เปิดเส้นทางทำตามฝัน 'อัยการมิ้น' สุดมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ เผยเคล็ดลับสอบบรรจุได้ในครั้งแรก
เปิดเส้นทางทำตามฝัน ‘อัยการมิ้น’ สุดมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ เผยเคล็ดลับสอบบรรจุได้ในครั้งแรก
จากกรณีที่ นายผดุงเกียรติ พรหมแก้ว อดีต จนท.รปภ.ม.รามคำแหง (สังกัด อผศ.) สอบติดอัยการผู้ช่วย (รุ่น 64) สนามใหญ่ ลำดับ 47 จนเรียกเสียงชื่นชมจากโลกออนไลน์เป็นจำนวนมากนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คนแห่ชื่นชม อดีต รปภ.ม.รามคำแหง มุมานะจนสอบติดอัยการ
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “PR Ramkhamhaeng Universit” โพสต์ข้อความ ระบุว่า
“จาก รปภ. สู่พนักงานอัยการ
“มิ้น” เผยเส้นทางพร้อมเคล็ดลับสอบบรรจุเป็นอัยการได้ในครั้งแรก
————-
อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) มหาวิทยาลัยรามคำแหง มุ่งมั่นทำตามความฝันในอาชีพอัยการ ด้วยความขยันหมั่นเพียรและใฝ่รู้ใฝ่เรียน จนเป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญทางกฎหมาย สามารถสอบคัดเลือกเป็นพนักงานอัยการได้ตั้งแต่ครั้งแรก
นายผดุงเกียรติ พรหมแก้ว หรือ “อัยการมิ้น” อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2565 (สนามใหญ่) ได้ลำดับที่ 47 กลุ่มที่ 1 สอบผ่านตั้งแต่ครั้งแรก ด้วยวัย 29 ปี
เส้นทางของ “อัยการมิ้น” เริ่มต้นตั้งเป้าในการสอบเป็นอัยการ โดยสมัครเรียนคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง ในปี 2556 จบการศึกษาปี 2558 เรียนจบเนติบัณฑิตปี 2560 ซึ่งในระหว่างสอบเนติบัณฑิต ได้สมัครเข้าทำงานเป็น รปภ. ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง (เวรกลางคืน) ประจำคณะมนุษยศาสตร์ เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงชีพและแบ่งเบาภาระครอบครัว พร้อมกับเป็นทุนในการเดินตามความฝันด้วย
“รปภ. เป็นอาชีพแรกในชีวิตและมีส่วนช่วยให้เดินตามฝันได้อย่างไม่ลำบาก อย่างไรก็ตาม การจะประจำการในหน้าที่ได้ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตร รปภ. ก่อน และมีกฎระเบียบที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยระหว่างการทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับมหาวิทยาลัย ก็ยังคงทำตามเป้าหมายในการสอบอัยการ โดยในขณะนั้นต้องทำงานควบคู่กับการสอบเนติบัณฑิตด้วย จึงต้องแบ่งเวลาทำงานและอ่านหนังสือเป็นสัดส่วน ตอนกลางวันพักผ่อนและอ่านหนังสือ ส่วนตอนกลางคืนเป็นเวลาทำงาน
หลังจากสอบเนติบัณฑิตได้ในปี พ.ศ. 2560 และสอบใบอนุญาตว่าความในปี พ.ศ. 2561 พร้อมทั้งสอบได้นายร้อยตำรวจพนักงานสอบสวน แต่ตัดสินใจสละสิทธิ์ เพราะเป้าหมายที่ตั้งใจคือการเป็นพนักงานอัยการ จึงทำงานเป็น รปภ. ต่อ เพื่อเก็บเงินให้ได้จำนวนหนึ่ง เมื่อมีทุนเพียงพอแล้ว จึงขอพักงาน รปภ. 3 เดือน ไปสมัครฝึกงานที่สำนักงานสุรพงศ์อัมพันศิริรัตน์ทนายความ มีหน้าที่จัดทำเอกสารและช่วยว่าความ สะสมประสบการณ์การว่าความให้ครบ 20 คดี” อัยการมิ้น กล่าว
