การหวนคืนสู่ “เรา” และรหัสลับของ Maria Grazia Chiuri ในบ้านหลังใหม่ FENDI
LSA Thailand
อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 23.39 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 03.00 น. • Lifestyle Asia Thailandการปรากฏตัวของ Maria Grazia Chiuri ในฐานะหัวเรือใหญ่คนใหม่ของ Fendi สำหรับ Fall/Winter 2026-27 ไม่ใช่แค่การย้ายค่ายของดีไซเนอร์ระดับแม่เหล็ก แต่คือการ ปรับและสร้างวัฒนธรรมครั้งสำคัญของแบรนด์สายเลือดโรมันที่เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่งของอิตาลี
หัวใจของโชว์นี้สรุปสั้นๆ แต่ทรงพลังด้วยประโยค “Less I, More Us”
เมื่อ ‘ตัวตน’ ยอมลดราวาศอกให้ ‘พวกเรา’
ในยุคที่แฟชั่นถูกขับเคลื่อนด้วยอัตตา หรือ Ego และภาพลักษณ์ส่วนบุคคลบนโซเชียลมีเดีย Chiuri เลือกที่จะเดินสวนทาง เธอหยิบยกประวัติศาสตร์ของ Fendi Sisters ทั้ง 5 คนมาเป็นบรรทัดฐาน การทำงานแบบกลุ่มก้อน กลายเป็นแกนหลักที่เธอนำมาใช้ทำลายกำแพงของคำว่า Creative Director ที่มักจะถูกยกยอเป็นพระเจ้าเพียงผู้เดียว
ในมุมมองของเรา นี่คือการทำความสะอาดบ้านที่ชาญฉลาด เธอไม่ได้มาเพื่อลบภาพจำของ Karl Lagerfeld หรือ Kim Jones แต่มาเพื่อรื้อฟื้น “ระบอบสตรีนิยมแบบอิตาลี” (Italian Female Way) ที่เน้นการแบ่งปันวิสัยทัศน์ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ Fendi ขาดหายไปในช่วงปีหลังๆ
แฟชั่นในฐานะ ‘เครื่องมือทางภาษา’ (Poetic Devices)
ไฮไลต์ที่ขโมยซีนที่สุดคือการดึงงานของ Mirella Bentivoglio ศิลปิน Conceptual Art ผู้ล่วงลับมาโลดแล่นบนรันเวย์
Semantic Ambiguity การใช้คำว่า “NOIa” (ที่แปลว่า ‘เรา’ และ ‘ความเบื่อหน่าย’ ในคราวเดียว) หรือ “Fou/lard” (คนบ้า/ผ้าพันคอ) คือการจิกกัดอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มักจะติดหล่มอยู่กับความหมายผิวเผิน
Jewelry as a Sign เครื่องประดับรูปหู (Earrings in the form of ears) คือการเล่นคำแบบ Tautology ที่ตอกย้ำว่าแฟชั่นคือการสื่อสาร Chiuri กำลังบอกเราว่า เสื้อผ้าไม่ใช่แค่ “ของสวยงาม” แต่คือ “Message” ที่มีน้ำหนักและประวัติศาสตร์ทางการเมืองซ่อนอยู่
สตรีนิยมที่ไม่ใช่การโวยวาย
การคอลแลบบอเรชันกับ SAGG Napoli ศิลปินรุ่นใหม่ที่อินกับกีฬาพละกำลังและการยิงธนู นำมาซึ่งความเฉียบคมของ Silhouette เสื้อผ้าในซีซันนี้ดู “Regulated but not numb” (มีระเบียบแต่ไม่ตายด้าน) คำโปรยบนผ้าพันคออย่าง “Loyal but not obedient” (ซื่อสัตย์แต่ไม่สยบยอม) คือนิยามใหม่ของ Fendi Woman เวอร์ชั่น 2026 เธอมีความเป็นนักกีฬา มีวินัย และรู้วิธีจัดการกับอารมณ์ภายใต้ความกดดัน (Emotional Regulation) ซึ่งสะท้อนผ่านโครงสร้างเสื้อผ้าที่ดูคล่องตัวแต่ยังคงความหรูหราแบบ Heritage
การกบฏต่อ Fast Fashion ด้วยงาน Restyling
จุดที่น่าชื่นชมที่สุดในเชิงเทคนิคคือแนวคิด “Echo of Love” ผู้เขียนมองว่านี่คือความกล้าหาญที่ Fendi เลือกที่จะพูดเรื่องการ Restyling งานขนสัตว์ และวัสดุ Archives แทนที่จะผลิตใหม่ทั้งหมด
Sartorial Regeneration การรื้อโครงสร้างชุดเก่ามาทำใหม่ (Remodeling) ไม่ใช่แค่เรื่องรักษ์โลกแบบผิวเผิน แต่มันคือการสร้าง “ความทนทานทางอารมณ์” (Emotionally Durable Design) มันคือการต่อต้านการบริโภคที่เกินตัว (Overconsumption) อย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่แบรนด์ระดับ Haute Couture จะทำได้ เสื้อผ้าในคอลเลกชันนี้จึงเปรียบเสมือน “บันทึกความทรงจำที่สวมใส่ได้” (Memory Archives)
ความคลุมเครือที่งดงาม
รันเวย์นี้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่าง Feminine และ Masculine อีกต่อไป นายแบบและนางแบบเดินสลับกันในเสื้อผ้าที่ใช้ “Adjectives” ชุดเดียวกันอธิบายตัวตน นี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ Genderless แต่คือการกลับไปมองว่าเสื้อผ้าคือ “เรื่องของทุกวัน” (Matters of everyday existence) ที่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงความปรารถนาและอารมณ์ผ่านอาภรณ์ชิ้นเดียวกัน
Final Verdict
คอลเลกชัน FENDI FW 26-27 ภายใต้บังเหียนของ Maria Grazia Chiuri คือการเฉลิมฉลอง “ความสมดุล” ไม่สุดโต่งจนหลุดโลก แต่ไม่เรียบง่ายจนน่าเบื่อ กล่าวคือ เป็นแฟชั่นที่มี สมอง และ หัวใจ มากกว่าแค่คำว่าสไตล์ มันคือการปักหมุดหมายใหม่ว่า Fendi ยุคนี้จะไม่ได้ขายแค่โลโก้ แต่จะขาย ทัศนคติ ที่เน้นความยั่งยืนทั้งทางวัสดุและจิตวิญญาณของผู้สวมใส่
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.