โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สิ่งที่ควรรู้เมื่อต้องใส่ “ คอนแทคเลนส์ ”

Inzpy

อัพเดต 22 ส.ค. 2565 เวลา 14.07 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2565 เวลา 11.49 น. • inzpy.com

คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) ผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาสายตายอดนิยมของคนในปัจจุบัน ที่ทั้งสามารถช่วยปรับเปลี่ยนบุคลิกและเพิ่มความคมชัดในผู้มีปัญหาสายตา ทั้งนี้ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ควรรู้หลักในการใช้ที่ถูกต้องและควรรักษาความสะอาดอย่างมาก เพราะการใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดผลร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้

คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์ คือเลนส์ที่ทำจากพลาสติกอ่อนนุ่ม ไฮโดรเจล หรือซิลิโคนขนาดบางและเล็ก โดยปกติแล้วคอนแทคเลนส์มีขนาดประมาณตาดำของคนทั่วไป ยกเว้นแต่คอนแทคเลนส์แฟชั่นที่อาจมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ผู้สวมใส่มีดวงตาที่โตมากขึ้น

ประโยชน์ของคอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์สายตามีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เพราะนอกจากแก้ไขปัญหาสายตาได้แล้ว ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาแต่ไม่สะดวกที่จะสวมใส่แว่นตา เพราะคอนแทคเลนส์จะไม่ไปบดบังบุคลิกภาพแต่อย่างใด แถมยังสามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกของผู้ใส่ให้ดูดีและมีความมั่นใจมากขึ้นได้ แต่การใช้คอนแทคเลนส์แฟชั่นก็ต้องเลือกที่มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและถูกสุขอนามัย เนื่องจากการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดกับดวงตาที่อาจถึงขั้นตาบอดได้

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์ชนิดใดก็ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะต้องสัมผัสกับดวงตาโดยตรง เพราะอาจทำให้ตาอักเสบหรือกระจกตาเป็นแผลได้ ซึ่งคอนแทคเลนส์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษที่มีลักษณะนิ่ม บิดงอได้ คุณสมบัติในการอุ้มน้ำสูง และออกซิเจนสามารถผ่านเข้าไปยังกระจกตาได้ อีกทั้งยังใช้ง่าย โดยคอนแทคเลนส์แบบนิ่มจะใช้เพื่อแก้ปัญหาสายตาสั้น - ยาว สายตาเอียง อีกทั้งยังใช้ในผู้สูงอายุที่มีภาวะสายตายาวตามอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่มีผิวกระจกตาขรุขระเนื่องจากกระจกตาเป็นแผล ซึ่งคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มก็ยังแบ่งออกเป็นอีก 3 ประเภทย่อย ๆ ได้แก่

  • คอนแทคเลนส์รายวัน (Daily Wear Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดที่สามารถใส่ได้ในระหว่างวัน และถอดเพื่อทำความสะอาดในตอนเย็น ซึ่งอายุการใช้งานจะขึ้นอยู่กับผู้ผลิต มีทั้งแบบอายุการใช้งานหลายเดือน หรือมีอายุการใช้งานเป็นปี แต่ก็ไม่ควรใส่ติดต่อกันเกินวันละ 8-10 ชั่วโมง และไม่ควรใส่นอน
  • คอนแทคเลนส์ชนิดใส่ได้ในระยะยาว (Extended Wear Lenses) คอนแทคเลนส์ชนิดนี้สามารถใส่ได้นานกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดแรก อาจสามารถใส่ติดต่อได้หลายวันโดยไม่ต้องถอดออกมาทำความสะอาด แต่แพทย์ส่วนใหญ่มักจะไม่แนะนำให้ใส่นอน และควรถอดออกมาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อ
  • คอนแทคเลนส์แบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้ในทันทีโดยไม่ต้องทำความสะอาด ทำให้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และราย 2 สัปดาห์

คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Contact Lenses) คอนแทคเลนส์ชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าคอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่ก๊าซสามารถซึมผ่านได้ เป็นคอนแทคเลนส์ที่ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษที่ออกซิเจนสามารถผ่านตัวเลนส์ไปยังกระจกตาได้มาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ดวงตาลดลง และมองเห็นได้ชัดกว่า อีกทั้งยังใช้ได้นาน มีความคงทนสูงต่อรอยขีดขูดหรือคราบสกปรกที่เกาะบนคอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ (Specialized Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น

