอาราธนาให้ท่านอยู่ ช่วยบูรณะวัดร้างขึ้นใหม่ อยู่ช่วยปฏิสังขรณ์วัดร้าง จากสภาพวัดร้าง จนมีสภาพดีขึ้นตามลำดับ พร้อมกันนี้ได้ยื่นหนังสือขอสร้างวัดไปยังกรมการศาสนา ได้รับอนุญาต ให้สร้างเป็นวัดในพระพุทธศาสนา มีนาม "วัดรัตนวนาราม"

หลวงปู่ไพบูลย์ สุมังคโล

ต่อมาได้มี ชาวบ้านจากบ้านสันป่าม่วง บ้านสันบัวบก บ้านสันป่าบง เข้ามาอาราธนาท่านไปดูสถานที่สำคัญ บนดอยสูง ฝั่งกว๊านพะเยาด้านตะวันตก เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ไว้เป็นที่บำเพ็ญกุศลของชาวบ้าน และใช้ชื่อว่าสำนักสงฆ์อนาลโย สำนักสงฆ์เล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากการใช้เพิงผาเป็นที่ปฏิบัติธรรม ค่อยๆ ปรับปรุงโดยเพิ่มยกแค่ให้สูงพอกันสัตว์เลื้อยคลาน ต่อมาก็เป็นกระต๊อบ มีฝา มีหลังคา จนในที่สุดได้พัฒนากลายมาเป็น “วัดอนาลโยทิพยาราม” ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ หลวงปู่ไพบูลย์ เป็นพระเถระที่มีลูกศิษย์เลื่อมใสในปฏิปทาของท่านจำนวนมาก เป็นพระกัมมัฏฐานในสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านมีความเคร่งครัดต่อการฝึกฝนวิปัสสนากรรมฐาน มีวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย ยให้การอบรมศีลธรรมแก่สาธุชนที่เข้ามาทำบุญฟังธรรม เน้นให้ประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ตามหลักเบญจศีล และเบญจธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...