‘อัยการมิ้น’ ฝึกงานที่สำนักงานสุรพงศ์อัมพันศิริรัตน์ทนายความ 3 เดือน แล้วกลับมาปฏิบัติหน้าที่เป็นรปภ. ที่มหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดยขณะฝึกงานนั้นยังมีประสบการณ์การว่าความไม่ครบ 20 คดี ซึ่งเกณฑ์การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย กำหนดว่าผู้สอบต้องผ่านการว่าความ 20 คดี และใบอนุญาตว่าความจะต้องมีอายุ 2 ปีขึ้นไป ทำให้มีเวลาเก็บคดีได้จนถึง ปี พ.ศ. 2563 อัยการมิ้น ใช้เวลาในช่วงกลางวัน ไปประจำที่ศาลแพ่งมีนบุรี (ชื่อเดิม ศาลมีนบุรี) เพื่อขอเป็นทนายความร่วม รับผิดชอบเรื่องการทำเอกสารและเป็นทนายว่าความในคดีนั้น ๆ จนครบ 20 คดี แล้วจึงอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบอัยการ
ปัจจุบัน นายผดุงเกียรติ พรหมแก้ว หรือ “อัยการมิ้น” ข้าราชการอัยการ ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ประจำสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ จากการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ ตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ.2565 (สนามใหญ่) รุ่นที่ 64 ซึ่งเป็นการสอบอัยการครั้งแรกด้วย
“การสอบได้อัยการตั้งแต่ครั้งแรก คือผลลัพธ์ของความพยายามทุ่มเท ด้วยศรัทธาในอาชีพอัยการ ว่าเป็นอาชีพที่มีความตรงไปตรงมา เป็นการเจรจาว่าความด้วยเหตุและผล ก็มีความใฝ่ฝันว่าอยากทำงานในตำแหน่งอัยการ โดยจะดำรงอาชีพอย่างมีเกียรติ จึงตั้งเป้าหมายและพยายามตั้งแต่ตอนนั้น จนทำตามความสำเร็จได้
ขอบคุณ ม.รามคำแหง ที่ให้โอกาสทุกคนได้เรียนอย่างเท่าเทียม ขอบคุณคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ ที่มอบความรู้ด้านกฎหมาย ซึ่งถือเป็นตำรากฎหมายเล่มแรกในชีวิต ทำให้มีความรู้และเรียนจบภายใน 2 ปี อีกทั้งยังให้อาชีพเลี้ยงตน โดยตลอดระยะการเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มหาวิทยาลัย ได้รับความรักและการช่วยเหลือจากอาจารย์ พนักงาน และเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างดี รวมทั้งสนับสนุนให้ทำตามเป้าหมายทั้งให้กำลังใจและให้คำแนะนำอย่างดีเสมอมา”
นอกจากนี้ ‘อัยการมิ้น’ ยังเผยเคล็ดลับการสอบบรรจุเป็นข้าราชอัยการได้ในครั้งเดียว ว่าสิ่งสำคัญคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน วางแผนอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญต้องเข้าใจตัวบทกฎหมายอย่างถูกต้อง เริ่มจากการตั้งใจเรียนและอ่านหนังสือให้มากที่สุด
สำหรับหลักการอ่านหนังสือเพื่อสอบกฎหมายตั้งแต่ ป.ตรี จะใช้หนังสือหลักของวิชานั้น ๆ เพียง 1 เล่ม โดยการอ่านคร่าว ๆ ในรอบแรกเพื่อให้ทราบเนื้อหาทั้งหมดก่อน ซึ่งจะเริ่มไฮไลท์หัวข้อสำคัญในการอ่านครั้งที่ 2-3 พร้อมอ่านเนื้อหานั้นอย่างละเอียด จึงเริ่มเขียนหรือพิมพ์เนื้อหาสรุปลงในสมุดตามที่ตัวเองเข้าใจ นอกจากนี้ควรอ่านหนังสืออื่นเพิ่มเติม เช่น ตัวอย่างการพิจารณาคดีแปลก ๆ ซึ่งจะมีเนื้อหาแตกต่างจากหนังสือเรียน ที่มีเกร็ดความรู้ดี ๆ มีตัวอย่างการว่าความที่เป็นประโยชน์มาเสริมกับสรุปที่ได้จากหนังสือเรียน แล้วใช้สรุปล่าสุดนี้ในการอ่านเตรียมสอบและอ่านซ้ำอย่างน้อยวิชาละ 10 รอบ
อัยการมิ้น กล่าวฝากถึงรุ่นน้องว่า สำหรับการเดินไปสู่อาชีพอัยการ เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ใช้ความอดทนสูง สิ่งสำคัญคือการวางเป้าหมายและวางแผนการเดินทางแต่ละขั้นจนถึงจุดหมาย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเดินทางบนเส้นทางเดียวกัน หวังว่าจะประสบความสำเร็จ ได้ใช้ความรู้ความสามารถทำหน้าที่อัยการอย่างภาคภูมิใจ”