  • คอนแทคเลนส์แบบไฮบริด (Hybrid Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษที่มีทั้งแบบชนิดนิ่มและชนิดแข็งอยู่ด้วยกัน สามารถแก้ปัญหาสายตา ทั้งสั้น-ยาว สายตาเอียงหรือผู้ที่มีกระจกตาผิดปกติ และผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องกระจกตา เป็นต้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาในการใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง
  • คอนแทคเลนส์หลายระดับ (Multifocal Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ที่มีทั้งแบบแข็งและนิ่ม ซึ่งภายในเลนส์จะมีค่าสายตาหลายระดับเพื่อให้เหมาะต่อการใช้งาน นิยมใช้ในผู้ที่มีปัญหาสายตาเสื่อมสภาพลงตามวัย
  • คอนแทคเลนส์สี (Tinted Contact Lenses) แบ่งออกได้เป็นหลายชนิดตามจุดประสงค์ในการใช้ ได้แก่ ใช้เพื่อความสวยงาม เช่น คอนแทคเลนส์สีแฟชั่น ซึ่งมีวางขายตามท้องตลาด โดยคอนแทคเลนส์ชนิดนี้จะต้องระมัดระวังและเลือกใช้ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีคอนแทคเลนส์สีชนิดที่ช่วยกรองแสงยูวี และคอนแทคเลนส์สีที่ช่วยแก้ปัญหาตาบอดสี ซึ่งจะต้องได้รับการแนะนำหรือคำสั่งจากจักษุแพทย์จึงจะสามารถใช้ได้

อันตรายจากการใช้คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์

ปัญหาจากคอนแทคเลนส์การเลือกคอนแทคเลนส์ที่ไม่เหมาะสม หรือการดูแลคอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาดอาจก่อให้เกิดปัญหาได้หลายอย่างเช่น คอนแทคเลนส์ที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไปกับตาดำจะส่งผลกับกระจกตาและการมองเห็น โดยคอนแทคเลนส์ที่เล็กเกินไปอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตา และก่อให้เกิดปัญหาที่กระจกตาภายหลัง ส่วนคอนแทคเลนส์ที่หลวมเกินไปก็จะทำให้คอนแทคเลนส์เคลื่อนที่ออกจากกระจกตาได้ง่าย ทำให้เสี่ยงต่อการหลุด หรือทัศนวิสัยที่ไม่ดีพอในการมองเห็น

ปัญหาที่เยื่อบุตาและกระจกตา สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น คอนแทคเลนส์ไม่สะอาด หรือคอนแทคเลนส์ที่ใช้ไม่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการที่ผู้สวมใส่มีอาการแพ้ส่วนประกอบของคอนแทคเลนส์ โดยอาการที่มักพบได้มีดังนี้

  • เยื่อบุตาอักเสบเนื่องจากอาการแพ้อาการแพ้สารประกอบ หรือสารที่ใช้กับคอนแทคเลนส์ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบได้ โดยเฉพาะสารกันบูดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์ โดยอาการที่มักพบได้คือ ตาแดง ปวดแสบปวดร้อน และมีอาการคัน ซึ่งมักวินิจฉัยได้ยากเพราะอาการจะเกิดขึ้นเพียงช่วงแรกที่ใช้ ในการรักษาผู้ป่วยจะต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์ที่มีส่วนประกอบของสารดังกล่าว
  • โรคภูมิแพ้จากการใช้คอนแทคเลนส์ เป็นการแพ้คอนแทคเลนส์ที่มีอาการชัดเจน ซึ่งอาจมีสาเหตุเกิดจากการแพ้คอนแทคเลนส์หรือสารประกอบที่ใช้ในการดูแลคอนแทคเลนส์ อาการที่มักพบคือจะมีตุ่มขึ้นบริเวณด้านหลังของเปลือกตา และตาแดง โดยตุ่มที่ขึ้นจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเรื้อรัง
  • แผลอักเสบที่กระจกตา เป็นอาการที่เกิดขึ้นการอาการตาแห้ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากมลพิษ การอยู่ในห้องที่อากาศแห้ง หรือการใช้ยาบางชนิด โดยอาการที่เห็นได้ชัดคือจะเกิดแผลเล็ก ๆ บริเวณด้านล่างของกระจกตา ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ชัด จะต้องใช้กล้องตรวจตา หรือแสงสีฟ้าส่องจึงจะเห็น แผลอักเสบนี้จะนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ เช่น คอนแทคเลนส์ฉีกขาด รู้สึกเจ็บเวลาสวมคอนแทคเลนส์
  • กระจกตาอักเสบเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย ถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ตาบอดได้ พบได้บ่อยให้ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม และผู้ที่ชอบใส่คอนแทคเลนส์ขณะนอนหลับ การติดเชื้อนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ตกค้างอยู่ภายในคอนแทคเลนส์ เมื่อกระจกตาสัมผัสกับเลนส์ที่ติดเชื้อ จะทำให้เกิดอาการเจ็บตา ตาแฉะ ตาแดง ตาไม่สู้แสง และระคายเคือง ซึ่งหากเกิดอาการ แพทย์จะให้หยุดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราวและทำการรักษาจนกว่าจะหายเป็นปกติ

