โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมการศึกษาต้องไร้พรมแดน เมื่อการย้ายถิ่นฐาน ไม่เท่ากับเข้ามาอยู่ฟรี และภาษีก็ไม่ได้ถูกแย่งไปจากมือของเด็กไทย

The MATTER

เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 06.35 น. • Brief

มีกระแสเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการยกเลิก ‘สิทธิเรียนฟรี’ ในกลุ่มเด็กต่างสัญชาติ เนื่องจากข้อกังวลว่า ปัจจุบันเด็กไทยก็ยังไม่ได้เรียนฟรีถ้วนหน้า จึงควรจัดสรรให้เด็กไทย ก่อนที่จะให้คนชาติอื่นได้เรียนหนังสือ

ทำความเข้าใจกันก่อนว่า ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายการศึกษาของไทย กำหนดให้ ‘เด็กทุกคน’ ที่อยู่ในดินแดนไทยต้องได้รับโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งมันก็จะไปสอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่รัฐภาคีอย่างไทยต้องคุ้มครองสิทธิในการศึกษาของเด็กทุกคน โดยไม่แบ่งแยกสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมาย

#ทำไมต้องให้สิทธิเรียนฟรี?
ก่อนอื่น เราต้องเชื่อกันก่อนว่า ‘การศึกษา’ คือเครื่องมือกล่อมเกลาสมาชิกในสังคม ให้เขาสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ คิดแบบง่ายๆ เราสอนให้เขาดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาสาธารณสุข เราสอนให้เขาเคารพกฎหมายเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาอาชญากรรม เราสอนให้เขาอ่านออกสื่อสารได้ เพื่อที่เราจะเข้าใจกันได้มากขึ้น ให้เขารู้จักเอาตัวรอดได้หรือขอความช่วยเหลือ หากเกิดอันตรายต่อตัวเขาเอง

ดังนั้น การลงทุนในการศึกษา คือปลดชนวนระเบิดของปัญหาด้านอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในสังคม และการป้องกันมีราคาถูกกว่าการเยียวยาปัญหาที่ตามมา

#หน้าที่ของรัฐไทยที่ต้องให้การศึกษา

เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะงานบางอย่างคนไทยไม่ทำหรือที่เราเรียกกันว่างาน 3D (Difficult-Dangerous-Dirty) โดยแรงงานข้ามชาติเข้ามาเป็นขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยคิดเป็น 4.3 - 6.6% ของ GDP ไทยเลยทีเดียว (ข้อมูลปี 2561)

ต่อให้เราไม่พูดเรื่องสิทธิเด็กเลย การให้ลูกหลานแรงงานข้ามชาติได้เรียนหนังสือก็เป็นประโยชน์ต่อชาติไทยอยู่ดี เพราะเมื่อเขาเข้าสู่วัยแรงงาน ด้วยการศึกษาที่ดี เขาย่อมสร้างเนื้องานที่ดีขึ้นให้กับนายจ้าง ส่วนประโยชน์ทางอ้อมคือการกล่อมเกลาให้เขาอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างปลอดภัย

#เรียนเองก็จ่ายเองไม่ได้เหรอ?

เอาเข้าจริง เด็กๆ ลูกหลานแรงงานข้ามชาติก็ไม่ได้มาอยู่อาศัยหรือมาขอเรียนแบบฟรีๆ รัฐไทยมีการจัดเก็บรายได้จากกลุ่มแรงงานข้ามชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกันสังคม ตลอดจนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท/ปี หรือถ้าเปลี่ยนนายจ้าง เปลี่ยนงาน ก็ต้องจ่ายอีกหลายพันบาท

ปัญหาคือการลักลอกเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายต่างหาก เพราะนั่นจะทำให้รัฐไทยไม่สามารถจัดเก็บรายได้ตามเป้า ซึ่งเรื่องนี้ก็อีกยาว เพราะมันเกี่ยวข้องกับกรณีการรับส่วยของเจ้าหน้าที่ และขบวนการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้น การนำระบบแรงงานเข้ามาอยู่ในสปอตไลต์ สามารถติดตามได้ จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมากกว่า

#ทำไมไม่ให้สิทธิเด็กไทยก่อน?

คำถามนี้เป็นคำถามลวง ทำให้เราเข้าใจว่าเราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะจริงๆ รัฐไทยสามารถทำไปพร้อมกันได้คือ การพัฒนาให้เด็กไทยเรียนฟรีมีคุณภาพจริง และโอบรับลูกหลานแรงงานข้ามชาติให้เขาได้เรียนรู้ไปด้วย

ตามที่กฎหมายระบุไว้ข้างต้น รัฐมีหน้าที่จัดหาการศึกษาให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม เพราะฉะนั้น มันไม่มีใครได้ก่อน-ได้ทีหลัง แต่ปัญหาที่เด็กไทยยังต้องกู้เรียน เพราะว่าตอนนี้นโยบายเรียนฟรีก็ไม่ได้ฟรีจริง แถมการจัดสรรงบประมาณรายหัวยังเหลื่อมล้ำ โรงเรียนขนาดเล็ก กลับได้งบฯ น้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ในเมือง

และถ้าดูอัตราการเกิดของเด็กไทยที่ต่ำลง นำไปสู่การปิดตัวของโรงเรียนขนาดเล็กเกือบ 2,000 โรงทั่วประเทศในรอบสิบปีที่ผ่านมา คำกล่าวที่ว่า ‘เด็กต่างชาติจะมาแย่งที่เด็กไทย’ จึงยิ่งไม่สมเหตุสมผล เพราะห้องเรียนกำลังว่างลงทุกวัน ตรงกันข้าม การมีเด็กข้ามชาติเข้ามาเรียน จะเป็นการเพิ่มงบประมาณรายหัวที่โรงเรียนจะได้รับจัดสรรด้วยซ้ำ

เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก โลกจะไปต่อได้เมื่อสังคมที่หลากหลายหันมาเรียนรู้ร่วมกัน แน่นอนว่าการรับเด็กต่างชาติเข้าระบบการศึกษาอาจสร้างความกังวลระคนความหวังดี ความซับซ้อนทำให้เราข้ามวิธีการแก้ปัญหาที่ยุ่งยาก แล้วเลือกใช้วิธีการที่ง่ายดายแต่ผลักไสผู้อื่นออกไป อย่าลืมว่า สังคมประชาธิปไตยเปิดพื้นที่ให้เราออกแบบวิธีการหรือนโยบายร่วมกันได้ ดังนั้น การรักษาสิทธิคนในชาติและการให้โอกาสผู้อื่นในสังคม ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

#เรียนฟรี #เด็กต่างสัญชาติ #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...