ใครบ้างที่ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ ?

คอนแทคเลนส์

ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้

  • ผู้ป่วยโรคผิวหนังที่มีอาการบริเวณหนังตา เปลือกตา
  • ผู้ที่มีอาการตาแห้ง และกระจกตาผิดปกติ
  • ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ที่มีอาการตาโปน เพราะตาโปนจะทำให้คอนแทคเลนส์หลุดออกมาได้ง่าย
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยดี เพราะอาจมีปัญหาคุณภาพน้ำตาได้
  • ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่มีโอกาสเสี่ยงในการแพ้พลาสติกที่ใช้ทำคอนแทคเลนส์หรือน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ได้
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการหยิบจับคอนแทคเลนส์ เนื่องจากอาการป่วย เช่น โรคมือสั่นจากสมอง หรือโรคผิวหนังบริเวณนิ้วหรือเล็บ

ใส่คอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธีและปลอดภัย ทำอย่างไร ?

คอนแทคเลนส์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสกับกระจกตา ซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสวมใส่คอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี โดยวิธีการสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่ถูกต้องและปลอดภัยมีดังนี้

  • เลือกใช้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับสภาพดวงตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้ เพื่อตรวจวัดระดับสายตาว่ามีอาการของสายตาสั้น สายตายาว หรือมีสายตาเอียงร่วมด้วยหรือไม่ โดยแพทย์จะทำการตรวจดูลักษณะน้ำตา สภาพลูกตา อาชีพ และกิจกรรมของผู้ใช้ เนื่องจากคอนแทคเลนส์ทุกชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เพื่อที่แพทย์จะแนะนำคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดได้
  • สวมคอนแทคเลนส์ในระยะเวลาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น หากจำวันที่เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ไม่ได้ ควรจดบันทึกแจ้งเตือน
  • ไม่ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจทำให้ติดเชื้อรุนแรง
  • ไม่ควรสวมคอนแทคเลนส์สลับข้างกัน ซ้าย-ขวา
  • ไม่ควรนอนหลับขณะที่ยังสวมคอนแทคเลนส์อยู่ เพราะจะทำให้ออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงที่ดวงตาได้ไม่เต็มที่
  • ดูแลดวงตาให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยการหยอดน้ำตาเทียม หรือสารละลายน้ำเกลือ
  • หากรู้สึกระคายเคืองตา ให้ถอดคอนแทคเลนส์ออกในทันที และไม่ควรใส่อีกจนกว่าจะได้พบแพทย์

เป็นยังไงกันบ้างคะ ได้รับความรู้กันไปพอสมควรเลย โดยเฉพาะผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ชนิดต่าง ๆ ทาง Inzpy มีบทความเรื่อง เครื่องล้างคอนแทคเลนส์ มาให้ด้วยนะ สำหรับผู้ที่สนใจอย่าลืมเข้าไปอ่านได้นะคะ และใครที่คิดว่าดวงตาเริ่มไม่ปกติแล้วจากการสวมใส่คอนแทคเลนส์ เราแนะนำว่าให้ไปพบ จักษุแพทย์ ให้เร็วที่สุด เพราะดวงตาสำคัญกับเรามากจริง ๆ ค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...